รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔

พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีความคิดเห็นที่ค่อนข้างเหมือนเดิมที่เขาแสดงไว้ก่อนหน้านี้ เขาไม่เห็นด้วยกับการลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมีความคิดเห็นว่าการจัดระบบเขตเลือกตั้งแบบเล็กนั้นไม่ได้ผลในการสร้างความรักความสามัคคีในหมู่ประชาชน

นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานสภาครับ ผมได้ขอแปรญัตติ โดยขอให้เพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๙๓ กลับไปเป็นเหมือนกับรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ฉบับเดิม ในช่วงวาระแรกผมได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ถึงวันนี้ผมเองก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมก็ยังมี แนวความคิดที่ค่อนข้างจะเหมือนเดิม ท่านประธานครับ ผมมีความรู้สึกว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญไม่ได้ตอบโจทย์ให้ประเทศไทยเกิดความรักความสามัคคี ผมไม่ได้รู้สึกว่าการที่ ทําให้เขตเลือกตั้งหรือเขตเดียวเบอร์เดียวเลือกผู้แทนได้คนเดียว ทําให้พี่น้องประชาชนรักกัน มากขึ้น ผมเองค่อนข้างผิดหวังนะครับกับคณะกรรมการที่มีท่านอาจารย์สมบัติเป็นประธาน ซึ่งท่านได้เสนอสูตรใหม่ให้ลดจํานวน ส.ส. เขต จาก ๔๐๐ คน ลดเหลือ ๓๗๕ คน กราบเรียนตรง ๆ ครับว่าผมเป็นผู้แทนเขต วันนี้เขตอื่นเป็นอย่างไรผมไม่ทราบ แต่ผม มีความรู้สึกว่าเขตเลือกตั้งที่ผมรับผิดชอบอยู่ขณะนี้พี่น้องประชาชนของผมกําลังค่อย ๆ ที่จะ กลืนกัน ค่อย ๆ ที่จะหันหน้าเข้ามาคุยกัน จากเดิมทีเดียวที่ท่านมีผู้แทนได้เขตละ ๑ คน ตอนนั้นหมู่บ้านหนึ่งแบ่งเป็น ๒ ฝั่งเลยครับ ก็คือฝั่งหนึ่งเป็นลูกน้องผู้แทน ลูกน้อง ส.ส. อีกฝั่งหนึ่งไม่ใช่ เพราะเขาเลือกอีกคนหนึ่งแล้วผิดหวัง มันก็ทะเลาะเบาะแว้งกันมาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๘ จนสุดท้ายมาปี ๒๕๕๐ ผมมีความรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ มันเริ่มเข้ารูป เข้ารอย แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับว่าคณะกรรมการที่ท่านอาจารย์สมบัติเป็นประธาน ท่านไปสํารวจพี่น้องประชาชนในเขตไหน สุดท้ายกลายเป็นว่าแทนที่ท่านจะลดปัญหา ในความรู้สึกผมนะครับ ผมมีความรู้สึกว่าท่านกลับสร้างปัญหาให้มันมากขึ้น จากเดิมมีผู้แทน ได้ ๔๐๐ คน จังหวัดผมมีผู้แทนได้ ๗ คน ต้องลดจํานวนครับ เหลือ ๖ คน แล้วทีนี้ผู้แทน แต่ละคนจะต้องรับผิดชอบเขตเลือกตั้งตรงไหนบ้างไม่มีใครรู้เลยครับ แล้ววันนี้ผมลงพื้นที่ ผมได้รับคําบอกกล่าวจากพี่น้องประชาชนทุกคนว่าอย่าให้ผ่านนะ อย่าให้ผ่าน ผมคุยกับ เพื่อนผู้แทน เพื่อน ส.ส. ทุกคน หลาย ๆ คนเลยนะครับ ผมกล้าพูดได้เลยว่าเป็นเสียง ส่วนมากที่ไม่ค่อยมีใครเห็นด้วยกับเขตเลือกตั้งแบบเล็ก แต่ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ เวลาโหวตออกมาทีไร สุดท้ายกลายเป็นมันเหมือนกับว่าไม่ใช่เสียงของคนส่วนใหญ่เสียแล้ว มันกลายเป็นเสียงของผู้บริหารพรรค วันนี้ครับกราบเรียนตรง ๆ ว่าผมเองก็คาดหวังนะครับ ว่าผมจะสามารถพูดโน้มน้าวให้กับผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิก วุฒิสภาเข้ามาเห็นด้วยกับผมได้ แต่จริง ๆ แล้วสุดท้ายผมก็รู้ครับว่าคําตอบจะออกมาอย่างไร วันนี้กับผู้แทนที่มีพรรคการเมืองคุมอยู่ ผมบอกเลยผมไม่ค่อยคาดหวัง ก็หวังได้อีกส่วนหนึ่ง คือท่านสมาชิกวุฒิสภานะครับที่ท่านไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง ผมก็อยากจะให้ท่าน มองปัญหาให้ ลึก ๆ ผมค่อนข้างแปลกใจท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เพราะท่านตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด ชุดแรกท่าน ส.ว. ดิเรกท่านเป็นประธานก็เสนอเข้ามา ๔๐๐ กับ ๑๐๐ แต่ชุดนั้นกับไม่ได้รับ การพิจารณาในสภา แต่พอมาชุดอาจารย์สมบัติท่านายกรัฐมนตรีบอกว่าก็ให้เขาไปทํางาน แล้วก็เลยต้องยอมรับในความคิดเห็นเขา ก็ไม่เข้าใจครับว่าทําไมถึงต้องเลือก ทําไมไม่เอามา ทั้ง ๒ ร่าง แล้ววันนี้ผมกราบเรียนตรง ๆ ครับว่าผมเองตั้งใจว่าผมก็จะทําหน้าที่ของผม ในฐานะที่ผมรับปากพี่น้องประชาชนในเขตผมให้ดีที่สุด เต็มกําลังความสามารถ ถึงแม้ มันจะเกิดผลหรือไม่เกิดผลผมก็ไม่คาดหวัง แล้วผมบอกตรง ๆ ครับว่าผมจะพูดเป็นชั่วโมง มันก็ไม่ได้ทําอะไรให้ดีขึ้นมาได้ ผมก็คงไม่รบกวนเวลาทุกท่านนานหรอกครับ เพียงแต่ว่า ความรู้สึกของผมเองผมรู้สึกว่าผมยังทําหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ ไม่สุดกําลัง แล้ววันนี้กับการ ตัดสินใจของผม ผมก็ต้องขออนุญาตบอกท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากเลยนะครับว่าผมคง ไม่สามารถเห็นด้วยกับสิ่งที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเสนอเข้าสู่สภาในวันนี้ได้ แล้วผม ก็ยังไม่ทราบเลยครับว่าหลังจากนี้ต่อไปถ้าผมตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา อาจจะเป็น งดออกเสียงหรืออาจจะเป็นโหวตสวน ผมก็ยังไม่ทราบเลยครับว่าอนาคตทางการเมืองผม จะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ผมทราบวันนี้ก็คือผมรู้สึกว่าผมได้ทําหน้าที่ผู้แทนราษฎรให้กับพี่น้อง ประชาชนในเขตเลือกตั้งของผมที่เขาได้ฝากผมให้มาทําหน้าที่แทนเขาอย่างเต็มกําลัง ความสามารถแล้ว ผมก็หวังนะครับว่าวาระนี้จะมีผู้แทนหลาย ๆ คนที่มีจุดยืนสามารถ ตัดสินใจอะไรได้ในเรื่องที่ตัวเองอยากให้มันเป็นโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยพรรคการเมือง ผมก็หวังว่าจะมีสมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่งเข้ามาช่วยในการตัดสินใจ เพื่อจะแก้ปัญหา ให้บ้านเมืองจริง ๆ ครับสิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ สุดท้ายนี้ผมก็คงต้อง ฝากจริง ๆ ครับ ประเทศชาติมันอยู่ที่พวกเรานะครับ อนาคตของประเทศชาติสุดท้ายก็อยู่ ในมือของพวกเราก็ต้องฝากทุกท่านครับตัดสินใจกันดี ๆ ครับ ขอบพระคุณมากครับ