รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท หารือเรื่องการแบ่งสัดส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเสนอว่าแบ่งเป็น 350 คน ส.ส. เขต และ 150 คน ส.ส. สัดส่วน โดยแบ่งสัดส่วนเป็น 10 กลุ่มจังหวัด
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันได้แปรญัตติเอาไว้ว่าจํานวนแปลว่าจํานวน ส.ส. ทั้งหมด ๕๐๐ คน เพียงแต่ว่าแบ่งเป็น ส.ส. เขต ๓๕๐ คน แล้วก็ ส.ส. สัดส่วน ๑๕๐ คน จริง ๆ แล้วการแบ่ง ส.ส. เขตหรือ ส.ส. สัดส่วนก็คงไม่ได้หมายถึงว่า ส.ส. สัดส่วน จะเป็น ส.ส. ที่ดี ที่เก่ง ที่มีความรู้ความสามารถมากกว่ากัน เพียงแต่ว่ามันเป็นลักษณะ ของการแบ่งงานกันทํา ท่านก็บอกว่าก็มีงานพื้นที่ แล้วในขณะเดียวกันถ้า ส.ส. สัดส่วน ก็จะเป็น ส.ส. ที่ทํางานในเชิงนโยบายแล้วก็ในภาพรวมด้วยก็เก็บรวมรวมเข้าไปด้วย ก็อยากจะเรียนว่าฟังการอภิปรายหลายครั้งถ้าสมมุติว่าการที่อ้างหรือเดาเอาเองว่า การกําหนดจํานวน ส.ส. เขต จํานวนสัดส่วนมากหรือน้อยทําให้เกิดความได้เปรียบ เสียเปรียบ ดิฉันก็ต้องกราบเรียนว่าก็เป็นการเดาเอาทั้งสิ้น เพราะถึงเวลาลงสนาม เลือกตั้งแล้ว ไม่มีใครคาดเดาได้เลยว่าใครจะได้เปรียบหรือใครจะเสียเปรียบ มันขึ้นอยู่กับ ปัจจัยตั้งหลายอย่าง แล้วก็เหตุที่ดิฉันกําหนด ส.ส. เขตเอาไว้ ๓๕๐ คน ก็คงจะเหมือนกับที่ท่านสมาชิกรัฐสภาหลายท่านที่อ้างให้เหตุผลมาหรืออย่างเช่น ท่านมณเฑียรขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านก็พยายามอธิบายมันมีการกระจายอํานาจลงไปแล้ว ก็มีงานท้องถิ่นเยอะ เพราะฉะนั้น ส.ส. เขตนี่ก็อาจจะลดลงได้ ซึ่งดิฉันก็เห็นด้วย ในขณะเดียวกัน ส.ส. สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น ๑๕๐ คน เพราะว่าก็จะได้ช่วยกันทํางานได้ด้วย แล้วก็อีกอย่างหนึ่งนะคะอย่างเป็นตรรกเป็นเหตุผลของฝ่ายวิชาการหลายฝ่ายที่บอกว่า การเลือกตั้ง ส.ส. เขต ส่วนหนึ่งก็สะท้อนความนิยมส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นสะท้อนจากไหน จากเช่นหลายท่านถ้าเป็นที่นิยมของพี่น้องประชาชนแล้วไม่ว่าท่านจะอยู่พรรคไหนก็ตาม ย้ายไปอยู่พรรคไหนก็ตามท่านก็จะได้รับเลือกตั้ง ซึ่งมันก็ไม่ค่อยได้สะท้อนถึงนโยบาย หรือเรื่องพรรค เพราะฉะนั้นก็ลด ส.ส. เขตลงเหลือ ๓๕๐ คน แล้ว ส.ส. สัดส่วน เป็น ๑๕๐ คน เพียงแต่ว่า ส.ส. สัดส่วนที่มาดิฉันก็เสนอว่าในมาตรา ๙๕ นะคะ บอกว่าให้แบ่งพื้นที่ประเทศออกเป็น ๑๐ กลุ่มจังหวัดแล้วให้แต่ละกลุ่มจังหวัด เป็นเขตเลือกตั้งและมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ ๑๕ คน ก็รวมแล้ว ๑๕๐ คน ก็เพราะว่าดิฉันไม่เห็นด้วยกับการที่จะจัดทําบัญชีรายชื่อบัญชีเดียว แล้วก็ให้เขต ให้ประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง เพราะว่าบทเรียนเราก็เคยที่จริงแล้วเราเคยใช้วิธีการเลือกตั้งนี่หลายแบบ สัดส่วนเป็นเขตเดียวเป็นบัญชีเดียวทั่วประเทศเราก็เคยมาแล้ว แล้วรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เราก็ได้แบ่ง ส.ส. สัดส่วนออกเป็นกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ๘ กลุ่มมาแล้ว แล้วเราพบว่า ตอนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็กําหนดเอาไว้เหมือน มาตรา ๙๗ ท่านเลยนะคะ ว่าบัญชีรายชื่อ ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องประกอบด้วยรายรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเป็นธรรม แต่เราก็พบว่าการที่เป็นบัญชีเดียวอย่างนี้ถ้าสังเกตนะคะถ้าเอามาดูเราจะ เห็นว่าแต่ละพรรคไม่ได้มีบัญชีรายชื่อกระจายเป็นภาคอย่างเป็นธรรม แต่ละพรรคก็จะมี ภาคที่ต่าง ๆ กัน แล้วก็อีกส่วนหนึ่งนี่นะคะ ถ้าสมมุติว่าบัญชีรายชื่อที่เรากระจายแล้วก็ กําหนดเป็นหลายเขต ซึ่งคราวนี้ดิฉันกําหนดเป็น ๑๐ กลุ่มจังหวัดมันทําให้เห็นข้อดีที่ชัดเจน นะคะ ว่าการที่จะให้กระจายตามภาคถ้าเรากําหนดกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ออกมามันจะทําให้ได้ คนที่อยู่ในจังหวัดนั้น ๆ ซึ่งไม่ใช่จังหวัดเดียวก็จะเป็นกลุ่มจังหวัดก็แล้วแต่ว่าจะจัดอย่างไร ก็จะทําให้คนที่อยู่ในพื้นที่นั้นถ้าเป็นนักวิชาการก็เป็นวิชาการในพื้นที่นั้น ถ้าจะเป็นคหบดี ก็อยู่ในพื้นที่นั้น แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งดิฉันเห็นด้วยถ้าการที่จะให้มีการสะท้อน กลุ่มประชาชน อย่างเช่นเป็นชาติพันธุ์หรืออย่างเป็นผู้พิการเป็นกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ ตามที่ท่านสมาชิกรัฐสภาบางท่านได้กล่าวมาแล้ว แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ดินฉันเห็นว่าการแบ่ง ส.ส. สัดส่วนเป็นจังหวัดมันทําให้ได้เห็นภาพที่ชัดเจน เพราะว่าบางทีเราบอกว่าเวลาเรา จะต้องดําเนินนโยบายนี้ นอกจากในขอบเขตประทศแล้วแต่ละภาคก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน แล้วมันทําให้ ส.ส. สัดส่วนได้ตระเวนไปในเขตพื้นที่ที่ตัวเองเป็นสมาชิกอยู่ ถ้าเป็น ๑๐ จังหวัด อย่างน้อยที่สุดเราก็ไปทั่วถึงใน ๑๐ จังหวัดนั้น แล้วก็รู้สึกว่าเราก็มีพื้นที่ แต่ถ้าบอกว่าถามพื้นที่ ส.ส. สัดส่วนว่าพื้นที่อยู่ที่ไหน ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศมันมอง ไม่ค่อยออกนะคะว่าใครจะไปเชี่ยวชาญทางด้านไหนอย่างไรหรือเผลอ ๆ เขาก็บอกว่า ส.ส. สัดส่วน พอบอกมีขอบเขตทั่วประเทศก็ไม่ค่อยได้เดินทางไปนะคะ แต่อย่างน้อยถ้าเป็น กลุ่มจังหวัดย่อยลงมาหรือว่าแคบลงมา ส.ส. เหล่านี้ก็จําเป็นที่จะต้องเดินทางไป แล้วก็ตัวเอง ก็คุ้นเคยในสังคมวัฒนธรรมเหล่านั้นด้วย ดิฉันก็เลยเห็นว่า ๑๕๐ คน ควรจะแบ่งออกเป็น ๑๐ กลุ่มจังหวัด ที่จริงหลักการดิฉัน ก็อยากจะให้แบ่งเป็นกลุ่มจังหวัดเป็นหลัก เพราะฉะนั้นการที่จะบอกว่าจํานวน ส.ส. มากน้อยแค่ไหน ดิฉันว่ามันเป็นความเคยชินมากกว่าจะบอกว่า ๔๐๐ คน หรือจะบอกว่า ๓๗๕ คน เพราะที่จริงมีบางท่านท่านก็พูดมาแล้วนะคะ มันไม่กระทบกับพี่น้องประชาชน หรอกค่ะ ในการที่เขาจะเลือก จะกา ๑ คน จะกา ๑ พรรคอะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ก็กราบเรียนว่าดิฉันเห็นว่าควรจะแบ่ง ส.ส. เขตออกเป็น ๓๕๐ คน แล้วก็ ส.ส. สัดส่วน เป็น ๑๕๐ คน ขอบคุณค่ะ