สุรศักดิ์ ศรีอรุณ อภิปรายเรื่องทะเลและข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการสถานการณ์ชายฝั่งและมหาสมุทร โดยเรียกร้องให้รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนและเตรียมความพร้อมในการจัดการสถานการณ์ รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดสรรงบประมาณและทดลองวิจัย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักด์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ๓ ปีที่ผ่านมาที่กระผมทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภานะครับ ก็ได้ให้ความเห็นชอบและไม่เห็นชอบ ส่วนใหญ่จะเป็นเห็นชอบเกี่ยวกับข้อตกลงในลักษณะนี้ มากนะครับ สังเกตดูว่าประโยชน์ที่จะได้รับ ไม่มากเหมือนที่รัฐมนตรีได้ชี้แจง ตรงกันข้าม ผลกระทบในทางลบมีมาตลอด โดยเฉพาะต่อพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นครั้งนี้ผมจึงขอ อภิปรายบันทึกความเข้าใจระหว่างทบวงกิจการมหาสมุทรแห่งชาติจีนแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีนและกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งราชอาณาจักรไทย
ข้อ ๑ วัตถุประสงค์ที่พหุภาคี คือประเทศไทยกับประเทศจีนจะเสริมสร้าง ส่งเสริม และพัฒนาความร่วมมือทางด้านทะเลบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกันและ ประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งนโยบายแห่งชาติ พอถึงตรงนี้ผมก็สะดุดแล้ว เพราะผมไม่มั่นใจว่า ขณะนี้ทางรัฐบาลมีนโยบายแห่งชาติที่ชัดเจนไหม ว่าเราจะแสวงประโยชน์อะไรจากทะเล ผลประโยชน์ที่เราต้องการ มองเห็นชัดหรือยังว่ามีอะไรบ้าง ถ้าเผื่อท่านประธานดูแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนที่ ๑๒ ฉบับที่ ๑๒ ซึ่งประเทศจีนเขาใช้อยู่นะครับ เขาชัดเจนนะครับ เขามุ่งที่จะพัฒนาเศรษฐกิจทะเล เขามีชื่อภาษาจีนนะครับ แผนนี้ว่า ไห่หย่าง จิงจี้ ที่ต้องเอ่ยคํานี้เพราะว่านายกรัฐมนตรี เวิน จียเป่า พูดคํานี้บ่อยครั้ง ไม่ได้มุ่ง เฉพาะจะแสวงประโยชน์จากทะเลเฉย ๆ นะครับ ยังมีนัยไปทางด้านความมั่นคงด้วย เมื่อเช้านี้สมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติก็ได้พูดแล้วว่าประเทศจีนก็รู้ว่าทางสหรัฐอเมริกา จะปิดล้อมตัวเองนะครับ เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องหาทางที่จะออกตรงนี้ให้ได้ เพราะฉะนั้น การวางตัวของเราก็คงจะต้องรอบคอบเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแล้วก็สร้างปัญหา เพราะเวลา ยักษ์ใหญ่เขาทะเลาะกันเราเป็นหญ้าแพรกเราก็ต้องเดือดร้อนนะครับ
คําถามข้อแรกเกี่ยวกับเรื่องวัตถุประสงค์ ขอถามว่าขณะนี้รัฐบาลได้กําหนด นโยบายแห่งชาติเกี่ยวกับเรื่องทะเลชัดเจนแล้วหรือยัง แล้วประโยชน์ที่ต้องการที่จะได้รับมีอะไร
ข้อ ๒ ขอบเขตความร่วมมือ ข้อ บี การจัดการบริเวณชายฝั่งและ หมู่เกาะในทะเล ท่านประธานคงทราบนะครับว่าประเทศจีนมีปัญหาหมู่เกาะสแปรตลีย์ กับประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศมาเลเซีย แล้วก็ประเทศอินโดนีเซีย กับประเทศเวียดนามด้วย ขณะนี้ปัญหาเหล่านี้ประเทศจีนก็ไม่กล้าที่จะใช้กําปั้นที่จะทุบนะครับ แต่จะใช้วิธีการทูต ในการที่จะหาแนวร่วม หาพวกมากดดัน เราก็ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนนะครับ เพราะเราเป็น สมาคมอาเซียนอยู่ ว่าจะทําอย่างไรเพื่อไม่ให้ตัวเองไปอยู่ในระหว่างเขาของวัวที่ชนกัน จากหมู่เกาะสแปรตลีย์ก็ไปทางด้านทะเลอันดามัน ไปถึงหมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศจีนไม่ได้มี อาณาเขตไปตรงนั้น แต่ประเทศจีนกับประเทศอินเดียเขาก็เป็นคู่แข่งกันมานานพอสมควร วันดีคืนดีประเทศจีนเขาก็อยากจะเอาเครื่องสํารวจไปทิ้งทุ่น แต่ผมรับประกันได้เลยว่า ทุ่นที่ไปทิ้งในทะเล ผมเป็นประเทศจีนผมจะไม่ไปทิ้งวัดอุณหภูมิน้ํา ความลึก ความเค็ม ของน้ํา ผมจะวัดซิกเนเจอร์ (Signature) ทั้งหลายแหล่ด้วย เพื่อจะตรวจสอบด้วยว่า เรือดําน้ําประเทศอินเดียมาอยู่แถว ๆ นี้ไหม ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่สําคัญนะครับ ก็อยากจะให้ ทางท่านประธานช่วยเรียนรัฐมนตรีว่าเราต้องเตรียมความพร้อมในด้านนี้ อย่างน้อย รู้ให้เท่าว่าประเทศจีนเขาจะทําอะไร เราจะได้วางตัวถูกว่าไปอยู่ตรงไหน
อีกข้อหนึ่งนะครับ การสํารวจและวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล รวมทั้ง การสํารวจระยะไกล และใช้ดาวเทียมสํารวจมหาสมุทร ท่านประธานเป็นประธาน ในการประชุมไอพียู (IPU) สมาชิกรัฐสภาระหว่างประเทศ ท่านจําได้ใช่ไหมครับ เราได้เสนอ ประเด็นเรื่องการรักษาน้ําในมหาสมุทรนะครับ เรื่องนี้ก็จะต้องได้รับการสานต่อ ว่าไปสํารวจ มีการปล่อยมลพิษลงมาเท่าไร เพราะฉะนั้นทางประเทศไทยเองเรามีเครื่องมือ ผมได้เสนอ ในที่ประชุมวันนั้นว่ากองทัพเรือมีเรือสํารวจซึ่งทันสมัยชื่อ เรือหลวงพฤหัสบดี งบประมาณ มีน้อย งานของกองทัพเรือก็มีอยู่จํากัดตรงนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีงานเยอะ แต่ทั้ง ๒ หน่วย การประสานความร่วมมือยังไม่พอเพียงที่จะแสวงประโยชน์ตรงนี้ เพราะฉะนั้นคําถามข้อที่ ๒ ก็คือว่ารัฐบาลจะกําหนดยุทธศาสตร์ในเรื่องความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดการเรื่องหมู่เกาะนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการขัดแย้ง กันระหว่างประเทศ
ข้อ ๓ รูปแบบความร่วมมือ ก็จะมีการแลกเปลี่ยน การเยือนของ ผู้แทนรัฐบาล แล้วก็นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ ตรงนี้ละครับผมยังติดใจอยู่ ผมเกรงว่าวนไปวนมาก็จะซ้ําอยู่จุดเดิม คนเดิม ก็คือไปแล้วก็เก็บบันทึกการประชุม มันไม่ได้ มีประโยชน์ลงไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนที่เขาทํา ธุรกิจอยู่ รวมทั้งพี่น้องประชาชนด้วย เพราะฉะนั้นคําถามที่เกี่ยวข้องขณะนี้ก็คือว่า ๑. ทางรัฐมนตรีได้วางกําหนดกฎเกณฑ์ที่จะสรรหาผู้ที่จะไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ อย่าเพิ่งไปใส่ชี่อครับ เดี๋ยวที่ปรึกษารัฐมนตรีจะไปเยอะ กฎเกณฑ์ที่ว่าจะเอา ใครที่มีคุณวุฒิอย่างไรไปนะครับ ถ้าเผื่อเป็นไปได้ก็น่าจะพิจารณาผู้แทนจากกองทัพเรือซึ่งอยู่ กรมอุทกศาสตร์ด้วย ให้ประกอบไปด้วยนะครับ เพราะว่าปกติเขาทําหน้าที่พวกนี้อยู่แล้ว ผมไม่ได้ประเมินขีดความสามารถของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่ํา ผมไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ แต่ผมทราบดีว่าท่านไม่มีเรือ กองทัพเรือมีเรือ แต่ไม่มีงบประมาณ ที่จะไปทํา ถ้าเผื่อสมมุติว่าทางรัฐบาลสามารถกําหนดให้ร่วมมือกันนะครับจัดงบประมาณ ลงไปให้ แล้วก็นักวิจัย อันนี้มันก็จะมีประโยชน์นะครับ
ต่อไปในข้อ ๕ ครับเรื่องคณะกรรมการร่วม ก็จะมี ๔ คนนะครับ มีประธานร่วม ฝ่ายละ ๑ คน เสร็จแล้วก็จะมีคณะกรรมการร่วมอีก ๔ คน อันนี้ก็เช่นเดียวกันในเมื่อจะให้ ทางกองทัพเรือได้ช่วยในด้านงานนี้แล้ว เป็นไปได้ไหมครับที่จะให้มีผู้แทนจากกองทัพเรือ เป็น ๑ ใน ๔ คนที่ท่านจะไป แต่ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้มาหางานหรือหาภาระให้กองทัพเรือ นะครับ แต่ผมคิดว่าขณะนี้สภาพแวดล้อมในเมื่อเป็นหน่วยราชการซึ่งมีเรือซึ่งสําคัญนะครับ มันไม่ได้ไปอยู่ใกล้ ๆ ออกไปในทะเลจีนตอนใต้หรือไปทะเลอันดามัน มันไปไกลนะครับ เพราะฉะนั้นก็จําเป็นที่จะต้องให้หน่วยงานซึ่งมีความพร้อมทางด้านบุคลากรก่อน เสร็จแล้ว ต่อไปข้างหน้า ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอาจจะมีเรือ มากขึ้น ทีนี้ไปก็มีปัญหาว่างบประมาณจะเอามาจากไหน สิ้นเปลืองจากไหน ฝรั่งเขาทําเรื่องนี้ ไม่ยากครับ เขาก็ให้บริษัทเอกชนที่ถ่ายหนัง ทําสารคดี หรืออะไรต่าง ๆ พวกนี้ร่วมไปด้วย แล้วก็เอาค่าโฆษณามาชดเชยในสิ่งนี้ ผมคิดว่าถ้าสมมุติว่าเราร่วมมือกันนี่สิ่งที่ผมเป็นห่วง ตั้งแต่แรกว่าเซ็นบันทึกความเข้าใจไป ฟังแล้วดูมีประโยชน์ในห้องนี้ หน่วยราชการรู้ ได้ไปประชุม ได้ไปต่าง ๆ หมด พอไปถึงกระทรวงลงไปปั๊บ ถึงประชาชนไม่มี สูญนะครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมดคําถามอีกข้อหนึ่งนะครับเกี่ยวกับเรื่องข้อตกลงทางการเงิน หลายครั้งครับ พอตกลงเรื่องนี้แล้วเมื่อมีการที่จะต้องส่งผู้แทนไปร่วมประชุมก็ไม่มีงบประมาณ ก็ไปไหนไม่ได้นะครับ
คําถามข้อสุดท้ายก็คือว่าทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ เสนองบประมาณเตรียมไว้หรือยังเมื่อเซ็นเอ็มโอยูฉบับนี้เสร็จแล้ว ถ้าต้องมีการไปประชุม ก็จะต้องเสนอของบประมาณเพื่อให้ได้ไปประชุมนะครับ เพื่อประหยัดเวลาผมไม่ทวนคําถาม ทั้งหมด ๖ ข้อนะครับ แต่ถ้าสมมุติว่าท่านรัฐมนตรีกรุณาตอบได้ ผมคิดว่าสมาชิกวุฒิสภา ทุกท่านและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงมีความสบายใจขึ้น รวมทั้งพี่น้องประชาชน ซึ่งฟังอยู่ก็คงจะมีความอุ่นใจขึ้นว่าเที่ยวนี้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เซ็นไปแล้ว มันก็คงไม่มี ผลกระทบในทางลบซึ่งเขาต้องมาร้องเรียนทีหลังทําให้สภาเสียชื่อครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ