อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการออกหนังสือรับรองและโครงการทดลองในอาเซียน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการออกกฎเกณฑ์ที่จำเป็นในการดูแลภาคธุรกิจและบริการที่ส่งผลกระทบ และหารือเรื่องการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของแหล่งกำเนิดสินค้าและระบบที่เรียกว่าเธิร์ด ปาร์ตี้ อินวอยซิง และขอความเห็นชอบในการใช้ระบบนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศไทย นอกจากนี้ อลงกรณ์ พลบุตร ยังอธิบายคํานิยามของผู้ส่งออก และระบุว่าบุคคลธรรมดาจะไม่ได้รับสิทธิในการส่งออกสินค้า
ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สําหรับประเด็นที่มีการซักถามนั้นอยากจะ กราบเรียนอย่างนี้ครับว่าในกรณีของการออกหนังสือรับรองมีอยู่ ๒ ส่วน อย่างที่ท่านเข้าใจ นะครับ ส่วนที่ ๑ คือหน่วยงานราชการในประเทศภาคีอาเซียน ส่วนที่ ๒ ก็คือเอกชน ก็คือบริษัทส่งออกที่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของนิยามหรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะได้มีการกําหนดในขั้นสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง ในระหว่างนี้จึงได้ให้มีการทําโครงการ นําร่อง เพราะว่าในประเทศอาเซียนนั้นก็ยังไม่ได้มีความพร้อมในเรื่องกลไกการอํานวย ความสะดวกทางการค้า โดยเฉพาะเอกสารสําคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของแหล่งกําเนิดสินค้า ซึ่งเรามีอยู่ ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนหนึ่งก็คือในส่วนของแหล่งกําเนิดสินค้าที่มาจาก ๑๐ ประเทศ สมาชิกอาเซียน อันนี้ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าประเด็นที่ท่านได้สอบถามหรือเกี่ยวข้องก็จะมี เรื่องของนอน ปาร์ตี้ (Non-Party) หรือว่านอน อาเซียน (Non-ASEAN) ซึ่งไม่ใช่เป็นสมาชิก อาเซียน แต่ว่าเป็นประเทศที่เข้ามาใช้ประโยชน์ ในส่วนนี้ก็จะมีอยู่ ๒ ส่วน
ก็คือว่าส่วนที่เป็นเรื่องของการนําเข้ามาซึ่งสินค้าหรือการนําเข้ามาซึ่งการทํา ธุรกิจ ในประเด็นเรื่องธุรกิจนั้นก็เป็นเรื่องที่มีมาตรการที่เกี่ยวว่าซับสแตนเชียล บิซิเนส ออบลิเกชันส (Substantial Business Obligations) หรือว่าเอสบีโอ (SBO) ก็คือการมีแนว ปฏิบัติที่ให้ประเทศสมาชิกภาคีนั้นสามารถออกกฎเกณฑ์ที่จําเป็นในการที่จะดูแลภาคธุรกิจ บริการที่จะส่งผลกระทบ เพราะฉะนั้นก็จะมีสิทธิในเรื่องของการทําเอสบีโอ
ส่วนในเรื่องของประเทศที่ไม่ได้มีแหล่งกําเนิด จะสามารถใช้ประโยชน์ ดังกล่าวได้ภายใต้ระบบที่เรียกว่าเธิร์ด ปาร์ตี้ อินวอยซิง (Third Party Invoicing) การออกใบสินค้าที่ผ่านประเทศที่ ๓ ในส่วนนี้ขณะนี้เหลือประเทศไทยกับประเทศอินเดีย ที่เรายังไม่ได้ทํา เพิ่งขอความเห็นชอบเมื่อสักครู่นี้ แต่ว่าในส่วนของกฎว่าด้วยแหล่งกําเนิด ที่เกี่ยวข้องกับตัวเธิร์ด ปาร์ตี้ อินวอยซิงนี้ เป็นกฎที่เรายอมรับได้ แต่ทั้งนี้ประเทศภาคี สมาชิกจะสามารถกําหนดในเรื่องของปริมาณที่เรียกว่า โลคัล คอนเทนท์ (Local Content) เป็นจํานวนเท่าไรถึงจะเรียกว่าเป็นสินค้าที่มีแหล่งกําเนิดจากอาเซียน แม้ว่าบางชิ้นส่วน หรือบางสัดส่วนนั้นจะมาจากประเทศที่ ๓ ไม่ใช่เป็นแหล่งกําเนิดในอาเซียน เช่นในเรื่องของ รถยนต์ก็มีการกําหนดว่าจะต้องมีโลคัล คอนเทนท์เท่าไร จึงถือว่าเป็นแหล่งกําเนิดสินค้า ในอาเซียน ถึงจะใช้ประโยชน์ภาษีที่มีการลดหย่อนระหว่างกันได้ ส่วนหนังสือรับรองที่ท่าน ได้สอบถามเป็นกรณีพิเศษที่เป็นการเฉพาะที่กล่าวว่าในหนังสือรับรองรูล ออฟ ออริจิน (Rule of Origin) ที่ออกโดยประเทศที่ ๑ ก็คือผู้ผลิตสินค้าแล้วส่งต่อไปประเทศที่ ๒ โดยสินค้านั้นได้ส่งผ่าน ไม่สามารถออกหนังสือรับรองฉบับที่ ๒ ที่เรียกว่า แบค ทู แบค ฟอร์ม ดี (Back to Back form D) เพื่อขอรับสิทธิในประเทศที่สามโดยใช้แหล่งกําเนิด จากประเทศที่หนึ่งนะครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการอํานวยความสะดวกทางการค้า เพราะฉะนั้นกรณีของการทําระบบแบค ทู แบค ก็จะต้องมีฟอร์ม ดี คือฟอร์มที่ใช้ ในการกํากับสินค้าของอาเซียน แล้วก็สามารถที่จะออกหนังสือรับรอง ที่เรียกว่าเป็น แหล่งกําเนิด ฉบับที่ ๒ แต่ว่าต้องประกบกันเพื่อที่จะให้มีแหล่งผลิตแล้วก็แหล่งกําเนิด ฉบับที่ ๒ แล้วก็ใช้ประกบเพื่อสามารถที่จะตรวจและสําแดงในส่วนนี้ได้ก็เป็นสิ่งอํานวย ความสะดวกทางการค้า
ส่วนนิยามที่ท่านได้ถามเรื่องคํานิยามของผู้ส่งออก หมายถึงบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในอาณาเขตของประเทศสมาชิก อันนี้เป็นได้ทั้ง ๒ ส่วนนะครับ ทั้งบุคคลธรรมดาหรือว่านิติบุคคล ส่วนประเทศสมาชิกจะต้องแจ้งข้อมูล ๑. ชื่อนิติบุคคล และ ๒. การจดทะเบียนนิติบุคคล ๓. ที่ตั้งบริษัท ๔. หมายเลขสิทธิที่ออกโดยหน่วยราชการ ที่มีอํานาจออกหนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า รวมถึงวันที่อนุมัติและวันที่สิ้นสุดอายุ ต่อสํานักเลขาธิการอาเซียนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์บัญชี รวมถึงการอนุมัติเพิกถอน หรือระงับสิทธิจะต้องแจ้งให้ทราบทันทีในลักษณะเดียวกันกับข้างต้น ก็ตอบว่าสําหรับ บุคคลธรรมดานั้นขอไม่ได้ครับ อันนี้เป็นกรณีของเรื่องนิติบุคคลที่จดทะเบียนอยู่ใน ประเทศสมาชิกที่สามารถใช้เกณฑ์ตามข้อที่ ๓ นี้ได้ครับ