จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องการเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศไทยและประเทศอินเดีย และแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อร่างกรอบการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศไทย และประเทศอินเดียนั้น ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าก็คงต้องให้ความเห็นชอบ เพราะว่าวันนี้มันเป็นกระแสของโลกที่มีการเปิดเสรีการค้าคงจะไม่มีใครที่จะปฏิเสธได้ว่า วันนี้เราไม่อยากจะเปิดเสรีกับประเทศต่าง ๆ ให้มันมากที่สุดในลักษณะของทวิภาคีเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ตามต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมได้รับฟังเพื่อนสมาชิก อภิปรายหลายท่าน แน่นอนครับสิ่งที่เราเรียกว่าการเปิดเสรีการค้านี้มันเป็นเรื่องของโอกาส แต่อีกมุมหนึ่งมันก็คือความเสี่ยงด้วย ซึ่งจุดนี้ผมกราบเรียนด้วยความเคารพผมให้ความสําคัญ เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกรอบการเจรจาต่าง ๆ ในช่วงหลัง ๆ ที่ผ่านมานี้นะครับ ทุกฉบับก็จะ มีการพูดถึงเรื่องของมาตรการในการป้องกันเยียวยา การขยายเวลาเพื่อให้เป็นระยะ เวลาหนึ่ง เพื่อให้มีการปรับตัวได้ทัน แต่ในเอกสารที่ให้มาทุกครั้งต้องกราบเรียนด้วยความ เคารพว่ามันเพียงแค่คําพูดมันไม่มีรายละเอียดในการปฏิบัติที่จะทําให้เกิดความมั่นใจได้ว่า ในที่สุดแล้วภาครัฐของประเทศไทยจะดูแลพี่น้องประชาชนที่เขาได้รับผลกระทบจากการ เปิดเสรีทางการค้ากับประเทศคู่ค้าต่าง ๆ อย่างไร วันนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ การเกิดดูเรื่องของกรอบการค้าประเทศไทยกับประเทศอินเดียนี้ ความเสี่ยงมันยิ่งสูง เป็นเท่าตัว ประเทศอินเดียนี้เป็นประเทศที่มีขนาดประชากรเป็นอันดับ ๒ การบริโภค เป็นอันดับ ๒ เทียบกับประเทศจีน ต่อจากประเทศจีนมา ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อเขาใหญ่เราก็ไปมองว่าโอกาสของเรามันสูง นั่นก็คือเราสามารถที่จะเอาผลผลิตของเรา ไปตีตลาดส่งไปขายเขาเพราะเขามีคนซื้อเยอะ อันนี้แน่นอนครับถูกต้อง แต่ผลกระทบ ของการส่งออกของเราที่มีกับประเทศเขามันเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ ของประเทศใหญ่ ๆ เช่นนี้ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเขามีผลผลิตใดก็ตามที่จะส่งมาหาเรา หรือเขามีการบริการการค้าอะไรที่เขาจะส่งมาทางเรานี่นะครับ เมื่อเขาส่งมาเพียงเล็กน้อย มันกระทบกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างใหญ่หลวง ดูสภาพอย่างเช่นประเทศจีน เป็นหลัก ประเทศจีนที่เราเปิดไปแล้ว เขามาตั้งศูนย์การกระจายสินค้า พี่น้องเกษตรกร พี่น้องที่ทําการค้าการขายปิดประตูสู้ได้เลย โอกาสที่เราจะแข่งขันกับเขาอย่างสูสี อย่างมีศักยภาพมองแทบไม่ออก ดูอีกตัวอย่างหนึ่งประเทศจีนวันนี้เขาไปเน้นการผลิต เรื่องของเสื้อผ้า เขาไปเหมาซื้อไหมทั่วโลกมา ราคาไหม ราคาฝ้ายจากราคา ๑ ดอลลาร์กว่า ๆ ตอนนี้ไปอยู่ที่ ๒ ดอลลาร์กว่า ๆ ภาคการผลิตที่เป็นเอกชนของประเทศไทยปรับตัวไม่ทัน สู้ไม่ได้ วันนี้อยากจะซื้อยังซื้อไม่ได้ เพราะว่าสินค้าในตลาดโลกมันโดนเขาดูดทรัพย์ ไปหมดแล้ว นี่คือปัญหาที่ภาครัฐเราจะต้องมองให้ทะลุแล้วก็หาทางป้องกันให้ได้ ประเทศ อินเดียเช่นเดียวกันครับ เราจะดูแลภาคเอกชนรวมถึงพี่น้องเกษตรกรที่เขามีการผลิตสินค้า การเกษตรที่มีโอกาสในการแข่งขันต่ํากว่า ศักยภาพในการแข่งขันเขาเสียเปรียบเราจะดูแล เขาได้อย่างไร ประเทศอินเดียนี่นะครับแม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาเขายังกลัว วันนี้ธุรกิจ ที่เรียกว่าไอที (IT) คือเทคโนโลยี (Technology) นี่นะครับ ประเทศอินเดียดีกว่าประเทศ สหรัฐอเมริกาในหลาย ๆ ด้าน แม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เขาบอกว่ามีซิลิคอน วัลเลย์ (Silicon Valley) เขายังต้องเอาท์ซอร์ส (Outsource) ภาคการบริการเหล่านี้ไปยัง ประเทศอินเดีย เพราะว่าธุรกิจโดยเฉพาะด้านไอทีนี้มันไม่ต้องทําอยู่กับที่ มันไม่ต้องมีฐานการผลิตอยู่ใน ประเทศของตน เดี๋ยวนี้ส่งข้ามโลกไปอีกฝั่งหนึ่งให้เขาไปผลิตซอฟแวร์ (Software) มา ไปผลิตเป็นซอร์ส โคด (Source Code) ส่งกลับมาที่ประเทศของตนก็ได้ ประเทศไทย ก็เช่นเดียวกัน ผมมองไม่ออกเลยว่าในธุรกิจภาคเหล่านั้นเราจะหาทางต่อสู้แข่งขันกับเขา อย่างไร เพื่อให้มันเกิดศักยภาพขึ้นมาในอนาคต ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเหล่านี้ เป็นจุดที่ผมยังมองว่าจากเอกสารที่ท่านได้ส่งมอบให้กับทางรัฐสภานั้น มันยังมีความหละหลวม แล้วก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าในที่สุดนี้เราจะปกป้องพี่น้องประชาชนของเราได้อย่างไร ก็อยากจะกราบเรียนถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีที่มาชี้แจงว่าแนวทางในการ ป้องกันมาตรการที่ท่านจะทําจริง ๆ นี้เราจะทําอย่างไร วันนี้ต้องกราบเรียนว่าการเปิดเสรีนี้ หยุดไม่อยู่แล้ว เราเซ็นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เริ่มทยอยปลดล็อกเรื่องของภาษีศุลกากรนี้ มาเรื่อย ๆ วันนี้มันเดินไปข้างหน้าจนกระทั่งหยุดไม่อยู่ แต่เราจะมองย้อนกลับไปดูพี่น้อง ประชาชนของเราที่เขาเสียเปรียบ ที่เขาสูญเสียโอกาสจากการที่เราเปิดเสรีนั้นนี้เราจะดูแล เขาอย่างไร เราจะเยียวยาเขาอย่างไรนี้ ความชัดเจนต้องช่วยเรียนถามผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีให้ช่วยชี้แจงเพื่อนในรัฐสภาแห่งนี้ด้วยครับ