รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔

รสนา โตสิตระกูล เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง ส.ส. และเรียกร้องให้รัฐบาลตอบกลับก่อนที่จะผ่านไป

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันเองขออนุญาตในการอภิปรายในฐานะที่เป็นผู้สงวนคําแปรญัตติ เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญนะคะ ดิฉันเองก็มีความเห็นสอดคล้องกับท่าน ส.ว. สุรชัย ต้องขอ อนุญาตที่เอ่ยนามท่านนะคะ เพราะดิฉันเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญของทางคณะกรรมาธิการ นั้นอาจจะไม่ชอบด้วยหลักการของกฎหมาย ดิฉันเองเห็นว่าสัดส่วนระหว่าง ส.ว. และ ส.ส. ควรจะใกล้เคียงกัน เมื่อทางร่างการเสนอในเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นได้กําหนดเอาไว้ทั้งในส่วน ของรัฐบาลนี้เสนอในสัดส่วน ๓๗๕ บวก ๑๒๕ ในขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอในสัดส่วน ๔๐๐ บวก ๑๐๐ ดิฉันคิดว่าสัดส่วนที่เหมาะสมที่จะทําให้ที่มา ซึ่งก็จะพูดต่อไปนะคะ ก็คือ อยู่ที่ ๓๗๕ บวก ๑๐๐ ก็คือ ๓๗๕ นั้นเป็น ส.ส. เขต ซึ่งทางรัฐบาลเสนอมาว่าสามารถทําได้ ในจํานวน ๓๗๕ ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลนั้นเสนอ ส.ส. สัดส่วนที่ ๑๐๐ คน ดิฉันคิดว่า ๒ ส่วน นี้เอามารวมกันอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพราะว่าในสัดส่วนเดิมก็คือ ส.ส. ทั้งแบ่งเขต และสัดส่วนนั้นอยู่ที่ ๔๘๐ คน ดังนั้นเมื่อการแก้ไขนั้นเอา ๒ ตัวนี้มาใช้ก็เหลือ ๔๗๕ คน มันก็ยังอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแต่เดิมที่กําหนดในแง่ที่ไม่ให้ ส.ส. มีจํานวนมากเกินไป คือ ไม่ถึง ๕๐๐ คน แล้วก็บวกกับประเด็นที่มา ที่ทางร่างที่ได้เสนอ แก้ไขมานั้นก็ไม่ควรที่จะทําให้สัดส่วนอันนี้ต้องเสียไประหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญที่ต้องการที่จะให้ทาง คณะกรรมาธิการได้ตอบประเด็นนี้ด้วยนะคะว่าท่านอาจจะไม่มีอํานาจในการที่จะเสนอ ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงตัวเลขในลักษณะเช่นนั้น ดิฉันเองเห็นว่าสิ่งที่ท่านต้องการ ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เช่น วัน แมน วัน โหวต ก็คือแต่ละคนนั้นใช้เสียงได้เสียงเดียว ดิฉันก็เห็นด้วยนะคะ แต่การที่ท่านจะเปลี่ยนแปลง ในลักษณะที่เป็นการเลือกตั้งเขตเล็กเบอร์เดียว ดิฉันคิดว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ให้ความสําคัญอย่างยิ่งกับปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง มีมาตราในรัฐธรรมนูญที่มี การลงโทษแรงสําหรับการซื้อสิทธิขายเสียงที่เราเรียกว่ายาแรง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า เขตเล็กเบอร์เดียวนั้นถึงแม้จะบอกว่าเพื่อทําให้ทุกคนนั้นมีสิทธิเท่าเทียมกัน คือ ๑ คน ๑ เสียงนั้น แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาในเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงได้ ดิฉันคิดว่าถ้าหาก ท่านต้องการแก้ไขที่มาของ ส.ส. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม คือ ๑ คน ๑ เสียงนั้นเราสามารถ ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งได้ เหมือนกับ ส.ว. เลือกตั้งในสมัยก่อนนั้น ก็ใช้วิธีจังหวัด เป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดไหนมีจํานวน ส.ส. เท่าไร ก็ให้ประชาชนแต่ละคนเลือกได้ ๑ เสียง แล้วก็เอาคะแนนเสียงสูงสุดเรียงลําดับลงมาให้เท่ากับจํานวน ส.ส. ที่จะมีได้ในจังหวัดนั้น ดิฉันคิดว่าอันนี้ก็จะเป็นการแก้ปัญหาในเรื่องของ ๑ คนต่อ ๑ เสียงได้ มีความเป็นธรรม เท่ากัน แล้วในขณะเดียวกันเราก็ไม่ละทิ้งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ให้ความใส่ใจ กับการแก้ปัญหาในเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งดิฉันคิดว่าการที่พยายามแก้ให้เป็น เขตเล็กนั้น เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองจะได้ประโยชน์ในการที่จะสามารถเข้าสู่อํานาจ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งดิฉันเองไม่เห็นด้วยนะคะ เพราะดิฉันคิดว่าเมื่อข้อเสนอในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น คือต้องการที่จะสร้างให้เกิดความเป็นธรรม กําหนดที่มาของ ส.ส. ใหม่ว่าให้มาโดยที่ ประชากรแต่ละคนเลือกได้ ๑ เสียงนี้ก็เห็นด้วย แต่ดิฉันไม่เห็นด้วยกับเขตเล็กเบอร์เดียว เพราะฉะนั้นในการแปรญัตติของดิฉันก็ขอเสนอเป็นเขตใหญ่เบอร์เดียวแล้วก็ให้เรียงคะแนน ไปตามจํานวนที่ ส.ส. จะได้ในจังหวัดนั้น

ส่วนประเด็นในเรื่องของจํานวน ส.ส. นั้นดิฉันคิดว่าการรักษาสัดส่วนระหว่าง ส.ส. และ ส.ว. เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ แล้วในเรื่องของระเบียบและข้อกฎหมายนั้น ท่านน่าจะไม่สามารถที่จะแก้ไขจํานวนตรงนี้ได้ ดิฉันเองเห็นด้วยกับท่าน ส.ว. สุรชัย ที่ได้อภิปรายมาก่อนหน้านี้ และเห็นว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สําคัญที่ท่านกรรมาธิการ จะต้องตอบในเรื่องนี้ก่อน หวังว่าท่านจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปแล้วก็มีการโหวต ดิฉันก็คง ขอเรียนแต่เพียงเท่านี้แล้วก็อยากให้ท่านรีบตอบประเด็นนี้ก่อนที่จะผ่านไป ขอบพระคุณค่ะ