รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔

วรินทร์ เทียมจรัส ตั้งข้อสังเกตและข้ออภิปรายเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำว่ายังไม่มีเหตุผลที่จะแก้รัฐธรรมนูญในขณะนี้ และมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วิพากษ์วิจารณ์ว่าเพิ่มจำนวนสมาชิกจะไม่ส่งผลให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม และอาจนำไปสู่การซื้อเสียง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงจำนวนสมาชิกสภา โดยเสนอว่าสมาชิกสภา 500 คน ไม่ใช่ดัชนีที่จะชี้ถึงความอยู่ดีกินดีของประชาชน แต่ควรเน้นไปที่คุณภาพและความรับผิดชอบของสมาชิก เพื่อให้สภาแห่งนี้มีคุณสมบัติและมีประสิทธิภาพ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์

นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมจะต้องขอใช้ประสบการณ์ในฐานะที่เคยเป็นอดีตกรรมการการเลือกตั้ง ประจํากรุงเทพมหานคร ตั้งข้อสังเกตและข้ออภิปรายเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ นะครับ กระผมยืนยันนะครับว่ายังไม่มีเหตุใด ๆ ที่จะแก้รัฐธรรมนูญได้ในขณะนี้ เพราะยังไม่มีกระบวนการลงประชามติโดยประชาชนผู้เป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตย แล้วก็ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกตและคําถามที่เกี่ยวกับเรื่องการเพิ่มจํานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังนี้นะครับ

อันแรกครับ จํานวนสมาชิก ๕๐๐ คนนี้ แต่โบราณมาเราถือว่าเป็น เลขที่ไม่เป็นมงคล โบราณเขาถือว่าจํานวนเลขอย่างนี้เป็นจํานวนเลขที่ไม่แน่ไม่นอน เอาแน่เอานอนไม่ได้ โบราณก็จะมีใช้เรียกกับสิ่งที่ไม่ดีสิ่งที่ไม่งามพวกที่ไม่ดี เช่น พวกโจรห้าร้อย ถ้าสมาชิกแห่งสภานี้มีจํานวน ๕๐๐ ต่อไปก็จะไม่เรียกสภาผู้แทนราษฎร หรอกครับ เขาเรียกสภาห้าร้อย สิ่งที่พอเริ่มต้นก็เสื่อมแล้วครับ

อันต่อมาครับ ถามว่าการเพิ่มจํานวนสมาชิกแล้วประชาชนจะได้ประโยชน์ อะไร พรรคการเมืองได้ประโยชน์อะไร หรือใครได้ประโยชน์ตรงนี้สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราต้องตอบ นะครับ ประชาชนข้างนอกเขารออยู่เขาถามว่าแก้ครั้งนี้ประชาชนเขาได้อะไร แต่แน่นอน พรรคการเมืองเมื่อแบ่งปันกันเรียบร้อยพรรคการเมืองได้ประโยชน์แน่นอน แล้วท้ายที่สุด ประเทศได้อะไรครับ ถามว่าเมื่อเพิ่มจํานวนสมาชิกแล้วการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นมันจะสุจริต เที่ยงธรรมตามปรัชญาที่เรากําหนดไว้ไหม หรือก็ยังยืนยันว่ามีการซื้อเสียงเหมือนเดิม แต่ผมก็เชื่อนะครับว่ายังมีซื้อเสียงเหมือนเดิม

ต่อไปครับ งานที่สมาชิกต้องทํานะครับ ถ้าเพิ่มจํานวนสมาชิกมาเป็น ๕๐๐ คน แล้วงานบวช งานแต่ง งานโกนจุก งานบวชนาค งานผ้าป่า งานกฐิน งานเปิดป้าย งานศพ งานรื่นเริงต่าง ๆ จะลดลงไหม หรือสมาชิกแห่งสภาก็ยังทําหน้าที่อย่างนั้นอยู่ ถามต่อไปว่าเมื่อแก้จํานวนสมาชิก ๕๐๐ คนแล้ว ชุมชนประชาชนนี้เขาจะเข้มแข็งขึ้นไหม หรือเขาจะอ่อนแอลง เพราะจํานวนสมาชิกมากอยู่ใกล้บ้าน มีอะไรก็วิ่งไปหาสมาชิก มีอะไรก็ไปให้สมาชิกแก้ ไม่เคยที่จะแก้ปัญหาของตัวเอง ถามว่าประชาชนเขาจะอยู่ดีกินดีขึ้นไหมครับ คําตอบครับ ทุกอย่างเหมือนเดิม แล้วจะแก้ทําไมครับ ประชาชนก็ยังคงขาดแคลนทุกข์ยากนะครับ ผมก็เชื่อว่าเรื่องร้องทุกข์ต่าง ๆ ก็ยังเหมือนเดิมครับ ท่านประธานครับ สมาชิกแห่งสภานี้ กฎหมายกําหนดไว้ชัดเจนเลยนะครับว่าให้ทําหน้าที่ ตรากฎหมาย ว่าให้ทําหน้าที่ตรวจสอบ การบริหารราชการแผ่นดิน ไม่มีหรอกครับว่าหน้าที่หลักที่จะไปรับเรื่องราวร้องทุกข์ ไปช่วยงานศพ งานแต่ง งานบวช ไม่มีครับ ถามต่อไปว่าถ้าจํานวนสมาชิกเหมือนเดิม ภารกิจมุ่งมั่นไปอยู่ที่การทําหน้าที่ตรากฎหมาย ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ผมคิดว่า ประชาชนจะอยู่ดีกินดี มีธรรมาภิบาล ฉะนั้นผมคิดว่าจํานวนสมาชิกที่น้อยแต่มีประสบการณ์ มีความรู้ มีมันสมอง มีความสามารถ จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และวันนั้นสภาแห่งนี้ก็จะเป็นที่พึ่งและเป็นที่หวังของประชาชนได้ ยืนยันนะครับ สมาชิก แห่งสภานี้เขาไม่ได้พวกใช้แรงงานนะครับ เขาให้มาใช้สมอง แต่ถ้าเราบอกว่าเราคิดเนื้องาน ของสมาชิกแห่งสภานี้โดยใช้แรงงานแล้ว เราก็จะเอาพื้นที่และเอาจํานวนงานที่เขามาขอร้อง ให้เราทํา ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับหน้าที่เราเลย เป็นตัวกําหนดจํานวนสมาชิก กระผมจึงเสนอให้มี สมาชิกแบบแบ่งเขต ๒๐๐ คน แล้วสมาชิกจากบัญชีรายชื่อหรือสัดส่วนนะครับ ๑๐๐ คน แต่ใน ๑๐๐ คน ไม่ใช่อยู่ ๆ ไปเลือกนายทุนขุนศึก เอาเงินมาลงแล้วก็เป็นนายทุนของพรรค ๑๐๐ คนนี้กําหนดว่าต้องมีคุณสมบัติ คือเป็นตัวแทนของอาชีพวิชาชีพ ตัวแทนของ คณะบุคคล องค์กร ผู้ด้อยโอกาส เพศ และจํานวนเพศด้วย กลุ่มชนและชนเผ่าด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องการกระจายตัวแทนของประชาชนที่เขาจะมาทําหน้าที่ในสภา จํานวน สมาชิก ๓๐๐ คนนี้ได้มาอย่างไรครับ ได้มาจากจํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่มีอยู่ ๑๕๐ คน เป็น ๒ เท่าของจํานวนสมาชิกของวุฒิสภา นี่คือหลักการสําคัญในเรื่องการดุลอํานาจของ ๒ สภา ซึ่งเป็นหลักการที่ถูกวางไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และผมถือว่าเป็นเจตนารมณ์ สําคัญแห่งรัฐธรรมนูญเหมือนกัน กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายมหาชนนะครับ เป็นกฎหมายเรื่องการดุลอํานาจของรัฐ ฉะนั้น การเปลี่ยนหลักการตัวนี้เป็นเรื่องที่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญนะครับ กระผมยังยืนว่าจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๕๐๐ คนนี้ ไม่ใช่ดัชนี ที่จะชี้ถึงความอยู่ดีกินดีของประชาชน แต่คุณภาพและความรับผิดชอบที่เรียกว่า อาชีวปฏิญาณที่อภิปรายเมื่อเช้านะครับ จะทําให้สภาแห่งนี้มีคุณสมบัติและมีประสิทธิภาพ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และจะเป็นหลักชัยของรัฐสภาต่อไป การออกกฎหมายหรือ การตรากฎหมายรัฐธรรมนูญครั้งนี้นะครับ ฟังว่าถ้าขัดข้อบังคับก็จะมีผลกระทบต่อ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทันที จึงทําให้การตรากฎหมายครั้งนี้ขัดรัฐธรรมนูญ และถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านนะครับ การแก้วันนี้ผ่าน ผมเชื่อว่าจะมีการเข้าชื่อกันเพื่อเสนอ เรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดต่อไป ขอบคุณครับ