ประเสริฐ ชิตพงศ์ หารือเรื่องความร่วมมือระหว่างไทยและจีนในด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล และแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ เช่น ไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระวังช่องว่างในข้อตกลงระหว่างสองประเทศที่อาจนำไปสู่การเสียเปรียบของประเทศไทย และขอให้ตั้งข้อสังเกตหลายประการเพื่อระวังผลกระทบจากการร่วมมือนี้
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์ ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา ในฐานะ เป็นสมาชิกของรัฐสภา ความร่วมมืออันนี้ก็อยากจะขออนุญาตเรียนว่าเป็นความร่วมมือที่จะ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความรู้และวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลทั้งของประเทศ จีนและของประเทศไทย เพราะประเทศจีนเองถือว่าเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าใน วิทยาการทางด้านทะเลเป็นอย่างมาก ก็อาจจะอยู่ในระดับแนวหน้าด้วยนะครับ ประเทศไทย อาจจะได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้าทางวิชาการที่ประเทศจีนมีอยู่มาใช้ในการศึกษา ค้นคว้าและพัฒนาวิชาการทางด้านทะเลและชายฝั่งของประเทศไทย จึงยินดีที่จะสนับสนุน ในการที่ท่านจะไปลงนาม ท่านรัฐมนตรีจะไปลงนามกับประเทศจีนในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อที่อยากจะขอฝากไว้เป็นข้อพึงระวังสัก ๒-๓ ประการในการที่เมื่อได้มีการลงนามแล้ว ในการที่จะไปดําเนินการต่อเนื่องหลังจากนั้น
ประการที่ ๑ ก็คือเรื่องสิทธิในทางทรัพย์สินทางปัญญาครับ มีความจําเป็นที่ จะต้องพึงระวัง ในการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาที่อาจจะเกิดขึ้นจากความร่วมมือนี้ เพราะว่าการนําทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ในกรณีของประเทศไทยนั้นนะครับได้เกิด มีความเสียเปรียบในเรื่องนี้มากับประเทศอื่นพอสมควร อย่างที่ทราบกันอยู่ เรามีทรัพย์สิน ทางปัญญาที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรในบ้านเรา แล้วไปทําวิจัยร่วม ไปทําโครงการร่วมกับ ต่างประเทศ ไม่ว่าประเทศในเอเซียเอง ขออภัย ขอไม่เอยนามประเทศนะครับ หรือประเทศในยุโรป หรือประเทศในภูมิภาคอื่นที่เราเคยทํางานวิจัยร่วมกันแล้ว วันดีคืนดี เขาไปจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาโดยที่เราไม่รู้หรือรู้ อาจจะไปจดร่วม แต่ว่าในที่สุด เราก็จะได้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาที่จะไปจดลิขสิทธิ์ ไปจดทรัพย์สินนั้น ค่อนข้างจะน้อย เพราะฉะนั้นการที่จะไปทําเรื่องนี้กับประเทศจีน ก็อยากจะให้พึงระวังไว้ จริงอยู่นะครับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในข้อตกลงนี้ได้การพูดไว้บ้างแล้วในข้อ ๙ แต่ในทางปฏิบัติก็ยังคิดว่ายังมีช่องว่างอยู่อีกมาก แล้วก็อาจจะอาศัยช่องว่างตรงนี้ ประเทศที่ร่วมลงนามในสัญญาด้วยกันกับเราคือประเทศจีน อาจจะอาศัยช่องว่างที่อาจจะ มีอยู่ในข้อตกลงในข้อ ๙ ที่อาจจะไปใช้โอกาสในการที่จะไปจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ที่น่าจะเกิดขึ้น โดยที่ในที่สุดเราอาจจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็ได้นะครับ
ประการที่ ๒ อยากจะขอฝากเป็นข้อสังเกตผ่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ก็คือว่า ข้อตกลงนี้อาจจะไปปิดกั้นหรือเป็นอุปสรรคกับความร่วมมือด้านเดียวกันนี้กับ ประเทศอื่น ซึ่งประเทศไทยอาจจะมีความร่วมมือ แต่อาจจะไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อตกลงนี้ที่เรามี กับประเทศจีน จริงอยู่เรื่องนี้มีนัยอยู่แล้วในข้อ ๘ ของความร่วมมือนี้ แต่ถึงแม้จะระบุว่า ความร่วมมือระหว่างไทย-จีน จะไม่ไปปิดกั้นประเทศอื่นก็ตาม แต่ที่น่าห่วงใยอยู่ประการหนึ่ง ก็คือว่า กรณีที่ประเทศไทยอาจจะมีความร่วมมืออยู่กับประเทศบางประเทศ ซึ่งอาจจะไม่มี ความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศจีน หรืออาจจะมีนัยบางอย่างที่ประเทศจีนอาจจะปิดกั้น ในการที่เราจะร่วมมือกับประเทศนั้น เช่นประเทศไต้หวันเป็นต้น ซึ่งเรามีความร่วมมือทาง วิทยาศาสตร์ทางทะเลกับประเทศไต้หวันอยู่มากหลายประการ เรามีการฝึกนักศึกษา มีการ ฝึกนักวิชาการลงเรือของประเทศไต้หวันอยู่เป็นประจําทุกปี เมื่อมีข้อตกลงนี้เกิดขึ้นเป็นไปได้ ไหมว่าอาจจะเกิดการปิดกั้นความร่วมมือนี้ที่เรามีอยู่กับประเทศไต้หวันซึ่งมีมาช้านานแล้ว กระผมเคยมีโอกาสที่เข้าไปสังเกตการณ์มีส่วนที่จะเข้าไปเจรจาเรื่องความร่วมมือนี้กับ ประเทศไต้หวัน ในอดีตที่รับราชการอยู่ เพราะฉะนั้นผมห่วงว่าข้อตกลงนี้ที่เราจะมีกับประเทศจีน หากไปปิดกั้นโอกาสตรงนี้ เราจะเสียโอกาสมากมายนะครับ ในแต่ละปีนั้นเรามีนักศึกษา นักวิชาการไปลงเรือฝึกทาง ทะเลที่เกี่ยวข้องกับการสํารวจสมุทรศาสตร์และอะไรต่อมิอะไรอยู่มากมายครับ ก็ขออนุญาต ที่จะฝากท่านรัฐมนตรี ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ หรือเราอาจจะมี ความร่วมมือเพิ่มเติมกับประเทศอื่น ๆ ในอนาคตนี้อาจจะยังไม่มีความสัมพันธ์กับประเทศจีน แล้วเกิดข้อตกลงนี้ไปปิดกั้นแล้วก็จะเสียดายและเสียโอกาสนะครับ
ประการที่ ๓ โอกาสในการที่ประเทศจีนจะเข้าถึงทรัพยากรที่มีอยู่ใน ท้องทะเลของประเทศไทยนะครับ ทั้งทรัพยากรชีวภาพและทรัพยากรที่ไม่ใช่ชีวภาพ อาจจะเป็นทรัพยากรอื่น ๆ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่เกี่ยวกับที่มีอยู่ในท้องทะเลหรือใต้ดิน ซึ่งจากการที่มีความร่วมมือนี้อาจจะเป็นไปได้ว่าประเทศจีนอาจจะมีโอกาสสํารวจและ รับรู้ถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่เรามีอยู่อีกมากมายในท้องทะเลที่อาจจะไม่ใช่เป็นทรัพยากร ทางชีวภาพนะครับ ซึ่งประเทศจีนอาจจะใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่สูงกว่า ที่เหนือกว่า โดยประเทศไทยไม่สามารถตรวจสอบและเข้าถึงได้ในเชิงเทคโนโลยีและในเชิงวิชาการและ ขั้นตอนที่ประเทศจีนอาจจะปฏิบัติในระหว่างที่ใช้โอกาสทางความร่วมมือที่มีอยู่นี้เป็น ข้อตกลง หรืออาจจะตรวจสอบได้แต่อาจจะมีข้อด้อยหรือข้อเสียเปรียบที่จะเป็นการยับยั้ง หรือขัดขวาง ที่จะไปยับยั้งหรือขัดขวางได้ อะไรได้ เพราะเราอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และ ลักษณะของคนไทยก็คือใจดี เมื่อร่วมมือกันแล้วอะไรต่ออะไรที่เขาขอหรืออะไรก็แล้วแต่ นะครับ รู้สึกว่าเขาอยากจะได้ก็ยกให้ไปเลยอะไรอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งลักษณะเช่นนี้จะทําให้เรา เสียโอกาสได้ เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกต ๒-๓ ประการนี้ไว้นะครับในการที่ เราจะไปลงนามความร่วมมือทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลกับประเทศจีนในครั้งนี้นะครับ