รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔

สุรจิต ชิรเวทย์ ระบุว่าศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาเรื่องบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และรัฐสภาต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภา สมุทรสงคราม

ขอบคุณครับ ท่านประธาน กระผม สุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิก รัฐสภา คือความจริงประเด็นเรื่องศาลรัฐธรรมนูญผมเป็นคนพูดเองเมื่อคราวที่แล้วนะครับ เพราะได้ทราบว่ามีความขัดแย้งในคณะกรรมาธิการแล้วก็ได้มีการยื่นไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญก็รับไว้พิจารณาเมื่อวันที่เราพิจารณาเรื่องนี้กันนะครับแต่ผมเห็นว่า เรื่องนี้ตามความเห็นผมอย่างไรมันก็เป็นหนังสือสัญญาเพราะว่ารัฐบาลเองก็เสนอมาเพื่อให้ รัฐสภาเห็นชอบไม่ใช่รับทราบนะครับ เมื่อคืนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกทีวีก็พูดเห็นชอบทุกคํานะครับ เพราะว่าโดยเนื้อหามันเป็นผลพวงมาจากเอ็มโอยู (MOU) ๒๕๔๓ ซึ่งผมเห็นว่ามันเป็นสนธิสัญญาเพราะมันกําหนดกรอบในการทํางานเพื่อ ปักปันเขตแล้วก็ปักหลักหมุด มันเกี่ยวกับเขตแดนก็ต้องเกี่ยวกับอํานาจอธิปไตยนะครับ และรายงานของท่านประธานคณะกรรมาธิการเอง ของท่านอาจารย์เจริญในหนังสือที่ท่าน แจ้งเรามาก็พูดไว้แล้วว่าตามที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้พิจารณาหนังสือสัญญา เรื่องบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับ ซึ่ง ครม. เป็นผู้เสนอแล้วลงมติตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา อันนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้วนะครับ แต่ทีนี้ท่านก็จะ พูดแบบวันนั้นอีกว่ารับทราบก็ได้ รับรองก็ได้ ซึ่งผมก็พูดไปแล้วถ้าแบบนี้ออกสูงออกต่ํา เจ้ามือกินหมด หกสี่เอี่ยว สิบเอ็ดแต้ม ไฮโล เพราะฉะนั้นเราจะบริหารราชการแผ่นดิน กันแบบนี้หรือครับ คือถ้ามันเข้ามาตรา ๑๙๐ สภาก็ต้องพิจารณาเท่านั้น ถ้ามันไม่เข้าก็เป็น เรื่องฝ่ายประจําไปทํางานเราจะต้องไปรับรู้อะไรด้วยใช่ไหมครับ แต่เพราะเนื้อในอย่างไรครับ เนื้อในของเขามันจะพูดว่ามีหลักอยู่ ๗๘ หลัก ไส้ในรายละเอียดใช่ไหมครับที่ท่านรัฐมนตรี พูดเมื่อคืนนี้ พบแล้ว ๔๘ ต้องไปหาอีก ๒๕ ๓๓ ยุติแล้ว คือเนื้อในในทางเทคนิค ผลที่สุดมัน ก็ลงไปแตะเนื้อหาในเรื่องการปักปันแล้วก็การปักหมุดอยู่ดีนะครับ เพราะฉะนั้น ในประเด็นนี้ผมก็เสนอตั้งแต่คราวที่แล้วแล้วว่าเมื่อมีข้อขัดแย้งสู่ศาลแล้วเราก็สมควรที่จะรอ ท่านก็จะบอกว่าให้เรารับทราบอีก ตรงนี้นะครับคราวที่แล้วท่านก็ส่งเลขาฯ ลงมาคุยกัน ผมก็ยกประเด็นว่าในข้อสังเกตของท่านเราก็รับไม่ได้ เพราะพฤติกรรมสิ่งที่เราทําจะมีผล ที่เราคิดว่าไม่มีผลทางกฎหมาย ผลที่สุดแล้วมันมีผลทางกฎหมายใช่ไหมครับ กรณีที่ สมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพเสด็จไปทอดพระเนตรเขาพระวิหารใช่ไหมครับ ประเทศฝรั่งเศสปักธงไว้ แต่งตัวเต็มยศ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล ตามเสด็จ ไปให้การต่อศาลโลกด้วยว่าความจริงแล้วสมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพบอกว่า ให้เขาถอดเครื่องแบบ แล้วก็บอกว่าประเทศฝรั่งเศสทะลึ่ง นั่นละคือการประท้วงแบบผู้ดี แต่ฝรั่งมันไม่ได้ ประท้วงมันต้องโวยวาย นี่ประท้วงแบบไทยมันถือว่าไม่ประท้วงถือเป็นการ ยอมรับ ถ้ารัฐสภารับรองรายงาน ท่านดูในข้อ ๒ สิครับ ส่วนพื้นที่พิพาทอย่างเช่นกรณี พื้นที่บริเวณรอบปราสาทพระวิหาร วันนั้นก็พูดกันแล้วว่าสภาไม่ใช่คู่เจรจา ฝ่ายบริหาร ไปเป็นคู่เจรจา สภาก็ต้องหนุนหลังฝ่ายบริหารว่าพื้นที่พิพาทนี่อย่าใช้ ใช้ว่าพื้นที่ประเทศไทย รอบปราสาทพระวิหาร ใช่ไหมครับ แล้วก็ข้อ ๓ การเยียวยาผู้มีเอกสารสิทธิของทางราชการ และเป็นผู้ได้รับผลกระทบ อันนี้เท่ากับรัฐไทยยอมรับว่าเอกสารสิทธิของรัฐไทย รัฐไทย ไม่สามารถไปปกป้องเขาได้ ข้อความเหล่านี้มันใส่ไม่ได้เพราะพฤติกรรมจะมีผลต่อเทคนิคทาง กฎหมายในอนาคตหากเป็นคดี และเราก็รู้สึกอยู่ว่าผลที่สุดประเทศกัมพูชาก็อาจจะเอาเรื่องนี้ ขึ้นไปสู่ศาลโลกอีก เรามีความพร้อมหรือยัง คําขอท้ายฟ้องข้อ ๑ ข้อ ๒ ของประเทศกัมพูชา ก็คือแผนที่ระวางดงรักใช่ไหมครับ ซึ่งศาลโลกไม่ได้พิจารณาให้ ศาลโลกพิจารณาให้เฉพาะ ข้อ ๓ ถึงข้อ ๕ เรื่องก็มาวนมาซ้ําเก่า ความเห็นของศาสตราจารย์อังรี โรแลง พูดประเด็นนี้ไว้ ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่เพราะว่าเราไม่มั่นใจว่าพฤติกรรมของฝ่ายราชการประจําของ กระทรวงกลาโหม พฤติกรรมที่ประธานเจบีซีไทยมิได้โต้แย้ง เห็นไหมครับคําพูดของ นายวาร์ คิม ฮง สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในนี้อย่างไรครับ เวลาเรารับเรารับไปทั้งพวง จะไม่ให้เรากังวล ได้อย่างไร และการที่ศาลรับมันก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งว่าศาลก็ต้องเห็นว่ามีมูลเช่นกันนะครับ แต่สิ่งที่เราทํานี่มันเหมือนกับว่าเรายืนยันไปในอีกแนวทางหนึ่ง ผมก็เข้าใจข้อวิตกกังวลของ ท่านนายกรัฐมนตรีว่ามันจะนําไปสู่พหุภาคี แต่จะให้ทําอย่างไรเราส่งสัญญาณไม่ชัดมาตลอด ผมพูดตั้งแต่คราวที่แล้วว่าการพูดเรื่องนี้ในรัฐสภามันไม่ควรจะถ่ายทอดด้วยซ้ําไป ผมไม่ได้ อยากจะดังใช่ไหมครับ แต่ว่าถ้าเราทํางานกันแบบนี้มันก็เหมือนกับว่าเราเป็นประเทศเสรี เอาทุกอย่างขึ้นโต๊ะหมดใช่ไหมครับ เสร็จแล้วประเทศที่เป็นคู่ขัดแย้งเราก็ทราบหมดทุกอย่าง แล้วเราก็ออกอากาศกันทุกวัน อันนี้มันเป็นเรื่องน่ากลุ้มใจจริง ๆ ไม่รู้จะทําอย่างไร และถ้าเรายกเลิกหมดทุกระวางก็ไปกระทบเพื่อนประเทศลาวเข้าไปอีก เรื่องนี้มันเดินหน้า ก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ หยุดอยู่ก็ไม่ได้ ผมทราบว่ามันยากนะครับ ทีนี้ท่านประธานท่านไม่ ชัดเจน ท่านก็ไม่ได้รายงานข้อขัดแย้งของคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วย ซึ่งมันก็นําไปสู่ เรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ท่านถอยไปเถอะ รอศาล มันก็ไม่ได้นานอะไร มันก็ต้องลําบากกัน ไม่รู้จะทําอย่างไร จะไปอินโดนีเซียไปอะไร ผมก็ ทราบนะครับ ขอบพระคุณครับ