สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องความร่วมมือทางทะเลระหว่างไทยและจีน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการและสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาความรู้
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ บันทึกความเข้าใจ ระหว่างทบวงกิจการทางมหาสมุทรแห่งชาติจีนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยความร่วมมือ ทางด้านทะเล ผมได้อ่านแล้วก็พยายามทํา ความเข้าใจแล้ว ผมเห็นด้วยนะครับที่ว่าเราควร จะดําเนินการเรื่องนี้ ที่จริงแล้วค่อนข้างที่จะล่าช้าไปด้วยซ้ํา เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้เสนอมายังท่านประธานรัฐสภาตั้งแต่วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ แต่กว่าเราจะได้ พิจารณาก็เข้ามาเดือนเมษายนของปี ๒๕๕๔ ผมอยากจะฝากท่านประธานว่าถ้าอนาคตท่าน ประธานได้กลับมาเป็นประธานรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง เรื่องอย่างนี้ต้องรีบเอาเข้าประชุมรัฐสภา ร่วมกัน พวกเราต้องทํางานให้คุ้มกับเงินเดือนที่พี่น้องประชาชนเอาเงินภาษีมาจ่ายเป็น เงินเดือนพวกเรานะครับ ผมมีประเด็นที่ผมอยากจะฝากไว้ว่า ผมอ่านเอกสารฉบับนี้ นะครับ ข้อ ๒ เรื่องขอบเขตความร่วมมือมีตั้งแต่ข้อ เอ บี ซี ดี (D) อี (E) เอฟ (F) จี (G) จนถึง เจ ในข้อเรื่องการสํารวจระยะไกลและดาวเทียมสํารวจมหาสมุทร ผมอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะวันนี้เรา มีดาวเทียมรีโมท เซนซิง (Remote sensing) ที่ถ่ายภาพถ่ายทางอากาศ ไม่รู้ว่าท่านรัฐมนตรี จําได้ไหมครับ ธีออส (Theos) ซึ่งในสมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ท่านเป็น นายกรัฐมนตรี ท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านเห็นว่าถ้าเราใช้ดาวเทียมดวงนี้ให้เป็นประโยชน์ เราสามารถสํารวจทรัพยากรธรรมชาติของประเทศได้ แม้กระทั่งเราสามารถถ่ายภาพถ่าย ดาวเทียม ในขณะที่ดาวเทียมดวงนี้หมุนไปรอบโลก เราก็สามารถที่จะเห็นได้ว่า ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศเพื่อนบ้านมีอะไรบ้าง แม้กระทั่งในทะเลเราสามารถเห็นสี ของความแตกต่างของผิวทะเล จนจะรู้ได้ว่าบริเวณนั้นมีสัตว์ทะเลชนิดไหน ตรงไหนจะมี ปลาหมึกมาก ตรงไหนจะมีปลาทูน่ามาก เพราะปลาเหล่านั้นจะกินแพลงก์ตอน (Plankton) ที่อยู่ทะเล เราสามารถสํารวจได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เรามีอยู่แล้ว แต่เราอาจจะไม่เก่ง นักวิทยาศาสตร์เราอาจจะไม่เก่ง เท่านักวิทยาศาสตร์ของประเทศจีน เรายังต้องอาศัยความรู้ของเขา แต่ว่าเราจะต้องไปเรียนรู้ วิธีการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยี เพราะว่าประเทศเรายังขาดความรู้ ผู้บริหารเองส่วนใหญ่ ก็อายุมากนะครับ ความทันสมัยในข้อมูลข่าวสารนั้นจะเท่าเทียมกับเด็กรุ่น ๆ ไม่ได้ เพราะวันนี้เด็กไทย นักวิจัยของไทย นักศึกษาของไทยสามารถเข้าสู่กระบวนการอินเทอร์เน็ต (Internet) เขามีการติดต่อประสานงานกัน เขาจะรู้ข้อมูลมากกว่า เราต้องยอมรับสภาพครับ คนแก่อย่างท่านประธาน คนแก่อย่างผมนี้ เขาบอกว่าเริ่มล้าหลังแล้ว เริ่มล้าสมัยแล้ว สู้เด็กหนุ่มไม่ได้ ผมก็เป็นห่วงในการที่ว่าข้อ ๓ รูปแบบความร่วมมือที่จะมีการแลกเปลี่ยน นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ และคณะผู้เชี่ยวชาญ ผมไม่อยากเห็นรัฐบาลหรือท่านรัฐมนตรี มอบหมายให้ข้าราชการที่ค่อนข้างจะสูงอายุ เป็นของขวัญไปดูงาน แล้วก็ไปคุยกัน แล้วก็ไป เที่ยวและกลับมา และความรู้เหล่านั้นก็สูญหายไป ผมอยากจะเล่าความให้ฟังสักนิดหนึ่ง ในช่วงที่มีการยิงจรวด มีการปล่อยสเปซชัทเทิล (Space Shuttle) ในสหรัฐอเมริกา ตอนนั้น มีนักวิทยาศาสตร์ของประเทศจีนไปทํางานอยู่ในองค์การนาซา (NASA) เป็นจํานวนมาก สมัยนั้นผมเรียนหนังสืออยู่ และในส่วนนั้นมีนักวิทยาศาสตร์จีนที่ทํางานอยู่ในองค์การนาซา ได้ลงกลับไปอยู่ประเทศจีนทั้งหมด เอาความรู้ต่าง ๆ กลับไปพัฒนาจรวด ทําให้เราเห็นว่า ประเทศจีนสามารถยิงจรวดขึ้นได้ ตอนนั้นองค์การนาซาตื่นเต้น สหรัฐอเมริกาตื่นเต้นว่า ความลับรั่วไหล แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราต้องเลียนแบบเขาครับ อย่าลืมครับประเทศจีนวันนี้ เขาสามารถก็อปปี้ สินค้า หลุยส์ วิตตอง (LOUIS VUITTON) ท่านประธานเคยไป ของมียี่ห้อ เขาก็อปปี้จนกระทั่งฝรั่งเขาบอกว่าประเทศจีนก๊อปปี้ ในที่สุดจีนต้องบอกมาว่า ผมนี่ผลิตหลุยส์ วิตตอง ฝรั่งเศสนี้มาก็อปปี้แบบของผม เห็นไหมครับเขาทําได้ดีขนาดไหน เราต้องทําสิ่งเหล่านี้ ประเทศไทยไปเรียนรู้ครับ สิ่งต่าง ๆ ที่ส่งไปนักวิทยาศาสตร์ของเรา กลับมาต้องเป็นนักวิจัยที่จะเอาสิ่งเหล่านี้มาสอนเด็ก ไม่ใช่อาจารย์บางคนกลัวความรู้จะ รั่วไหล พอไปเรียนมาก็เก็บอุบไว้ ตายไปก็เอาสิ่งเหล่านี้ไปกับตัวเอง โดยแทนที่จะมาสอนให้ เด็กนักเรียน นักศึกษา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราต้องคํานึงถึง ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟังผมแล้วนี้คงจะได้ข้อคิด ท่านต้องสนับสนุนให้มีการ ไปศึกษา ไปค้นคว้า ไปได้ข้อมูลต่าง ๆ มาแล้วกลับมาสอนให้นักเรียน อย่าเอาอาจารย์ที่มา เปิดแต่เฉพาะตํารา ประเทศที่เจริญแล้วอาจารย์ที่สอนหนังสือ ส่วนใหญ่จะเอาผลงานวิจัย ของที่ได้ไปเห็นไปพบปะแล้วเอามาสอนเด็ก ไม่ใช่เมื่อไรก็เปิดตําราฉบับเก่า ๆ อันนั้นไม่ได้ ประโยชน์ครับ ผมอยากจะฝากสิ่งเหล่านี้ไว้ ท่านประธานผมเป็นห่วง แต่ผมเห็นข้อดีนะครับ รูปแบบความร่วมมือต่าง ๆ นี้มีหลายข้อ ตั้งแต่ข้อ เอ จนถึงข้อ เอช (H) แต่ละเรื่อง เป็นประโยชน์ทั้งสิ้น อย่างการแลกเปลี่ยนข้อมูลการทดลองผลงานวิจัยและข่าวสาร ทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์และบริการสําหรับการวิจัยและพัฒนาต่าง ๆ เราไปเรียนรู้จากประเทศจีนครับ และประเทศจีนมีของเหล่านี้มา แต่เราอย่าไปซื้อของไม่ดีมา ซื้อของที่เป็นประโยชน์แล้วมาใช้กับประเทศไทย ผมอยากจะยกตัวอย่าง อย่างเรือฟริเกต (Frigate) ที่เราไปซื้อของประเทศจีนมา เวลาผมไปกองทัพเรือ สมัยเป็นกรรมาธิการ เขาเลี้ยงต้อนรับอาหารกลางวันผมบนเรือ แต่ข้างเรือนี้มันไม่ค่อยได้วิ่งครับท่านประธาน มัน จอดอยู่กับที่แล้วก็ตะไคร่น้ําเกาะเต็มไปหมดครับ แล้วบนดาดฟ้าที่มี ฮ. ลงได้ก็ปรากฏว่าไม่มี ฮ. สักลําแล้ว ฮ. ที่ขายมาขึ้นกับเรือ ก็ปรากฏว่าเป็นของเก่า ซื้อมา ๒ ลํา เอาอีกลําหนึ่ง ไปซ่อม อีกลําหนึ่งเอาอะไหล่ไป ผมอยากจะเห็นประเทศชาติเจริญกว่านี้ ฝากท่านรัฐมนตรี นะครับ สิ่งเหล่านี้ผมเห็นด้วย สนับสนุนเต็มที่ อันไหนที่จะนําความรู้มาให้ประเทศไทย เพื่อประเทศไทยจะได้ก้าวหน้า อย่างน้อยเราสํารวจทะเล เราก็สามารถที่จะหาปลิงทะเล ไปขาย เพราะคนจีนชอบกินปลิงทะเล ท่านประธานคงเคยกิน ปลิงทะเลราคาแพงด้วย เป๋าฮื้อก็แพงครับ อย่างน้อยเราก็จะได้รู้ว่าประเทศไทยจะไปเพาะเลี้ยงเป๋าฮื้อที่ไหน ใส่กระป๋อง ๆ ละ ๓,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาท เป็นประโยชน์ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ