ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องผลการประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา และเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบันทึกข้อตกลงร่วมเจบีซี (JBC) เป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ นอกจากนี้ยังขอให้สภาแห่งนี้หยุดที่จะพิจารณาเรื่องนี้จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย และขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยและชี้แจงว่าจะดำเนินการอย่างไร
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตเรียนหารือท่านประธานในประเด็นที่ท่านได้แจ้งต่อที่ประชุม และก็ก่อนที่กรรมาธิการของรัฐสภาจะขึ้นสู่ที่นั่งเพื่อที่จะนําเสนอรายงานของ คณะกรรมาธิการกรณีบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ท่านประธานที่เคารพ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ว่า ท่านเองได้นําเรื่องเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญกรณีที่สมาชิกรัฐสภา ซึ่งนําด้วยท่าน ส.ส. ศิริโชค โสภา กับคณะ ๘๐ ท่าน ได้ทําเรื่องผ่านท่านประธานเพื่อจะให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีบันทึกข้อตกลงร่วมเจบีซี (JBC) จะเป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ขณะนี้ท่านบอกว่าศาลได้รับเอาไว้แล้ว ท่านประธานครับ ในประเด็นนี้ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธาน หารือท่านประธานว่าในวาระการประชุมวันนี้ของเรา มีความเกี่ยวเนื่องกัน ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องรายงานของคณะกรรมาธิการไปที่พิจารณาศึกษาบันทึก การประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ซึ่งนําโดยอาจารย์ดอกเตอร์เจริญ ขออนุญาต เอ่ยนามท่านนะครับ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน กรรมาธิการก็ดูเสมือนว่าจะนํารายงานนี้มาให้ สภารับทราบ และมีข้อเสนอว่าจะให้เห็นชอบกับบันทึกข้อตกลง ทํานองนั้น วันนี้ต้องยืนยัน อีกครั้งหนึ่งว่าเราจะต้องทําอะไร แต่ผมเองได้อภิปรายทักท้วงไว้ว่าในข้อตกลงนั้น มีร่างข้อตกลงชั่วคราวแนบท้ายมาในบันทึกการประชุม ซึ่งร่างข้อตกลงนั้นแน่นอน เป็นหนังสือสัญญาแน่ ร่างข้อตกลงชั่วคราวนะครับ ท่านประธานครับ ผมมี ๒ ประเด็น
ประเด็นแรกสุด อยากจะกราบเรียนถามท่านประธานว่ากรณีเรื่องราวต่าง ๆ ที่อยู่ในการพิจารณาของสภาเรา แล้วอยู่ในศาลด้วย โดยวิธีการปฏิบัติ โดยธรรมเนียมปฏิบัติ และก็บทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเรามีอํานาจหน้าที่ที่ผูกพันซึ่งกันและกัน ถ้าเรื่องใดที่อยู่ในการพิจารณาของศาล สภาเราก็จะไม่ทําการพิจารณาจนกว่าที่จะมีผล การพิจารณาจากศาลแล้วเสร็จ เพราะถือว่าขณะที่ศาลมีการพิจารณา ทั้งสภามีการพิจารณา มันก็จะเป็นการก้าวก่ายอํานาจหน้าที่ซึ่งกันและกัน ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และก็การปกครองระบอบประชาธิปไตย เราก็มักจะดําเนินการอย่างนั้นมาตลอด ผมถึงหารือ ท่านประธาน ถามท่านประธานว่ากรณีนี้จะเข้าข่ายลักษณะนั้นหรือไม่ เพราะขณะนี้ เรื่องบันทึกการประชุม ผลการประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ได้อยู่ในชั้นของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยว่าเรื่องนี้เป็นหนังสือสัญญาหรือไม่ แล้วเราเองนี่นะครับ โดยข้อเท็จจริงแล้วนี่เรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมของรัฐสภาเพื่อให้สภา เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ เท่านั้น จะเห็นชอบหรือไม่ เห็นชอบเท่านั้น เพราะฉะนั้นการที่เราจะให้ความเห็นชอบ ไม่เห็นชอบนี่ คําว่า หนังสือ สัญญา ไม่เป็นหนังสือสัญญา ต้องเป็นองค์ประกอบที่สําคัญ ขณะนี้เรามีข้อสงสัย เราก็ส่ง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถ้าเกิดศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ใช่หนังสือสัญญาเราก็ไม่ต้อง ไปเห็นชอบ มันก็จะมีผลเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นผมเองกราบเรียนถาม ท่านประธาน อยากให้ท่านประธานช่วยยืนยันกับสภาแห่งนี้ว่า ผลการประชุมของ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชานี่ ที่เราจะให้ความเห็นชอบ ผมคิดว่าในวาระนี้ สภาต้องหยุดที่จะพิจารณา เพราะเนื่องจากว่าอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ อันนั้นประเด็นที่ ๑ ครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของรายงานผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ พิจารณาศึกษา บันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา ของกรรมาธิการของรัฐสภา ซึ่งมีท่านอาจารย์เจริญ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ เป็นประธานกรรมาธิการอยู่ มีกรรมาธิการทั้งหมด ๓๐ ท่านจากสมาชิกที่เป็นทั้ง ส.ว. และ ส.ส. ร่วมกันพิจารณา รายงานฉบับนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า มันจะต้องเป็นรายงานที่เป็นองค์ประกอบให้กับสมาชิกเพื่อจะพิจารณาว่า จะให้ ความเห็นชอบ ไม่ให้ความเห็นชอบ บันทึกการประชุม พร้อมกับร่างข้อตกลงชั่วคราว แนบท้ายหรือไม่ แต่เผอิญว่าท่านกรรมาธิการได้ไปนําเสนอมาและมีข้อสังเกต แต่ไม่มี ข้อคิดเห็นว่าจะให้เราคิดอย่างไร ทําอย่างไร ฉะนั้นประเด็นวันนี้นี่มีอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นแรกสุดผมอยากให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยว่าเราเหมาะสมหรือไม่ที่จะพิจารณา ผลการประชุมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมคือเจบีซีทั้ง ๓ ครั้ง เพราะคณะนี้อยู่ในศาล อันที่ ๒ กรณีรายงานตรงนี้แล้วเราจะทําอย่างไร และผมอยากฟังท่านประธานและทาง ท่านประธานกรรมาธิการช่วยชี้แจงต่อรัฐสภาว่าเราจะดําเนินการเรื่องนี้อย่างไร เพราะ อํานาจหน้าที่เราคือให้ความเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ กับเรื่องที่จะเป็นหนังสือสัญญาเท่านั้น ต่อกรณีที่เราตั้งกรรมาธิการไป กรรมาธิการก็ต้องมาให้ข้อมูลเราว่าเราจะให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบเท่านั้น ส่วนข้อสังเกตอะไรต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องแนบท้ายไป ผมกราบเรียนถาม ท่านประธานทั้ง ๒ ประเด็นครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ