อลงกรณ์ พลบุตร เสนอกรอบการเจรจาจัดระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าอาเซียน เพื่อลดขั้นตอนพิธีการและต้นทุนภาคเอกชน โดยเสนอให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบดังกล่าว รวมถึงการเข้าร่วมโครงการนำร่องเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและเตรียมความพร้อมก่อนปฏิบัติจริงในปี ๒๕๕๕
ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในนามของคณะรัฐมนตรี ใคร่ขอเสนอเหตุผลความจําเป็น และสาระสําคัญของกรอบการเจรจาการจัดทําระบบการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเอง ของอาเซียน และบันทึกความเข้าใจการเข้าร่วมโครงการนําร่องต่อที่ประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบดังนี้
ในการใช้สิทธิประโยชน์การค้าสินค้าระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนภายใต้ กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียนหรืออาฟตาต้องมีการรับรองถิ่นกําเนิดเพื่อให้สินค้า อาเซียนเท่านั้นที่จะใช้สิทธิประโยชน์ของอาฟตาซึ่งปัจจุบันหน่วยงานราชการคือกรมการค้า ต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ออกหนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าของไทย ต่อมา อาเซียนมีมติให้มีการจัดทําระบบให้เอกชนรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าควบคู่ไปกับการออก หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าโดยหน่วยงานราชการ เพื่อเป็นการอํานวยความสะดวก ทางการค้า ลดขั้นตอนพิธีการออกหนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าซึ่งจะช่วยลดเวลาและ ค่าใช้จ่ายรวมทั้งต้นทุนการดําเนินการของภาคเอกชนโดยจะต้องมีการเจรจาจัดทําระบบ การรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน เพื่อให้ใช้ปฏิบัติโดยอาเซียนทุกประเทศ ในปี ๒๕๕๕ กรอบการเจรจาที่นําเสนอมีสาระสําคัญดังนี้
กําหนดหลักการในเรื่องระบบการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเอง โดยผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาต โดยมีหลักการที่สําคัญของระบบคือ ต้องเป็นระบบที่ง่าย มีประสิทธิภาพในเชิงต้นทุน โดยมีความสมดุลกับความเชื่อถือได้ คาดการณ์ได้ในอนาคต และมีความโปร่งใส นอกจากอาเซียนจะตกลงให้มีการใช้ระบบการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า ด้วยตนเอง ยังมีการตกลงให้มีโครงการนําร่องตั้งแต่ไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๕๕๓ มีระยะเวลา ๑ ปี และก่อนที่จะใช้ระบบรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเองกับทุกประเทศสมาชิกอาเซียน ในปี ๒๕๕๕ สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการนําร่องจะต้องแจ้งการยอมรับบันทึกความเข้าใจ เข้าร่วมโครงการนําร่อง ซึ่งบันทึกความเข้าใจได้กําหนดหลักเกณฑ์การดําเนินการโครงการนําร่องสําหรับ การดําเนินการระบบการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเองในภูมิภาค เช่น การกําหนดหน้าที่ ของประเทศภาคี บทบัญญัติทั่วไป เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเอกสารภาคผนวกกําหนด ระเบียบปฏิบัติในการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าแนบอยู่ด้วย ซึ่งสาระของภาคผนวกเป็นการ กําหนดระเบียบปฏิบัติ ในการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าในการที่ประเทศเข้าร่วมจะให้สิทธิ พิเศษทางภาษีแก่สินค้าที่มีถิ่นกําเนิดจากประเทศภาคีอื่นที่ยื่นบัญชีราคาสินค้าที่ใช้รับรอง ถิ่นกําเนิดสินค้าที่เรียกว่า อินวอยซ์ เดอะ คอลเลชั่น (Invoice the collation) ที่กระทําโดย ผู้ส่งออกรับอนุญาตตามกระบวนการนอกเหนือไปจากวิธีการยื่นหนังสือรับรองถิ่นกําเนิด สินค้า หรือที่เรียกว่า เซอร์ทิฟิเคท ออฟ ออริจิ้น (Certificate of origin) ที่มีอยู่แล้ว ในการดําเนินการดังกล่าวที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับหน่วยงานและภาคเอกชน อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการนําร่อง รวมถึงเนื้อหาของบันทึกความเข้าใจ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากร ได้จัดการหารือ ร่วมกับภาคเอกชนและเห็นพ้องกันว่าการเข้าร่วมโครงการนําร่องจะเป็นประโยชน์ปลอดภัย และได้แจ้งท่าทีต่อกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศว่าเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการเข้าร่วม โครงการนําร่องและเห็นชอบการเข้าร่วมโครงการนําร่องดังกล่าว กรมเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศจึงได้จัดประชุมพิจารณาร่างกรอบการเจรจาเพื่อจัดทําระบบการรับรองถิ่นกําเนิด สินค้าด้วยตนเองของอาเซียนภายใต้โครงการนําร่องและการปฏิบัติจริงระหว่างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องและรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเรื่องดังกล่าว และได้ปรับร่างกรอบเจรจา ดังที่ปรากฏในเอกสาร ทั้งนี้ภาคเอกชนยินดีที่จะเข้าร่วมระบบการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า ด้วยตนเอง และเห็นประโยชน์ของการเข้าร่วมโครงการนําร่องว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการ ของประเทศไทยมีระยะเวลาในการปรับตัวก่อนการปฏิบัติจริง ผลประโยชน์สําคัญของ การใช้ระบบการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเอง คือจะช่วยอํานวยความสะดวกทางการค้า ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในการออกหนังสือรับรองถิ่นกําเนิด ทําให้การค้ารวดเร็วขึ้น ส่วนการเข้าร่วมโครงการนําร่องเป็นการเตรียมความพร้อมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสําหรับ ปี ๒๕๕๕ ก่อนจะนําไปปฏิบัติกับทุกประเทศ และประเทศไทยซึ่งเป็นภาคีโครงการนําร่อง สามารถมีบทบาทในการปรับแก้ระเบียบปฏิบัติในการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าเพื่อให้เป็น ประโยชน์ต่อประเทศไทยมากที่สุด โดยที่ระบบการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเอง ของอาเซียนและการเข้าร่วมโครงการนําร่องจะเป็นประโยชน์ต่อการค้าของประเทศไทย กับประเทศสมาชิกอาเซียนดังที่กระผมได้กล่าวมาแล้ว และเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ วรรคสองและวรรคสาม กระผม จึงขอเสนอให้รัฐสภาได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบการเจรจาจัดทําระบบ การรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน และการเข้าร่วมโครงการนําร่องสําหรับ การดําเนินการระบบการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเอง รวมถึงให้ความเห็นชอบบันทึก ความเข้าใจและภาคผนวกของรัฐบาลของภาคีสมาชิกอาเซียนที่เข้าร่วมโครงการนําร่อง สําหรับการดําเนินการระบบการรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าด้วยตนเองของภูมิภาคอาเซียนต่อไป จึงเสนอมาเพื่อขอรับความเห็นชอบครับ