กษิต ภิรมย์ แถลงว่าเคยแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานฝ่ายไทยในกรอบของเจบีซี แต่ระยะหลังไม่มีแล้ว จึงขอแต่งตั้งประธานคณะเจรจาฝ่ายไทยแทน และยืนยันว่าตัวตำแหน่งของคนไม่ได้เป็นประเด็นปัญหา แต่จะรับไว้แล้วถ่ายทอดไปยังรัฐบาลใหม่ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปิด-เปิดด่านศุลกากรไทย-พม่า ความสัมพันธ์ระหว่างแผนที่กับสนธิสัญญาระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา การประสานงานเกี่ยวกับหนังสือเดินทางของพระภิกษุสงฆ์ การดูแลผู้อพยพในค่าย การเตรียมความพร้อมให้พร้อมสำหรับการเดินทางกลับประเทศพม่า และการมีอนุกรรมการภายใต้กรอบเจบีซี และการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง บริเวณแม่น้ำเมย จังหวัดตราด และเขื่อนฮัตจี พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่สนับสนุนกองกำลังติดอาวุธ และมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมสันติสุขและสันติภาพในประเทศพม่า
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผมขอกราบขอบคุณท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านผ่านทางท่านประธานรัฐสภา ต่อข้อคิดเห็น ข้อวิพากษ์วิจารณ์ ข้อเสนอแนะ แล้วก็คําถามต่าง ๆ ขอเรียนตอบไป ดังนี้เลยนะครับ คือขอกราบเรียนว่าในอดีตนี้ก็เคยมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลก่อน ๆ แล้วก็มักจะเป็นประธานฝ่ายไทยในกรอบของ เจบีซี ไม่ว่ากับประเทศไทย กับประเทศลาว หรือว่ากับประเทศพม่า หรือแม้กระทั่ง กับประเทศกัมพูชา แต่ระยะหลังไม่มีนะครับ อาจจะเป็นข้อจํากัดเกี่ยวกับจํานวนรัฐมนตรี ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ แล้วก็ภารกิจที่อื่นอาจจะมากกว่ากระทรวงอื่น ๆ ก็มีการกระจาย ตําแหน่งรัฐมนตรีไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเราก็ได้หาวิธีแก้ไขโดยการแต่งตั้งประธาน คณะเจรจาฝ่ายไทย ซึ่งเป็นมติ ครม. แล้วก็ได้บอกกับประเทศคู่เจรจา แล้วก็มีสถานะ เทียบเท่ากับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็ในอดีตที่ผ่านมาโดยตลอด จะเป็นกับประเทศพม่าหรือจะเป็นกับประเทศกัมพูชาก็ดี ไม่ได้มีประเด็นปัญหากับตัว องค์บุคคล แล้วที่มันติดขัดมันจะเป็นเรื่องของเนื้อหาของการเจรจาว่าด้วยเรื่องเขตแดน มากกว่า ก็ขอกราบเรียนยืนยันนะครับว่าตัวตําแหน่งของคนไม่ได้เป็นประเด็นปัญหา แต่ก็จะ รับไว้แล้วก็จะได้ถ่ายทอดไปยังรัฐบาลใหม่ว่ามีความจําเป็นที่จะต้องมีรัฐมนตรี ช่วยว่าการนะครับ เพื่อจะให้ดําเนินการต่าง ๆ แล้วงานของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จริงมันก็มากมายมหาศาล โดยเฉพาะในยุคโลกาภิวัตน์ที่งานมันขยายอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ ประเด็นปัญหาของโลกมันประดังมาที่ประเทศไทยผ่านกระทรวงการต่างประเทศนั้น แทบจะทุกวัน แล้วก็ ๒๔ ชั่วโมง
ส่วนข้อต่อไปก็คือว่าเมื่อได้รับกรอบแล้ว เราก็สามารถที่จะดําเนินการคู่ขนาน กันไปได้ คือเจรจาว่าด้วยเรื่องเขตแดน ในขณะเดียวกันก็เจรจากันในเรื่องของการเปิดด่านถาวร ซึ่งจะต้องมีการสํารวจพื้นที่ร่วมกันไว้ล่วงหน้า
ส่วนประเด็นปัญหาของด่านมีการปิดบ้างเปิดบ้างนั้น ในกรณีของประเทศพม่า ก็ต้องตระหนักด้วยกันทั้งหมดว่ายังมีการสู้รบระหว่างรัฐบาลกลางกับชนกลุ่มน้อยติดอาวุธอยู่ แล้วก็สาเหตุเดียวที่ทางฝ่ายพม่าได้บอกเรามาตลอดเวลาถึงความจําเป็นของการที่ จะต้องปิด เปิดด่านศุลกากรชั่วคราวนั้น ก็จะสืบเนื่องมาจากเรื่องของการปะทะกัน อันนี้ ก็เป็นสิ่งที่ก็ได้แสดงความห่วงใย แล้วก็รัฐบาลใหม่ของประเทศพม่า ล่าสุดที่ผมได้พบกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่าที่กรุงเทพมหานคร เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประมาณ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา เขาก็ได้ขอให้เราให้ความร่วมมือในเรื่องของชนกลุ่มน้อย ติดอาวุธ เราก็จะเริ่มปรึกษาหารือและจะร่วมมือกันอย่างไร แล้วก็ถ้อยแถลงของ ประธานาธิบดีของประเทศพม่า เมื่อวานซืนนี้ก็ได้บอกมาแน่ชัดว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดอันหนึ่ง ของเขา คือเขาจะต้องเปิดการเจรจากับชนกลุ่มน้อยติดอาวุธต่าง ๆ ของประเทศพม่า เพื่อให้ กระบวนการปรองดองแห่งชาติแล้วก็สันติภาพกลับมา ก็คงจะต้องทําคู่ขนานกันไป เขาโดยตรงกับกลุ่มติดอาวุธ เราก็อยู่ในวิสัยที่จะให้การพูดจาช่วยเหลือได้ เราก็ได้ยืนยันกับ ทางฝ่ายประเทศพม่าว่ารัฐบาลไทยไม่สนับสนุนกองกําลังติดอาวุธใด ๆ เลยทั้งสิ้น
ส่วนประเด็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแผนที่กับสนธิสัญญา ก็ต้องขอกราบเรียนยืนยันนะครับว่าตัวสัญญามันต้องมาเหนือแผนที่ แต่ประเด็นมันก็คือว่า ในการเจรจานั้นมันต้องใช้ทั้งสนธิสัญญาแล้วก็แผนที่ มันต้องประกอบกัน แล้วเราก็ต้อง พิจารณาเป็นกรณี ๆ ไปว่าอันไหนจะมีน้ําหนักมากกว่ากัน คือเอาประโยชน์แล้วก็ ผลประโยชน์ แล้วก็ความได้เปรียบของเราเป็นที่ตั้ง การจะมัดตัวเองไว้ก่อนล่วงหน้าว่า จะต้องเอาสนธิสัญญามาก่อนแผนที่ ก็เป็นการผูกมัดตัวเองอาจจะไม่มีความจําเป็น ในกรณี ของประเทศกัมพูชา ต้องขอกราบเรียนยืนยันนะครับว่าเราเอาสนธิสัญญาเป็นตัวหลัก แผนที่เป็นตัวรอง แล้วเราก็ไปปฏิเสธเรื่องแผนที่มาเป็นตัวนํา นั่นเป็นท่าทีของฝ่ายกัมพูชา แล้วมันเป็นเรื่องที่ทางศาลโลก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้ใช้แผนที่เป็นตัวตั้ง ซึ่งเราก็ได้ตอบปฏิเสธมาตลอด แล้วก็ขอเรียนว่าในการปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ๓ คน ที่เรามีอยู่ขณะนี้ ซึ่งในต้นเดือนหน้าผมจะเดินทางไปพบเขาที่นครเจนีวาทั้ง ๓ คน เขาก็ได้ บอกมาแล้วว่าเขาก็ไม่ได้เห็นด้วยกับศาลโลกที่ได้ให้น้ําหนักกับแผนที่เกินเหตุ แล้วก็กระบวนการเกี่ยวกับแผนที่ในกรณีที่เกี่ยวกับประเทศไทยกับประเทศกัมพูชานั้น กระบวนการของการให้ความเห็นชอบมันไม่ได้มีการสิ้นสุด อันนี้ก็อาจจะเป็นอีกท่าทีหนึ่ง ที่เราจะต้องเอาเข้ามาศึกษา ถ้าเผื่อเราจะต้องไปต่อกรกับฝ่ายกัมพูชาในกรอบของศาลโลก ในครั้งต่อไป ในกรอบของไอซีจี (ICG) ก็ขอเรียนขอความยืดหยุ่นไว้สักนิดนะครับ แต่ก็แน่นอนโดยใช้หลักสามัญสํานึกแล้วก็หลักทั่วไปว่าใช้สนธิสัญญาเป็นตัวตั้ง แผนที่เป็นตัวรอง แต่ก็ต้องผสมผสานกันไป แล้วก็ทั้งหมดนี้ก็จะมีการปรึกษาหารือกับรัฐสภา แล้วก็ กรรมาธิการต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ แล้วก็ได้มีคํามั่นสัญญาในการที่จะรายงานให้รัฐสภาทั้งชุดนี้ ชุดใหม่ที่จะมีในอนาคตหลังการเลือกตั้งทราบ แล้วเราก็จะทํางานกับประชาชนอย่างใกล้ชิดด้วย เพราะจะต้องนําข้อมูลเหล่านี้ไปสู่ประชาชน
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับหนังสือเดินทางของท่านพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายนั้น ก็เป็นเรื่องของการประสานงานของเรากับทางมหาเถรสมาคมครับ ถ้าเผื่อมีหนังสือมาแจ้งมา ว่าไปในเรื่องราชการก็สามารถที่จะออกหนังสือเดินทางได้นะครับ
สําหรับประเด็นที่เกี่ยวกับค่ายผู้อพยพนั้น โดยตลอดมากระทรวง การต่างประเทศร่วมกับทางสภาความมั่นคงก็ประสานงานกับทางคณะกรรมการผู้ลี้ภัย สหประชาชาติ ยูเอ็นเอชซีอาร์โดยตลอดเวลา โดยเฉพาะ ๑. เขามีหน้าที่ในการที่จะคัดคน ออกไปตั้งรกรากในประเทศที่ ๓ ส่วนประเด็นที่ ๒ นั้นเรื่องของการที่จะดูแลผู้อพยพในค่าย เราจะเข้าไปบริหารมากยิ่งขึ้น แทนที่จะปล่อยให้อยู่ในอาณัติของยูเอ็นเอชซีอาร์ แล้วก็ บรรดาองค์กรภาคประชาสังคมที่เป็นของต่างชาติ เรากําลังจะเข้าไปพัฒนาการดูแล ค่ายผู้อพยพชาวพม่าตลอดแนวชายแดนทั้ง ๙ ค่าย เพื่อจะให้เขาได้เตรียมความพร้อมที่จะ เดินทางกลับไปที่ประเทศพม่า สืบเนื่องมาจากได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงกลับมาสู่ ความเป็นประชาธิปไตยที่ได้มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ก็คิดว่าสันติสุข สันติภาพ คงจะกลับมาสู่ประเทศพม่าได้ ก็อยู่ในวิสัยที่รัฐบาลไทยจะเข้าไปบริหารจัดการค่ายผู้อพยพ ทั้งหมด แล้วก็เตรียมความพร้อมของบุคลากรในค่ายผู้อพยพเหล่านี้ให้เขามีความเป็นอยู่ มีทักษะ มีการศึกษา มีการฝึกอบรมทางด้านวิชาชีพมากยิ่งขึ้น แล้วอันนี้เราก็ประสานกับทั้ง ทางยูเอ็นเอชซีอาร์ แล้วก็ประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศตะวันตก รวมทั้งประเทศญี่ปุ่นด้วย อันนี้ก็กําลังอยู่ในระหว่างการดําเนินการและการวางแผน
ส่วนประเด็นปัญหาเฉพาะหน้าก็ขอยืนยันได้ว่าจะให้มีความพร้อม ในเรื่อง ของอาหารก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะได้เกิดขึ้น และอีกประเด็นหนึ่งที่เราจะต้องร่วมกับยูเอ็นเอชซีอาร์ ก็คือการขึ้นทะเบียน แล้วก็ปรับทะเบียนเพื่อจะได้รู้ว่าไม่มีการสอดแนมหรือลักลอบเข้ามา หรือมาเพิ่มจํานวนคนในค่ายอพยพ อันนี้ก็จะต้องทํางานกันอย่างใกล้ชิดโดยผ่านทาง กระทรวงมหาดไทยนะครับ
สําหรับเรื่องต่อไป ก็คือเรื่องมีอนุกรรมการภายใต้กรอบเจบีซีหรือไม่ ขอกราบเรียนว่ามีอยู่แล้ว เรียกว่าคณะกรรมการสํารวจ ภาษาอังกฤษใช้คําว่า จอย เทคนิคอล เซอร์เวย์ คอมมูนิตี้ (Join technical survey community) ซึ่งก็มี เจ้ากรมแผนที่ทหารเป็นประธาน เพราะฉะนั้นก็มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง ทางฝ่ายทหารกับทางฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศ ทางฝ่ายกฎหมายของกระทรวง การต่างประเทศ นอกจากนั้นแล้วในกรอบของเจบีซีเราก็ยังมีคณะกรรมการร่วมไทย-พม่า ที่เกี่ยวกับเขตแดนคงที่ช่วงแม่น้ําสายแม่น้ํารวกด้วยครับ นี่ก็เป็นสิ่งที่ได้ดําเนินการอยู่ แล้วก็ในการดําเนินการนั้นก็จะมีการปรึกษาหารือแล้วก็ประสานงานกันอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ที่ผ่านมานั้นมีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ ๒-๓ ครั้ง ดังที่ผมได้กราบเรียนไว้ ตั้งแต่ต้น ก็คงไม่มีการดําเนินการอะไรที่ได้ข้ามหน้าข้ามตาทางรัฐสภาไป เพราะว่าการที่จะ มาขอกรอบอันนี้ก็เหมือนกับจะมาเริ่มต้นใหม่ อันนี้เพื่อจะอํานวยให้มีการดําเนินการกับทาง ฝ่ายประเทศพม่าได้ แล้วก็ที่มันชะงักงันมาก็เพราะว่าประเด็นปัญหาทางการเมืองภายใน ของประเทศพม่าเป็นสําคัญดังที่ทราบกันดีอยู่ แต่ ณ วันนี้เขามีการเลือกตั้งแล้ว กลับมาสู่ การเริ่มต้นใหม่ของการเป็นสังคมประชาธิปไตย เขามีรัฐบาลใหม่แล้ว มีรัฐสภาแล้ว ก็อยู่ใน วิสัยที่สามารถที่จะตอบรับในการที่จะมาร่วมประชุมกับเรา ครั้งที่ ๗ ในกรอบของเจบีซีได้
สําหรับประเด็นที่ได้สอบถามเกี่ยวกับการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง บริเวณแม่น้ําเมย จังหวัดตราด ก็ขอกราบเรียนว่าตามอนุสัญญาระหว่างสยาม-อังกฤษ ค.ศ. ๑๘๖๘ อนุสัญญาระบุให้แต่ละฝั่งของแม่น้ําเมยเป็นเส้นเขตแดนโดยถือแม่น้ําเป็นกลาง แล้วก็ ฝ่ายไทยก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ความยาว ๖๐๐ เมตร เพื่อรักษาตลิ่งของฝั่งไทย ฝ่ายพม่าประท้วง แต่ต่อมาเขาก็ได้ก่อสร้างเช่นกัน ก็ขอกราบเรียนว่ามันก็มีเรื่องของการ ป้องกันตลิ่งบริเวณแม่น้ํากระบุรีและแม่น้ําปากจั่น ก็ใช้อนุสัญญาระหว่างสยาม-อังกฤษ ค.ศ. ๑๘๖๘ แล้วก็หนังสือแลกเปลี่ยน สยาม-อังกฤษ ค.ศ. ๑๙๓๔ แล้วก็ในอนุสัญญาเหล่านี้ ก็ระบุให้แต่ละฝั่งของแม่น้ํากระะบุรีเป็นเส้นเขตแดน และหนังสือแลกเปลี่ยน สยาม-อังกฤษ ค.ศ. ๑๙๓๔ ระบุว่า ตั้งแต่หมู่บ้านมาลังขึ้นไปทางเหนือให้ใช้ร่องน้ําลึกเป็นเขตแดน เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ทํานั้นก็เป็นไปตามอนุสัญญา แล้วก็หนังสือแลกเปลี่ยนที่เรามี อยู่กับทางฝ่ายอังกฤษนะครับ
สําหรับความประสงค์ของท่านสงวนที่ต้องการจะรู้ข้อมูล ขอกราบเรียนเชิญ มาที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมายนะครับ เราได้มีการจัดพิมพ์เอกสารไว้เป็นรูปเล่มแล้ว เกี่ยวกับเรื่องเขตแดนต่าง ๆ นอกเหนือจากเว็บไซต์ดังที่ผมได้กราบเรียนไว้ตั้งแต่ต้น ถ้าเผื่อ ท่านประสงค์ที่จะได้รู้เรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศไทยกับแต่ละประเทศนั้น ทางกรมเอเชียตะวันออกก็พร้อมที่จะป้อนข้อมูลให้ท่าน เดี๋ยวผมจัดส่งไปให้ท่านไปให้หมดเลย โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
สําหรับคําถามเรื่องเขื่อนฮัตจี เราได้ใช้แม่น้ําสาละวินทางขอบฝั่ง เป็นเส้นเขตแดน ต่อจากแม่น้ําสาละวินคือแม่น้ําเมย ก็ใช้ขอบฝั่งเช่นเดียวกัน แล้วก็ในการ สร้างเขื่อนฮัตจีนั้นคงไม่เป็นการกระทบต่อเส้นเขตแดน เพราะเป็นการก่อสร้างเขื่อน ในประเทศพม่า ส่วนผลกระทบต่อประชาชนนั้น คณะกรรมการดูแลทางด้าน สิทธิมนุษยชนที่ท่านสาทิตย์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กําลังดูแลข้อห่วงกังวล รวมทั้งเรื่องการเยียวยาผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ ทั้งทางด้าน สิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตแล้วก็ชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน คณะกรรมการต่าง ๆ ก็มี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยร่วมอยู่ด้วย สําหรับโครงการก่อสร้างเขื่อนฮัตจีนั้น เป็นการจัดทําบันทึกช่วยจําเอ็มโอยูระหว่างทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กับรัฐบาลพม่า ก็ขอกราบเรียนชี้แจงข้อมูลแล้วก็ข้อคําถามต่าง ๆ เหล่านี้ ผมหวังว่าคงจะได้ คําตอบไว้หมดแล้ว
ส่วนเรื่องชาติพันธุ์ ทราบว่ามีมหาวิทยาลัยมหิดลทําการศึกษาเรื่องชาติพันธุ์อยู่ แล้วก็ในกรอบของอาเซียน ผมเองเป็นผู้ได้เสนอให้มีการทําการชําระประวัติศาสตร์แล้วก็ ศึกษา ประเด็นปัญหาของชนกลุ่มน้อยนั้นมันเป็นเรื่องของสหประชาชาติซึ่งเราในฐานะเป็น สมาชิกสหประชาชาติก็จะดําเนินการในการที่จะดูแลสิทธิเสรีภาพของชนกลุ่มน้อย
ส่วนความสัมพันธ์ต่อประเทศจีนนั้น ก็ถือว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดและ เป็นมาโดยตลอดเวลา ไม่ได้มีประเด็นปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น ขอกราบของพระคุณ ท่านประธานครับ