วิเชียร คันฉ่อง หารือเรื่องการเปิดเสรีทางการค้าเสรีกับประเทศอินเดีย โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีตรวจสอบผลกระทบต่อสภาพแรงงานของประเทศไทย นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของเกษตรกร และเรียกร้องการแก้ไขกลไกในตลาดให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์ โดยเฉพาะปัญหาการขายผลผลิตของเกษตรกร เช่น ปาล์มที่ราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม วิเชียร คันฉ่อง สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดตรัง ท่านประธานครับ ฟังเพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ให้ความเห็นว่า ถ้าหากว่าเราเปิดเสรีทางการค้าเสรีกับประเทศ อินเดียแล้วจะเป็นผลประโยชน์กับประเทศไทย ผมก็คงในทํานองเดียวกัน แต่ท่านประธาน ผมอยากจะให้ข้อสังเกตกับท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีสักเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าจากกรอบเจรจาซึ่งกระทรวงพาณิชย์ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเสนอไป ก็ได้สอบถามไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง สอบถามไปยังกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานนี้ เขาก็ได้ตอบมาว่าเป็นเรื่องที่ดี จะเสริมสร้างศักยภาพด้านแรงงานระหว่างประเทศ นั่นหมายถึงว่าต่อไปนี้แรงงานระหว่างประเทศนี้มันน่าจะต้องดีขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็คือเรา คงจะมีโอกาสแลกเปลี่ยนศักยภาพระหว่างนักศึกษาประเทศไทยกับประเทศอินเดียเกี่ยวกับ เรื่องปัญหาด้านเทคโนโลยี เพราะประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีความเก่งในด้านคอมพิวเตอร์อยู่ แต่ถึงอย่างไรก็ตามอยากจะขอถือโอกาสกราบเรียนกับท่านประธานว่า ในแง่ตรงนี้ปัจจุบันนี้ ถามว่าประเทศไทยนี้เราผลิตแรงงานที่เป็นแรงงานฝีมือได้แท้จริงแค่ไหน เพียงใด ท่านลองไป นึกทบทวนดู ในขณะนี้นักเรียนอาชีวะที่เรียนจบ ปวช. ปวส. พวกที่เรียนจบ ปวส. นี้ ไม่มีโอกาสที่จะเรียนต่อในระดับสูงได้ เพราะปรากฏมีการกีดกันในเรื่องการเรียน เมื่อก่อนนี้ เราคงจําได้นะครับ ที่ลาดกระบังเป็นสถาบันที่ได้รับความร่วมมือจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อผลิต นักเรียนที่มีฝีมือ เทคนิคเยอรมันซึ่งในขณะนี้เราก็เรียกกันว่าสถาบันเทคโนโลยีพระนครเหนือ ก็ในทํานองเดียวกัน ก็ได้รับความร่วมมือจากประเทศเยอรมันเพื่อผลิตแรงงานฝีมือเหล่านี้ ให้เป็นแรงงานฝีมือที่แท้จริง ราชมงคลของเราเมื่อก่อนนี้ก็พยายามรับนักศึกษาที่จบ ปวส. จากวิทยาลัยเทคนิคต่าง ๆ แต่ถามว่าในปัจจุบันนี้เราได้ดําเนินการอย่างนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้สภาพแรงงานของเรานี้เป็นแรงงานที่ขาดแคลนด้านเทคนิคเชียล (Technician) ผมจึงอยากกราบเรียนว่าเราจะไปตกลงเรื่องการลงทุนกับประเทศอะไรก็ตาม แต่ถามว่า คนเราพร้อมหรือไม่
ส่วนอีกด้านหนึ่งก็คือเกี่ยวกับเรื่องด้านอาหาร ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นผลดีในฐานะ ที่ผมมาจากเกษตรกร ผมอยากจะเห็นภาพนะครับท่านประธาน ว่าต่อไปถ้าเราส่งข้าว ไปต่างประเทศนั่นหมายถึงว่าชาวนาที่ปลูกข้าวคงจะได้ผลประโยชน์จากจุด ๆ นี้ แต่ในแง่ ของความเป็นจริงท่านประธานลองทบทวนดูสิครับ แต่ละปีในระหว่างเก็บข้าวปรากฏว่า ชาวนาต้องประท้วง เพราะราคาผลผลิตข้าวนี้ตกต่ํากว่าต้นทุน ถามว่าอย่างนี้ถึงแม้เราจะ ไปเจรจาทางการค้า จริงอยู่อยากจะให้เกษตรกรได้ประโยชน์ แต่ถามว่าประโยชน์เหล่านี้ ตกอยู่ในกํามือใคร ตกอยู่ในกํามือพวกพ่อค้าคนไหน หรือว่าตกอยู่ในกํามือของพวกเกษตรกร นี่คือสิ่งที่เราต้องมาแก้ไขกลไกในประเทศไทย ไม่เพียงแค่นั้นท่านประธาน ท่านลองคิดดูครับ วันก่อนราคายางพารากิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท ปรากฏราคาตกแต่ละวัน ๆ วันละ ๒๐ บาท จนกระทั่งเหลือ ๘๐ บาท ๖๐ บาท มันเป็นไปได้หรือครับท่านประธานครับ กลไกในตลาด ในประเทศนี้เป็นกลไกที่สําคัญ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าจะให้เกษตรกรอยู่รอด ผมคิดว่ารัฐบาล ต้องมาคิดแก้ไขกลไก ณ จุดจุดนี้
นอกจากนี้ในขณะนี้วันก่อนผมก็ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องราคาปาล์มน้ํามัน เดี๋ยวนี้ ปรากฏว่าราคาปาล์มเรายังขายในท้องตลาด ๑ ลิตร ประมาณ ๖๕ บาท เกินกว่า ๖๕ บาท แต่ปาล์มทะลายที่ออกจากชาวสวนล่ะครับ ท่านรู้ไหมกิโลกรัมละเท่าไร ๔.๕๐ บาทครับ ความต้องการมาก สินค้าน้อย ความจริงผลผลิตน่าจะต้องราคาสูง แต่ในขณะนี้ปรากฏว่า ของเรายังราคาต่ํา ถามว่าอันนี้ทฤษฎีอะไร สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่บั่นทอนเกษตรกรที่จะทําอะไร ให้เกิดมรรคผลต่อประเทศชาติต่อบ้านเมือง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าจะให้ประเทศของเรา ดําเนินไปได้ท่านต้องมาคิดถึงกลไก ณ จุดเหล่านี้ด้วย ไม่อย่างนั้นแล้วผมเชื่อเหลือเกินว่า ถึงแม้ว่าใครจะว่าเกษตรกรเป็นคนโง่ก็ตาม แต่วันหนึ่งคนโง่มันอาจจะลุกขึ้นต่อสู้ก็ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากที่ผมกราบเรียนมาแล้ว ผมคิดว่าสิ่งที่เราได้ประโยชน์ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องด้านการเกษตร นี่ในมุมมองของผม เช่น เรื่องปลา เรื่องผัก เรื่องเกี่ยวกับ อาหารสําเร็จรูป เรื่องเครื่องดื่มอะไรเหล่านี้ เป็นประโยชน์ ผมมองในแง่ประโยชน์เหล่านี้ แต่เมื่อมองในแง่ประโยชน์เหล่านี้ก็ต้องมาทบทวนว่าประโยชน์ที่จะได้รับนั้นทําอย่างไร ให้ถึงมือเกษตรกร ขอกราบขอบคุณครับท่านประธาน