ยุทธนา จี้แก้รธน.มาตรา ๙๓-๙๘ คัดค้านเขตใหญ่-ระบบบัญชีรายชื่อ ชี้ขัดหลักสากล

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔

ยุทธนา ยุพฤทธิ์ หารือประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา ๙๓ ถึง ๙๘ โดยคัดค้านการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นเขตใหญ่และระบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากเกรงว่าจะขัดต่อหลักสากลและสร้างความไม่เป็นธรรมต่อประชาชนในหลายจังหวัด รวมถึงเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการชี้แจงเหตุผลและปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดยโสธร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้เสนอแปรญัตติ ร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ แล้วก็กระผมแปลกใจที่คณะกรรมาธิการได้มีการลงมติก่อนที่จะเชิญสมาชิกรัฐสภา ที่แปรญัตติมาแสดงความคิดเห็นก่อน เช่นเดียวกันกับท่าน ส.ว. ดิเรก ถึงฝั่ง ขออภัย ที่เอ่ยนามนะครับ กระผมเป็นผู้ที่เห็นด้วยเกี่ยวกับในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่มีบทบัญญัติอยู่หลายมาตราและขัดต่อหลักประชาธิปไตยมากกว่า ๒ มาตราที่กําลัง พิจารณาแก้ไขในวาระที่สองในวันนี้ มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ว่าด้วยที่มาของ ส.ส. และ เขตเลือกตั้ง กระผมมีความเห็นสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๔๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนเขตเล็กเบอร์เดียว ๑ เสียง ๑ สิทธิ หรือวัน แมน วัน โหวต เพราะเป็นหลักสากล เป็นความเสมอภาค เป็นความงดงามในระบอบประชาธิปไตย ในกระบวนการ่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เหตุผลสําคัญที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้ยกเหตุผลสําคัญในการแบ่งเขตเป็นเขตเล็กนั้น ก็เนื่องจากว่าเป็นหลักสากล และเพื่อเป็นการป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงนะครับ เนื่องจากว่าเขตเล็กนั้นคนเก่ง คนดีและมีเงินหรือมีทุนทรัพย์น้อยจะสามารถมีโอกาสเกิด ได้รับการเลือกตั้งได้นะครับ มาถึงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้เหตุผลเดียวกันครับ ให้เหตุผลเดียวกันว่า ที่จะต้องแก้ไขเป็นเขตใหญ่นั้นก็เพื่อต้องการที่จะแก้ไขปัญหา การซื้อสิทธิขายเสียงนะครับ ซึ่งพอพูดถึงเรื่องปัญหาซื้อสิทธิขายเสียงนั้นกระผมต้อง ขอกราบอภัยนะครับ ท่านพันตํารวจโท จิต ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ส.ว. คุณภาพจาก จังหวัดมุกดาหาร เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาของกระผมที่ขอร้องว่าให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภานั้น อย่าได้พูดถึงอีกเลย เพราะว่าเป็นการดูถูกประชาชน ดูถูกคนไทยและดูถูกประเทศไทย ผมจําเป็นจะต้องพูดถึงนะครับ เนื่องจากว่าผมสับสน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ก็ให้เหตุผลเช่นเดียวกัน กับ สสร. ปี ๒๕๔๐ ในการที่เขตเล็ก เขตใหญ่ พวงเล็ก พวงใหญ่นี่ล่ะครับ ในขณะที่ จากประสบการณ์ตรงของกระผมนะครับ ซึ่งสัมผัสในเขตการเลือกตั้งนั้นก็ทําให้ได้ทราบว่า คนดีคนเก่งจะสามารถมีโอกาสเกิดได้ในเขตเล็กมากกว่า เพราะว่าเขตใหญ่ก็จะเสียเปรียบ พวกที่มีทุนทรัพย์สูงนะครับ อันนี้ก็จะสับสนกับเหตุผลของรัฐธรรมนูญฉบับ ปี ๒๕๕๐ ซึ่ง จริง ๆ แล้วผมเองก็เป็นผู้หนึ่งเป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญคณะหนึ่งในสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เช่นเดียวกันนะครับ แต่กระผมไม่เห็นด้วยในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หลายประการด้วยกันครับ ในส่วนที่มาของ ส.ส. สัดส่วน หรือระบบบัญชีรายชื่อ ปาตี้ ลิสท์ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้น บัญญัติขึ้น ทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหา เสียงของพี่น้องประชาชนที่เลือกผู้แทนของเขาไปแล้ว แต่ว่าไม่ได้รับการเลือกตั้ง จะได้ ไม่หายไป จะได้สามารถรวบรวมคะแนนจากทั่วประเทศเพื่อคํานวณหา ส.ส. ระบบบัญชี รายชื่อตามสัดส่วนร้อยละของคะแนนที่แต่ละพรรคที่ได้รับทั่วประเทศนะครับ อันนี้ก็เป็น หลักการสากลที่ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเยอรมันอย่างประเทศในยุโรปได้นํามาใช้ อันนี้ ก็เป็นสิ่งดีนะครับในส่วนของ ส.ส. ระบบสัดส่วนซึ่งกระผมก็เห็นด้วยนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ประชาชนได้ประโยชน์อะไร ในความคิด ของกระผมนั้นประชาชนได้ประโยชน์แน่นอนนะครับ แต่ว่าจะได้มากหรือจะได้น้อยเท่านั้น ทั้งนี้อย่างจังหวัดยโสธรของกระผมนั้นได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็น ส.ส. เขต ๓๗๕ คน หรือจะเป็นระบบ ๔๐๐ คนนะครับ ยโสธรของผมก็ต้องถูกตัดอยู่ ๑ คนอยู่ดี จาก ๔ คน จะเหลืออยู่ ๓ คนนะครับ กระผมก็ไม่มายด์ (Mind) ในส่วนของ ๓๗๕ คน หรือ ๔๐๐ คน เพราะว่าในจังหวัดยโสธรของผมก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ผมก็เป็นห่วงสิทธิของ พี่น้องประชาชนอีก ๒๕ เขต ๒๔ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบนะครับ อันนี้ก็อยากจะฝากถาม ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ รวมทั้งคณะกรรมาธิการด้วย ซึ่งกระผมยินดีที่จะ รอฟังคําชี้แจงนะครับจากท่านประธานและคณะกรรมาธิการ รวมทั้งมีประเด็นปัญหาใหม่ เกี่ยวกับท่านสมาชิกวุฒิสภา ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นะครับ เกี่ยวกับการที่จะต้องกําหนดระบุมาตราที่จะแก้ไขลงในหลักการและเหตุผลนั้น ซึ่งมีปัญหา คือกรรมาธิการไม่ได้ระบุไว้ ซึ่งอาจจะมีผลอย่างยิ่งในการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภา หรืออาจจะเป็นผลในการตีความรัฐธรรมนูญในอนาคตต่อไปนะครับ อันนี้ก็ฝาก อยากได้รับ คําชี้แจงจากท่านประธานและคณะกรรมาธิการครับ นอกจากนั้นส่วนอื่น ๆ นั้นกระผมเห็นด้วย กับท่านสมาชิกวุฒิสภาหลายท่านที่ได้อภิปรายไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่าน ส.ว. นิคม ไวยรัชพานิช ท่าน ส.ว. ทวีศักดิ์ คิดบรรจง และเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอีกหลาย ๆ ท่านนะครับ กระผมก็คงจะขอสงวนเวลาที่จะอภิปรายไว้นะครับ เพื่อเป็นการประหยัดเวลานะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ