วันชัย แสงสุขเอี่ยม แปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๙๗ เพื่อเพิ่มสัดส่วน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และจัดให้มีผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน มิได้หมายความว่าผมจะไปแซงผู้ที่แปรญัตติไว้ แล้วก็สงวนในมาตรา ๙๕ มาตรา ๙๖ นะครับ ถ้าไม่มีอะไรขัดข้อง ผมขออภิปรายเลยนะครับ เพื่อประหยัดเวลา เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภา สรรหา ภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอแปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช .... มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ดังต่อไปนี้ โดยอภิปราย ในมาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๙๗ การจัดทําบัญชีผู้รับสมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง สําหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้มี ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ๔๐๐ คน และแบบบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน รวม ๕๐๐ คน นั่นหมายความว่า ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ มีสัดส่วน ๑ ต่อ ๔ หรือว่าเป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ส.ส. จํานวน ๕๐๐ คน แล้วก็รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๐ ฉบับปัจจุบันนี้ ให้มี ส.ส. สัดส่วน ๘๐ คน จากจํานวน ๔๘๐ คน นั่นคือคิดเป็นสัดส่วน ๑๖.๖๗ เปอร์เซ็นต์ ของจํานวนรวม ๔๘๐ คน ส่วนร่างรัฐธรรมนูญที่กําลังจะแก้ไขเพิ่มเติมนี้ได้เสนอให้มี ส.ส. แบบแบ่งเขต ๓๗๕ คน และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คน ขอเรียนว่า ๑๒๕ คนนี้เป็น ๑ : ๓ ของ ส.ส. แบบเขต หรือ ๑๒๕ คนนี้คิดเป็นจํานวนมากถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของจํานวน ส.ส. ทั้งหมดในร่างที่เสนอ ๕๐๐ คน ทีนี้แบบบัญชีรายชื่อสูงถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ คงจะต้องเป็นนัยที่สําคัญ เพราะว่า ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเราไม่เคยมีมากถึง ๑๒๕ คนเช่นนี้ ก็น่าจะใช้จํานวน ๒๕ คนที่เพิ่มขึ้นนี้จากการที่เคยมีสูงสุด ๑๐๐ คน ให้เป็นประโยชน์ ผมเลยขอแปรญัตติมาตรา ๙๗ (๑) แล้วก็ (๓) โดยใน (๑) ได้เพิ่มเติม ตอนท้ายของ (๑) จากการที่บอกว่าบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องประกอบด้วยรายชื่อ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม และต้องคํานึงถึงโอกาส สัดส่วน ที่เหมาะสม และความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงและชาย ผมได้เติมว่า และให้จัดทํารายชื่อ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ เรียกว่า รายชื่อประเภททั่วไปจํานวน ๑๐๐ คน และประเภทที่ ๒ เรียกว่า รายชื่อประเภทผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน ๒๕ คน เหตุผลก็คือว่า เพื่อไม่ให้นายทุนเข้ามาเรียงชื่อกัน ๑๒๕ คน ใน ส.ส. บัญชีรายชื่อ อย่างน้อยต้องมี ผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ๒๕ คน เพื่อจะได้ตอบโจทย์ว่าทําไมต้องเพิ่มมากกว่า ๑๐๐ คน เป็น ๑๒๕ คน แล้วก็วรรคสองของ (๑) ภายใต้บังคับ มาตรา ๑๐๑ และมาตรา ๑๐๒ รายชื่อ ประเภทผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เป็นที่ประจักษ์ในด้านเศรษฐศาสตร์ สังคม สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี และกฎหมายด้านใดด้านหนึ่ง ด้านละเท่า ๆ กัน จะเห็นว่าในสภาของเราไม่ว่าสภาผู้แทนราษฎรก็ดี วุฒิสภาก็ดี หรือรัฐสภาจะมีปัญหามาก ในการทํางาน อย่างเช่นเมื่อสักครู่นี้ก็เกิดความสับสนในเรื่องขัดต่อข้อบังคับหรือไม่ เพราะฉะนั้นถ้าเรามี ส.ส. สัดส่วนที่มาจากด้านเศรษฐกิจก็ดี ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี และที่สําคัญคือด้านกฎหมาย ก็จะทําให้ประสิทธิภาพของ สมาชิกรัฐสภามีบุคลากรที่ดียิ่งขึ้น ต่อมาก็เป็น (๓) (๓) นี้ความเดิมว่าจัดทํารายชื่อ เรียงตามลําดับหมายเลข ผมได้เพิ่มเติมโดยการแปรญัตติว่า โดยการจัดลําดับหมายเลข ทุก ๕ ลําดับหมายเลข ให้ ๔ ลําดับหมายเลขแรกมาจากรายชื่อประเภททั่วไป และหมายเลข ที่เหลือก็คือลําดับที่ ๕ มาจากรายชื่อประเภทผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ เรียงลําดับหมายเลข ตามลําดับ ในด้านที่ ๑ ก็คือด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์หรือ เทคโนโลยี และด้านกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมได้มีการเสนอเอกสารประกอบแจก ตั้งแต่เช้าแล้วนะครับ เป็นการทําบัญชีรายชื่อทั้งหมด ๑๒๕ คน เพื่อให้คนที่ ๕ คนที่ ๓๐ คนที่ ๕๕ คนที่ ๘๐ และคนที่ ๑๐๕ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ แล้วก็ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านอื่น ๆ ซึ่งถ้าดูจากการจัดทําบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คนที่ผมเสนอ เป็นแนวความคิดใหม่นี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่จัดยากอะไร เพราะว่าผมได้ทําลักษณะของการจัดมาให้ เสร็จเรียบร้อยแล้ว สมมุติว่าพรรคการเมืองหนึ่งได้สัดส่วน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ๕๐ คน จาก ๑๒๕ คน เขาก็จะมี ส.ส. สัดส่วนประเภททั่วไป จํานวน ๔๐ คน และประเภท ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ จํานวน ๑๐ คน ก็รวมเป็น ๕๐ คน จึงขอเรียนท่านประธาน ไปยังกรรมาธิการแล้วก็ทางสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่าถ้ามี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อถึง ๑๒๕ คน มันต้องตอบโจทย์ให้กับประชาชนว่าทําไมจะต้องมีมากถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของจํานวน ๕๐๐ คน เพราะฉะนั้น ๑๒๕ คนนี้ควรจะให้อย่างน้อย ๒๕ คนนี้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นนิมิตหมายที่ดีว่า เราจะได้บุคลากรของสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาที่มีบุคลากร ที่มีคุณภาพ แล้วก็จะสามารถมาทํางานไม่ให้เกิดความผิดพลาดหรืออาจจะเกิดการผิดพลาด เหมือนเราที่กําลังคุยกันไป เมื่อช่วงก่อนหน้านี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็จึงขอเสนอเรียนท่านประธาน ไปยังกรรมาธิการและท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ก็ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณา ให้ผมได้อภิปราย ในมาตรา ๘๗ ขอบพระคุณครับ