สถาพร มณีรัตน์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้ง จาก 400 คน เหลือ 375 คน และวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ว่าเป็นการได้เปรียบเสียเปรียบพรรคการเมือง และมีผลกระทบต่อภาคอีสานและภาคเหนือ
ท่านประธาน ที่เคารพ หลังจากที่ท่านประธานโดดมาอยู่เสียงข้างมาก ชนะไป ๑ เสียง โดยไม่อีนังขังขอบ กับคนที่แปรญัตติ มันต้องรับฟังก่อนครับ ผมได้ทําเรื่องแปรญัตติเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ส่งไปให้ทางคณะกรรมาธิการ ผมก็หวังไว้ว่าเหตุผลของกระผมที่จะได้ไปอธิบายความให้ คณะกรรมาธิการอย่างน้อยจะต้องรับฟังความคิดเห็นหรือถ้าพูดกันง่าย ๆ ก็ต้องให้เกียรติกัน บ้างครับ การเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยถึงขั้นแปรญัตติในกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่ปรากฏว่าท่านได้ลงมติก่อนครับ แล้วเรียกพวกกระผมผู้แปรญัตติ ผมก็อยากจะฟัง ความคิดเห็นของท่านประธานกรรมาธิการเหมือนกันว่าท่านมีเหตุผลอะไรที่ลงมติแล้ว เรียกผู้แปรญัตติ แล้ววันนั้นพอผมได้รับทางโทรศัพท์นะครับ เอกสารได้รับทางโทรศัพท์ ว่าจะเชิญผู้ที่แปรญัตติมาแสดงความคิดเห็นต่อกรรมาธิการ ผมก็มาครับ ก็มารอครับ กว่าจะเปิดประชุมได้ก็ชั่วโมงกว่า ๆ มารออยู่ข้างนอกก็พูดคุยกันครับ แต่ก็ปรากฏว่า ยังไม่ตกผลึก มันจะ ๕ โมงแล้วครับ ๔ โมงกว่าจะ ๕ โมงแล้ว การเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเมื่อมีนัดก็ต้องรีบครับ ผมก็ต้องสงวน อย่างนี้ครับท่านประธาน ท่านก็เป็น ประธานกรรมาธิการวิสามัญมาเยอะ ผมถามว่าโดยสํานึกแล้วมันถูกไหมครับ โดยสํานึก นะครับ เอาล่ะ ท่านบอกว่าเสียงข้างมากและท่านมีเอกสิทธิ์ที่จะโหวต แต่โดยสํานึกมันถูก มันควรไหมครับ ที่เรียกผู้แปรญัตติไปหลังจากที่ท่านเรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้อง ได้รับฟังอธิบายความต่อท่านประธานกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมเองได้แปรญัตติ สงวนความเห็น ๔๐๐ บวก ๑๒๕ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันบอกว่าเป็นการเพิ่มจํานวน ส.ส. ไม่เหมาะไม่สม มีมากเกินไป ผมรับฟังครับ ด้วยความอดทนว่าวันนี้แหละจะได้อธิบายความ ว่าทําไมผมมีเหตุผลอย่างไรถึงแปรญัตติ ๔๐๐ บวก ๑๒๕ ของระบบสัดส่วน มาตรา ๙๔ ถึง มาตรา ๙๘ ท่านประธานครับ พวกเรานั้นมาจากการเลือกตั้ง พวกเรานั้นยืนยันชัดเจนว่า เมื่อกติกาเป็นอย่างไรเราก็ต้องสู้ครับ พวกเราไม่เกี่ยงหรอกครับ เพราะเราเป็นนักการเมือง ที่เสนอตัวให้กับพี่น้องประชาชน แต่สิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนมีความเห็น เขาต้องการระบบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้ง ๔๐๐ คนครับ ทั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ซึ่งท่านดิเรก ถึงฝั่ง ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านก็เสนอแนวนี้ พระปกเกล้า โพล ทุกสํานัก สื่อมวลชนที่สํารวจตรวจสอบความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเขาต้องการ ส.ส. ที่มาจากพื้นที่ ๔๐๐ คน ท่านประธานครับ การที่ท่านลดสัดส่วน ๒๕ คนนั้น ผมไม่เชื่อว่า ไม่มีนัยทางการเมือง ผมไม่เชื่อโดยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ว่าท่านกําลังจะเอาเปรียบ พรรคการเมืองเพื่อที่จะต่อยอดในการเป็นรัฐบาลสมัยที่ ๒ โดยใช้กลไกในการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญใช้แก้กติกา ผมต้องกล่าวหาครับ การกล่าวหาของกระผมนั้นไม่ใช่ไม่มีน้ําหนัก มีน้ําหนักครับ เพราะสื่อมวลชน บทความ นักวิชาการ วิพากษ์วิจารณ์ผ่านนักข่าว หลายสํานักครับ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสูตรนี้เป็นการนําเอาความได้เปรียบ เสียเปรียบมาเป็นตัวตั้ง ตรงนี้ เป็นเรื่องใหญ่มากครับว่าการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น ถ้าใช้กติกาอย่างนี้จะต้องมีพรรคการเมือง บางพรรคได้เปรียบและมีพรรคการเมืองบางพรรคเสียเปรียบ ท่านประธานที่ผมได้อธิบาย ความอย่างนี้ผมจําเป็นต้องยกตัวอย่างเข้าเสริมครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชน เพื่อให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนที่ติดตามการถ่ายทอดอยู่เดี๋ยวนี้ได้เห็นในวิธีคิด ในการได้เปรียบเสียเปรียบ ส.ส. ๑ คนต่อประชาชน ๑.๕ แสนคน เราได้ใช้มาแล้วก็ปกติสุข ทุกอย่างครับ ๔๐๐ คน ผมถามว่าการมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ใกล้ชิดกับพี่น้อง ประชาชนนั้นมันผิดตรงไหน การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นเชิงสัญลักษณ์ ที่นําเอางบประมาณในการกระจายไปในพื้นที่เหมาะสม การแปรญัตติงบประมาณ การคานอํานาจระหว่างหน่วยราชการประจําในพื้นที่นั้น ผู้แทนราษฎรทําได้ดีเหลือเกินครับ สมแล้วกับคําว่าเป็นผู้แทนราษฎร พอท่านลดสัดส่วนจาก ๔๐๐ เหลือ ๓๗๕ ก็ปรากฏว่าภาคที่มีผลกระทบก็คือภาคอีสานกับภาคเหนือครับ ภาคเหนือของกระผม โดยเฉพาะจังหวัดลําพูนลดลงไป ๑ คน จังหวัดเชียงใหม่ ๑ คน จังหวัดลําปาง ๑ คน จังหวัดกําแพงเพชร ๑ คน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ๑ คน จังหวัดนครสวรรค์ ๑ คน ท่านได้ไปถามที่มีผลกระทบหรือยังครับ ถามพี่น้องประชาชนในจังหวัดที่คาดว่า จะมีผลกระทบหรือยัง หรือจังหวัดของท่านประธานไม่โดนลดมีความสุขเหลือเกิน อย่างนั้นหรือครับ ถ้าเป็นการแก้กฎหมายที่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน เป็นการรอนสิทธิ อันพึงมีพึงได้ของพี่น้องประชาชน ต้องถามครับ หรือไม่ก็ประชามติครับ เพราะฉะนั้น การแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญครั้งนี้นั้นถือว่าเป็นเชิงพิธีกรรมเท่านั้นล่ะครับ ใช้สภาแห่งนี้ มาทําพิธีกรรม เมื่อยกมือเสร็จก็จบครับ ไม่มีความผูกพัน ไม่มีการอ้างว่าจะต้องพัฒนา อย่างโน้นอย่างนี้ นี่คือเรื่องใหญ่ครับท่านประธาน และต่อไปมันจะเป็นแบบอย่าง ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทํากันง่าย ๆ อย่างนี้อีกหน่อยก็จะมีคนแก้ มันง่ายเหลือเกินครับ เพราะฉะนั้นการลดจํานวนเขต ส.ส. มันเป็นการรอนสิทธิของพี่น้องประชาชน แล้วก็มีระบบบัญชีรายชื่อ ผมค่อนข้างเห็นด้วยว่าการมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจาก ระบบบัญชีรายชื่อ เป็นนักวิชาการ เป็นผู้ประสบความสําเร็จในวิชาชีพต่าง ๆ ก็มาอยู่ ในบัญชีรายชื่อ ผมเห็นว่า ๑๒๕ คนนี้ มันก็เหมาะสม ผมก็แปรญัตติมาครับ ไม่ได้ ไปรับลูกใคร ที่ไหน อย่างไรหรอกครับ นี่เป็นความคิดว่า ๑๒๕ แล้วแก้เข้าไปข้างในด้วยว่า ควรจะมีตัวแทนของผู้ใช้แรงงาน ชาวไร่ ชาวนา มาอยู่ในบัญชีรายชื่อ เพื่อจะได้ มีความหลากหลายเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง และมีนักธุรกิจ ที่ประสบความสําเร็จ แต่เมื่อดูไปดูมาแล้ว บัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คน ในอนาคตถ้าเรา แก้กันอย่างนี้ ในที่สุดก็เสร็จนายทุนขุนศึก มีการลงขันแน่ครับ ผมต้องการที่จะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ต้องลงพื้นที่ ไม่ต้องไหว้ชาวบ้าน ผมก็เอาเงินมากองให้กับพรรค ท่านคอยดูนะครับ เรียบร้อยกลุ่มทุนอีกแล้วครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องยอมรับครับ ว่าการแก้รัฐธรรมนูญเที่ยวนี้เป็นเรื่องของการสมประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาลโดยแท้ครับ ไม่ได้เอาประเด็นปัญหาพี่น้องประชาชนมาเป็นตัวตั้ง ไข่จะขายเป็นกิโลกรัม พริกหนุ่ม ทางลําพูนขายไม่ออกพี่น้องประชาชนเดือดร้อน น้ํามันพืชขึ้นขวดละ ๙ บาท เข้าคิวซื้อ แล้วเขียนติดประกาศในห้างเลยครับครอบครัวละ ๑ ขวดเท่านั้นล่ะ ไม่มีขายด้วย วิถีชีวิตของ พี่น้องประชาชนมีผลกระทบหมด แต่เรากําลังเอากฎหมายรัฐธรรมนูญมาทํากันอย่างนี้ ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมอยากฟังคําชี้แจงของ ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเหลือเกินว่า การที่ท่านได้คิดสูตรนี้ อย่ามาอ้างนะครับว่าเป็นสูตรของอาจารย์นักวิชาการเขาเสนอมา เพราะว่ามันอยู่ ในกรรมาธิการ แล้วมีอะไร มาดลใจท่านที่ทําให้พี่น้องประชาชนต้องถูกรอนสิทธิ ไปถึง ๒๕ คน แล้วผมอยากจะวิงวอนสมาชิกรัฐสภานี้ ท่านครับเรามาจากการเลือกตั้ง เสือย่อมไม่กินเนื้อเสือครับ ไม่มีที่ไหน หรอกครับที่ไปลดจํานวน ส.ส. โดยใช้สภาแห่งนี้ครับ เขามีแต่จะทําให้จํานวน ส.ส. มากขึ้น เพราะในอนาคตข้างหน้าสถานการณ์มันซับซ้อนขึ้น เงื่อนไขทางสังคมมันซับซ้อนขึ้น การมีผู้แทนราษฎรมากขึ้นอย่างน้อยมันจะได้ช่วยบรรเทา เยียวยาพี่น้องราษฎรที่ไม่สะดวก ในการไปหาผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ ตํารวจ มันมีแต่จะเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ไปลด ส.ส. เขต ผมถามว่าในพื้นที่ที่มีการลดจํานวน ส.ส. ลง จังหวัดที่มีการลดจํานวน ส.ส. ลง เขาสุขสบายดีใช่ไหมครับ เขาไม่มีปัญหานะครับ จังหวัดผมจังหวัดลําพูนลด ส.ส. ๑ คน ผมเป็น ส.ส. เขต มีทั้งหมด ๕๒๒ หมู่บ้าน หาร ๒ ปัญหามันซับซ้อนครับ เพราะฉะนั้นการที่มี ส.ส. เขต ๔๐๐ คน มันดีอยู่แล้วครับ ไม่ได้มีอะไรที่ทําให้ประชาธิปไตยหรือการพัฒนาทางการเมืองมันอ่อนด้อยไปเลย พี่น้องประชาชนมีได้กับได้ครับ ส่วน ส.ส. ระบบ บัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คน ที่ผมแปรญัตติ ผมต้องการเห็นว่านักวิชาการที่ไม่อยากจะเดินไปหาชาวบ้าน ผู้ประสบความสําเร็จในอาชีพ ตัวแทนเกษตรกร ตัวแทนผู้ใช้แรงงานให้มาอยู่ช่องนี้ จํานวนมากไม่เป็นอะไร เพราะที่ สภาแห่งนี้นั้นเราได้สูญเสียงบประมาณ นี่จะสร้างสภาใหม่หมดงบไปอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่ม ส.ส. ขึ้นสักอีก ๒๕ คนไม่เห็นเป็นอะไรเลย มันเกิดประโยชน์ทั้งนั้นนะครับการมีตัวแทน พี่น้องประชาชน ไม่ได้มองในแง่ของเชิงปริมาณเลยครับ และพี่น้องประชาชนเดี๋ยวเขา รู้ทันหมดครับว่านักการเมืองคิดอย่างไร วางซ่อนวางเงื่อนกันอย่างไร อย่ามาอ้างเลยครับ เรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง ผมถามจริง ๆ เถอะครับว่าพวกเราเอะอะอะไรก็สูตรสําเร็จ ซื้อเสียงมันซื้อได้อย่างไรครับ อย่าไปดูถูกพี่น้องประชาชนเลยครับ เดี๋ยวนี้พี่น้องประชาชน บางทีอาจจะฉลาดกว่า ส.ส. ก็ได้ครับ เพียงแต่ว่าเขาไม่มีโอกาสที่จะทําอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นเราเคารพเสียงประชาชนก็อย่าไปกล่าวหาครับ เพียงแต่ว่าวันนี้ สภาผู้แทนราษฎรในอนาคตข้างหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ลดจํานวน ส.ส. ไปทั้งหมด ๒๕ คน แล้วไปเพิ่มใน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ซึ่ง ส.ส. บัญชีรายชื่อนั้น ผมก็หวาดระแวงสงสัยเหมือนกันว่าจะต้องมาจากกลุ่มนายทุนขุนศึกนี่ล่ะครับ แล้วต่อไปนี้ พรรคแต่ละพรรคก็จะมีเศรษฐีร้อยล้าน พันล้านมานั่งประดับ สภาแห่งนี้ก็จะได้กลุ่มทุน เข้ามาเป็นจํานวนมาก นี่คือข้อสงสัยครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ การที่ผมแปรญัตติ ๔๐๐ บวก ๑๒๕ นั้นผมก็หวังไว้ว่า เพื่อนพี่น้องสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้คงได้ถกเถียงกันบ้างก่อนลงมติ ผมเชื่อโดยความสุจริตใจว่า สภาแห่งนี้นั้นใครก็ชี้นําไม่ได้ สมาชิกรัฐสภานั้นมีศักดิ์มีศรี ซึ่งการที่ท่านได้แปรญัตติ ได้อธิบายความตั้งแต่เมื่อเช้านั้นผมนั่งฟังโดยตลอดก็เห็นได้ว่าทุกคนนั้นมีเหตุมีผล ผมเองอยากจะฟังเหตุผลของกรรมาธิการวิสามัญเหลือเกินครับ เพราะท่านยังไม่เอ่ยปาก พูดสักคํา ได้แต่พวกเรานี่ละครับ พูดอธิบายความเหตุผล อยากฟังคําตอบของท่านครับ ท่านประธานครับ กล่าวโดยสรุปว่าการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญครั้งนี้นั้นเป็นการแก้ไข เชิงพิธีกรรมไม่ได้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน มีแต่การสมประโยชน์ของพรรคการเมือง บางพรรคที่จะเอาเปรียบในการเลือกตั้งครั้งหน้าเพื่อต่อยอดในการกลับเข้ามาบริหาร ประเทศ ผมกราบวิงวอนท่านสมาชิกรัฐสภาว่าขอใช้วิจารณญาณในการเป็นผู้แทนปวงชน ชาวไทยรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และขอให้พี่น้องประชาชนที่ถูกลดจํานวน ส.ส. ได้จําไว้ว่าอยู่ ๆ ท่านก็เสียสิทธิไป ๑ คน แล้วถึงวันเลือกตั้งขอให้ท่านช่วยพิพากษา พรรคการเมืองเหล่านี้ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ