ประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเห็นด้วยในการคงจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ 400 คน และไม่เห็นด้วยในการลดจำนวนลงให้เหลือ 375 คน เนื่องจากจะทำให้การดูแลประชาชนไม่ทั่วถึง และอาจทำให้เกิดความแตกแยก
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดขอนแก่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นนะครับต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้สร้างความแตกแยกให้กับพี่น้องประชาชนมากขึ้นหรือไม่ ผมเห็นด้วย ในฐานะที่ผู้สงวนคําแปรญัตติ ผมเห็นด้วยกับการแก้ในสิ่งที่ถูกต้องนะครับ การที่เรา แก้รัฐธรรมนูญแล้วทําให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ทําให้ประชาชนสามารถเข้าใกล้ถึงตัวผู้ที่เขา สามารถที่จะฝากฝังได้ ผมเห็นด้วยครับ การเพิ่มสมาชิกหรือการคงสมาชิกรัฐสภาไว้ที่ ๔๐๐ คน ซึ่งก็ทํามานานแล้วนะครับ การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ๔๐๐ คน แล้วจากการเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นอีกจาก ๘๐ คน เป็น ๑๐๐ คน รวมแล้วเป็น ๕๐๐ คน การที่ ส.ส. มีจํานวน ๔๐๐ คนเหมือนเดิม คือหมายถึงว่าพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด หรือในส่วนกลางใดก็ตามสามารถที่จะเข้าใกล้ สามารถที่จะเข้าฝากฝังหรือคุย หรือขอเรียน ถึงความเดือดร้อนต่าง ๆ แต่การที่รัฐบาลให้แก้ให้น้อยลง ผมต้องเรียนถามว่า เพื่อผลประโยชน์ของใครหรือเปล่า กราบเรียนครับสิ่งที่ทําแล้วขอให้เห็นว่าท่านประธาน คณะกรรมาธิการแล้วก็ท่านกรรมาธิการ ขอเรียนนิดหนึ่งว่าท่านทําในฐานะตัวแทนของใครนะครับ ท่านกําลังแก้เพื่ออะไรนะครับ จํานวนคนของเดิมเขามีอยู่ ๔๐๐ คน ถ้า ๑๐๐ คน เพิ่มเป็น ๕๐๐ คน โอเคครับ เรามีจํานวนคนมากขึ้นในสัดส่วนของ ส.ส. ที่มาจากปาร์ตี้ ลิสต์ โอเคครับเราจะได้จํานวนคน ที่มากขึ้น จะมีนักธุรกิจ จะมีภาคของเกษตรกร ของผู้ด้อยโอกาส ของหน่วยงานอื่นเข้ามา อันนั้นเห็นด้วย แต่ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมนะครับนั่นคือช่องทางหนึ่งของการที่มีการเข้ามา ในกลุ่มทุนเหมือนกัน ดังนั้นขอเรียนท่านประธานว่าจุดนี้ต้องคงไว้นะครับที่ ๔๐๐ คน ให้กับประชาชน อย่าดูถูกครับ แล้วอย่าเป็นอภิสิทธิ์ชนในการที่จะเลือกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เข้ามา ขอกราบเรียนนะครับว่าถ้ามีการแบ่งน้อยลง จํานวนพื้นที่คนมากขึ้นต่อ ส.ส. ๑ คน ปัญหาความแตกแยกจะตามมา อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับกับ ท่านดิเรก ถึงฝั่ง ผมมองว่าจุดนี้ เป็นการสร้างความแตกแยกให้มากขึ้น ท่านดูนะครับใน ๑ ห้องเรียนของอาจารย์ ที่ท่านชินวรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ยังพยายามควบคุมว่าใน ๑ ห้องเรียน ของอาจารย์ ๑ ท่าน ให้นักเรียนอยู่แค่ ๔๕ คน เพื่ออะไรครับ ก็เพื่อว่าอาจารย์จะได้ดูแล ทุกอย่างได้ทั่วถึง แต่ถ้านักเรียนเป็น ๖๐ คน เป็น ๘๐ คน ผมเรียนนิดหนึ่งครับคุณภาพ อาจารย์ที่จะสอนน้อยลงไหมครับ เช่นใดก็เช่นนั้นล่ะครับ ดังนั้นการที่ลดเหลือ ๓๗๕ คน ส.ส. ๑ คนก็เท่ากับ ๑๗๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งจุดนี้ดูแลไม่ทั่วถึงหรอกครับ ยืนยันว่าไม่ทั่วถึง ตัวกระผมเองขอกราบเรียนท่านประธานนะครับ ในช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมาเมื่อเดือน ธันวาคม หรือเมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้ กระผมมีโอกาสซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากสํานักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาล จากท่าน ผอ. วันชัย สุระกุล ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านให้ผ้าห่ม มาช่วยพี่น้องประชาชนชาวอีสาน ผมกราบเรียนตามตรงนะครับผมคนเดียวที่มีโอกาส แบ่งให้กับเพื่อน ๆ ส.ว. ในจังหวัดอีสานไปด้วยอีก ๖-๗ จังหวัด ทั้งจังหวัดตากไปด้วย ซึ่งนําไปให้กับพี่น้องที่ทนหนาว ถามว่าหนาว ๑ อาทิตย์ อาทิตย์ต่อไปร้อนแล้ว ผมว่า ก็เปรียบเสมือนความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงที่จําเป็นที่จะต้องมีคนลงไปดูแล ปรากฏว่าไม่ทั่วถึง กระผมนําผ้าห่มไปให้กับพี่น้องชาวขอนแก่น กราบเรียนตามตรงครับ ไปไม่ทันนะครับ ผมต้องแบ่งไปตามหน่วยเลือกตั้ง รบกวนท่านนายอําเภอของ ๔ เขต เลือกตั้ง ซึ่งจังหวัดขอนแก่น ๒๖ อําเภอ ๑๙๘ ตําบล ๒,๓๓๑ หมู่บ้าน กับอีก ๑๖๕ ชุมชน กราบเรียนท่านประธานท่านไปแจก ๑ อาทิตย์ไม่ทันหรอกครับ เช่นกันครับในการที่จะดูแล พี่น้องประชาชนอย่าไปลดจํานวนคนเขาน้อยลง ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านท่านหัวหน้า รัฐบาลนะครับ ขอความกรุณาว่าให้ตัวแทนที่เขาเลือกขึ้นมาดูแลเข้าให้ทั่วถึง อย่าเสียดาย งบประมาณว่างบประมาณเหล่านั้นถ้ามีแล้วจะทําให้เสียงบประมาณ ผมว่าใช้ในสิ่งที่ควรใช้ ลงให้เขาเถอะครับ ท่านจะไปเพิ่มสัดส่วนของ ส.ส. ที่มาจากปาร์ตี้ ลิสต์ผมยังคิดว่าถ้าท่าน จะเพิ่มเป็น ๑๒๕ คน ผมก็ว่ายังมากไปนะครับ เอาแค่ ๑๐๐ คนนะครับ ที่ ๔๐๐ : ๑๐๐ ผมว่าเหมาะสมที่สุด แล้วก็อย่าสร้างความแตกแยกมากกว่านั้นเลยครับ ขณะนี้เราเดือดร้อน จากการที่พี่น้องประชาชนไม่เข้าใจตลอดตั้งแต่ ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมานะครับ ลดความขัดแย้ง แล้วสร้างความปรองดองเถอะครับ ขอความกรุณาผ่านท่านประธานนะครับ ดังนั้นผมถึงเห็น ด้วยกับที่เราจะอยู่ที่ ๔๐๐ : ๑๐๐ ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยครับ แบบ ๑ จังหวัดเรียงเบอร์นะครับ เพราะว่าอย่างไรก็ตาม เราจะไม่มีทางรู้ด้วยว่าแต่ละ ส.ส. จะรู้ถึงพื้นที่ของเขามากน้อยแค่ไหน ขอให้การแก้ไข รัฐธรรมนูญนี้เพื่อยึดถือความสุขของประชาชน ยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนนะครับ ผมเรียนท่านกรรมาธิการซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ข้างบนนะครับว่าขอมองจุดของประชาชนด้วย ความเข้าใจนะครับ แล้วก็จุดที่สําคัญนะครับผมว่า อยู่ที่พรรครัฐบาล ขอให้ใช้จุดนั้น แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลมีอิสระในการลงคะแนนเสียง ผมมีโอกาสได้คุยกับเพื่อน ส.ส. และกับ เพื่อน ส.ว. ด้วย ก็บอกว่าลง ๓๗๕ คนหรือไม่ พูดเล่นว่าถ้าไม่ ๓๗๕ คน ก็อาจจะเจอ ๓๕๗ คน ซึ่งผมก็กราบเรียนตรง ๆ นะครับ เขาอาจจะเดือดร้อน อาจจะถูกบอยคอต (Boycott) แต่เรียนนิดหนึ่งนะครับ ขอให้ยึดถือผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ว่าท่านจะ เลือก ๓๗๕ คน หรือจะเจอ ๓๕๗ ไม่ต้องเกรงใจ พี่น้องประชาชนอยู่เข้าข้างท่านครับ ขอให้ ท่านยึดมั่นในความถูกต้องที่ท่านเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ