รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๔

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องความไม่เข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการประชุมของคณะกรรมาธิการเจบีซี และเรียกร้องให้รอจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย วรงค์ เดชกิจวิกรม ระบุว่า คณะกรรมาธิการของชุดอาจารย์เจริญได้รับมอบหมายจากสภาเพื่อศึกษาผลกระทบต่างๆ และได้ทำข้อสังเกต 5 ข้อเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยขอให้ประธานรัฐสภาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อปฏิบัติและดูแลประชาชน

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก

ราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีเรื่องที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า เราจะต้อง แยก ๒ เรื่องออกจากให้กันชัดเจนครับ ผมฟังเพื่อนสมาชิกบางคนได้พูดถึงทั้งเจบีซี และคณะกรรมาธิการชุดอาจารย์เจริญ บางคนเอามาปนกันเป็นเรื่องเดียวกัน ผมขอให้ ที่ประชุมแยกเรื่องเจบีซีออกไปเรื่องหนึ่ง และเรื่องกรรมาธิการชุดอาจารย์เจริญ ที่ทําการศึกษานั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมเห็นด้วยกับท่านประธานและท่านประธานวิป และเพื่อนสมาชิก ในส่วนของเรื่องเจบีซีนั้นมีเพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องนี้ไว้พิจารณาแล้ว ผมขอขยายภาพให้เห็นนิดหนึ่งเนื่องจากว่า ผมมีส่วนในการลงชื่อเพื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ และอยากจะกราบเรียนต่อท่านกษิต ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่าพวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภา เราเห็นว่าคณะกรรมาธิการเจบีซีที่ไปประชุมกัน ๓ ครั้งเรื่องชายแดนนี้ เรื่องการสํารวจ และปักหลักเขตแดนนั้นพวกเรามองว่ายังไม่เข้าข่ายต่อสนธิสัญญา เหตุผลที่มองว่ายังไม่ เข้าข่ายเนื่องจากว่าในเดือนตุลาคมปี ๒๕๕๑ นั้นมีการเสนอกรอบมาครั้งหนึ่ง และคณะกรรมาธิการเจบีซีไปทํางาน เรามองว่ากรรมาธิการเจบีซีทํางานยังไม่ครบ ทุกขั้นตอน กระบวนการในการทํางานก็มีทั้ง ๕ ขั้นตอน แต่วันนี้เจบีซีทํางานมาแค่ ๑ ขั้นตอน และจะมาให้สมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ซึ่งพวกเรามองว่าเขาทํางานยังไม่ ครบทั้ง ๕ ขั้นตอน ถ้าเขาทํางานครบ ๕ ขั้นแล้ว ผมเชื่อว่าถึงวันนั้นแล้วเราจะเห็นภาพหลักหรือหมุดต่าง ๆ ๗๓ หมุด วางอยู่ในตําแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่ หรือว่าสันปันน้ําตามแนวมันอยู่ในตําแหน่ง ที่เหมาะสมหรือไม่ ประเทศเราเสียผลประโยชน์อะไรหรือไม่ วันนั้นรัฐสภาควรให้ ความเห็นชอบ แต่อยู่ ๆ กรรมาธิการเจบีซีประชุมกัน ๓ ครั้ง และมีความรู้สึกวิตกกังวลว่า จะขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงหยุดไม่กล้าทําต่อ แม้แต่ความเห็นส่วนตัวผม ผมก็ยังมองว่าทําไมประชุมกัน ๓ ครั้งแล้วมากลัวขัดรัฐธรรมนูญ ทําไมไม่ประชุมตั้งแต่ ครั้งที่ ๑ ถึงกลัวขัดรัฐธรรมนูญ ถึงเสนอเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาขอความเห็นชอบตั้งแต่ครั้งที่ ๑ ทําไมถึงต้องรอครั้งที่ ๓ ถ้าผิดมันก็ต้องผิดตั้งแต่ครั้งที่ ๑ เพราะครั้งที่ ๑ ไม่เสนอต่อที่ประชุม รัฐสภา ดังนั้นผมจึงมองว่าต้องให้คณะกรรมาธิการเจบีซีทํางานให้ครบทั้ง ๕ ขั้นตอน วันนั้น จึงมาขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมรัฐสภา และผมอยากจะย้ําว่าที่ประชุมควรจะเห็นภาพ จริง ๆ ว่าวันนั้นเอาท์ไลน์ (Out line) หรือขอบเขตประเทศเราเป็นอย่างไรบ้าง อันนี้ผมสนับสนุนแนวคิดเพื่อนสมาชิกทุกคนครับ ว่าประเด็นเจบีซีให้รอไว้ก่อน รอจนกว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย

ประเด็นถัดมาเป็นประเด็นของคณะกรรมาธิการอาจารย์เจริญ อยากจะ เรียนกับเพื่อนสมาชิกและพี่น้องที่รับฟังทางบ้านว่าคณะกรรมาธิการของชุดอาจารย์เจริญ ได้รับมอบอํานาจจากรัฐสภาไปศึกษา ไปศึกษาเรื่องผลกระทบต่าง ๆ เฉย ๆ เป็นเพียง ข้อสังเกตและข้อคิดเห็นเฉย ๆ สมาชิกของรัฐสภาหลังจากลงมติแล้วไม่ได้ผูกมัดต่อสมาชิก รัฐสภาว่า จะตัดสินใจเห็นชอบตามที่ชุดของอาจารย์เจริญหรือไม่ และผมถือว่าวันนี้ คณะกรรมาธิการชุดของอาจารย์เจริญได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของการประชุมร่วมรัฐสภา ข้อ ๗๓ และข้อ ๗๔ ชัดเจนครับ ข้อบังคับการประชุมข้อ ๗๓ เขียนไว้ชัดเจนว่า เมื่อคณะกรรมาธิการได้กระทํากิจการหรือพิจารณาสอนสวนหรือศึกษาเรื่องใดตามที่รัฐสภา มอบหมายเสร็จแล้ว ให้รายงานต่อรัฐสภา ซึ่งวันนี้ท่านอาจารย์เจริญก็เข้าสู่ที่ประชุมนี้ ตามข้อ ๗๓ และดูข้อ ๗๔ นะครับว่า ในกรณีที่รัฐสภาเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ ให้ประธานรัฐสภาแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี ศาล หรือองค์กร ตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง อันนี้คือข้อ ๗๔ ซึ่งก็ตรงไปตรงมาว่าคณะกรรมาธิการชุด อาจารย์เจริญได้มีข้อสังเกตอยู่ ๕ ข้อ ที่เป็นความห่วงใย ไม่ว่าจะเป็นคําพูดของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศเขมร หรือพื้นที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ หรือการเยียวยาพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นข้อสังเกตที่ผมคิดว่าก็เป็นข้อสังเกตที่ดี ที่ทางคณะกรรมาธิการควรจะให้ท่านประธานรัฐสภาเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรีให้เอาไป ปฏิบัติเพื่อจะได้ดูแลพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมถือว่าวันนี้อย่าสับสน เจบีซีแยกไปเจบีซี ของอาจารย์เจริญวันนี้ผมคิดว่าไม่แปลกถ้าที่ประชุมรัฐสภาจะให้ ความเห็นชอบและส่งต่อ ครม. ให้เอาไปปฏิบัติครับ ขอบคุณครับ