รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔

ชัย ชิดชอบ หารือเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของรัฐสภา โดยเฉพาะเรื่องการรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะพิจารณาเรื่องใดๆ และเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาส่งเอกสารเพิ่มเติมให้ศาลรัฐธรรมนูญ

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา

คือความเห็นที่ผมได้ศึกษา กับฝ่ายกฎหมายของสภานะครับ คือเราตรวจสอบหลักตัวบทกฎหมายและข้อบังคับ การประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้วไม่พบว่ามีบทบัญญัติที่กําหนดให้ที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาต้องชะลอหรือระงับการพิจารณาเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณาไว้ก่อน เพื่อรอคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแต่ประการใด คือไม่มีตัวบทนะครับ แต่ว่ามันก็ไปโยง ถึงมาตรา ๑๕๔ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญใน (๑) ที่โยง ที่คุณศิริโชค โสภา เป็นผู้ยื่น และคุณศิริโชค โสภา ก็เป็นคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ที่เราส่งไปทั้ง ๓๐ ท่าน เราก็พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ ก็จึงแจ้งให้ที่ประชุมรัฐสภาวินิจฉัย ฉะนั้นปัญหาเรื่องนี้ เป็นปัญหาที่ว่า แต่วันนี้วิธีปฏิบัติคือหมายความว่าส่วนใหญ่ เช่น กฎหมายที่สภาที่รัฐบาล ยับยั้งไม่ส่งโปรดเกล้าฯ โดยมีการเสนอเรื่องว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีนั้นทําไม่ถูกต้อง สภาส่งไปให้นายกรัฐมนตรี แล้วก็มีการตีความ ผมก็ส่งเรื่องไป ตีความ นายกรัฐมนตรีก็หยุดการส่งกฎหมายฉบับนั้นทูลเกล้าฯ อันนี้เป็นตัวอย่างในยุคนี้ เราก็ศึกษาละเอียดรอบคอบครับ ผมจะเรียนให้ท่านทราบอย่างนี้นะครับ เราได้รับหนังสือ จากนายกรัฐมนตรี ผมจะบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อเป็นบรรทัดฐานของสภานะครับ ท่านได้ เสนอเรื่องบันทึกการประชุมของคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับ เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ รัฐสภามีเวลาพิจารณา ๖๐ วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และก็ครบกําหนดวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ นี่เรียนให้ท่านสมาชิกรัฐสภา ได้ทราบ ต่อมานายกรัฐมนตรีได้เสนอเรื่องบันทึกนี่นะครับเข้าสู่การพิจารณาไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๗ มาใช้บังคับอนุโลมระหว่างยัง ไม่มีข้อบังคับของรัฐสภาในยุคนั้นนะครับ แล้วต่อมาท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เสนอเรื่องบันทึก การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับต่อรัฐสภามาครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ รัฐสภามีเวลาพิจารณา ๖๐ วันเหมือนกัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มาตรา ๑๙๒ และครบกําหนดในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ กระผมในฐานะ ประธานรัฐสภาได้บรรจุระเบียบวาระเมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ และได้มีการประชุม พิจารณากันกับรัฐสภา ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันพุธที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๓ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ และครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ได้พิจารณา แล้วลงมติตั้งคณะกรรมาธิการรัฐสภาจํานวน ๓๐ ท่าน เพื่อพิจารณาก่อนที่จะพิจารณาลงมติ ให้ความเห็นชอบ โดยกําหนดเวลาพิจารณาศึกษาไว้ ๓๐ วัน ต่อมาก็มีการลาออก อะไรออก นะครับ และตั้งกรรมการร่วมเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ประธานคณะกรรมาธิการ ได้มีหนังสือขออนุญาตขยายเวลาพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน ซึ่งเป็นช่วง ปิดสมัยประชุมนะครับ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ประธานคณะกรรมาธิการได้เสนอ รายงานต่อประธานรัฐสภาและก็นัดประชุมร่วมกันบรรจุระเบียบวาระวันที่ ๓ มีนาคม แล้วมีการประชุมเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคมที่ผ่านมา เราก็ได้พิจารณา แล้วหลังจากนั้นวันที่ ๒๕ เราได้ทราบคําสั่งของศาลรัฐธรรมนูญว่าได้รับเรื่องไว้พิจารณา ซึ่งคุณศิริโชค โสภา กับคณะ จํานวน ๘๐ คนได้ทําหนังสือยื่นต่อประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ โดยอาศัยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และมาตรา ๑๕๔ (๑) เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นหนังสือสัญญาที่ต้องเสนอต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ หรือไม่ อันนี้ก็ชัดนะครับ แล้วผมก็ได้สอบถามไปยัง สํานักนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ตอบมานะครับ ท่านบอกเป็นเรื่องของสภา และได้ถามไปประธานคณะกรรมาธิการ ประธานคณะกรรมาธิการท่านก็ตอบมาว่า การดําเนินการของนายศิริโชค เป็นการดําเนินการในฐานะสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่มติของ คณะกรรมาธิการ ตราบใดที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับพิจารณาคณะกรรมาธิการน่าจะยังคง ปฏิบัติภารกิจต่อไป นี่ชัดนะครับ นอกจากนี้ได้มีการนําเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมาธิการประสานงานและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของ ประธานรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ คณะกรรมาธิการยังมีความเห็นในเรื่องนี้ว่า เมื่อมีการดําเนินการเพื่อใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และมาตรา ๑๕๔ (๑) มีผลผูกพันต่อการใช้อํานาจของประธานรัฐสภาแล้ว และประธานรัฐสภาจึงต้องส่งเรื่องให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือลงวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๕๔ ขอให้ ประธานรัฐสภาส่งเอกสารเพิ่มเติม คือให้ส่งบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งเอกสารเพิ่มเติมตามที่ ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามหนังสือฉบับลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๔ ประธานรัฐสภาได้ส่งเรื่องเพิ่มเติมตามที่ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามหนังสือ ฉบับลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๔ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔ แจ้งว่าได้รับเอกสารที่ส่งเพิ่มเติมไว้ในสํานวนและรับคําร้องไว้พิจารณา วินิจฉัยแล้ว สรุปความเห็นนะครับ เรื่องนี้ก็จึงแจ้งให้สมาชิกรัฐสภาได้ทราบเพื่อโปรดวินิจฉัย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐสภานะครับ เพราะผมได้เรียนแจ้งตั้งแต่ต้นแล้ว เราได้ตรวจสอบ กฎหมายและข้อบังคับแล้ว ไม่พบว่ามีบทบัญญัติที่กําหนดให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ต้องชะลอหรือระงับการพิจารณาเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณาไว้ก่อน เพื่อรอ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแต่ประการใด ผมจึงแจ้งให้ท่านชลน่านที่ถามนี้ได้ทราบ แล้วก็ได้วินิจฉัยกับสภาต่อไปนะครับ เชิญคุณประเกียรติ ผมแจ้งให้ทราบหมดแล้วนะครับ ขั้นตอน เราได้ทําตามขั้นตอนทุกอย่าง