เจริญ ภักดีวานิช เสนอแนวคิดในการสนับสนุนกรอบเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งออกสินค้าไปยังอินเดียได้มากขึ้นและเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลงทุนในอินเดีย การส่งอาหารฮาลาลไปประเทศอินเดียและประเทศปากีสถาน การละเมิดลิขสิทธิ์ยาสำหรับคนจน และผลกระทบต่อเกษตรกรจากการตกลงการค้าเสรี โดยขอให้มีโรดแมปในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม เจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ก่อนอื่นกระผมขอสนับสนุนกรอบเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย ซึ่งกระผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อเป็นข้อมูลกับเพื่อนสมาชิกรัฐสภาดังต่อไปนี้
ประการแรกก่อนครับท่านประธาน เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์จะตั้งเป้า การส่งออกปีนี้ไว้ประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้เติบโตขึ้น ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการ ตั้งเป้านั้นตั้งเป้าไว้ล่วงหน้า แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า กระผมกราบเรียนท่านประธาน เพิ่มเติมนะครับ สินค้าที่เราส่งไปประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศในกลุ่มอียู (EU) นั้นประมาณปีละ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้เมื่อประเทศญี่ปุ่น มีปัญหาคลื่นสึนามิก็ดีหรือเกิดแผ่นดินไหวนี้ อาจจะทําให้การส่งออกไปประเทศญี่ปุ่นลดลง
ประการที่ ๒ เมื่อเช้าท่านประธานคงได้อ่านข่าวเอสแอนด์พี (S&P) ได้ลด ความน่าเชื่อถือของประเทศสหรัฐอเมริกาลง
ประการที่ ๓ ถ้าท่านประธานติดตามเรื่องประเทศโปรตุเกสจะเห็นภาพชัดว่า ขณะนี้มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจค่อนข้างมาก รวมมาถึงประเทศสเปนและประเทศกรีก เพราะฉะนั้นทําให้ยอดรวมการส่งออกประเทศหลัก ๆ สําคัญค่อนข้างมีปัญหา เพราะฉะนั้น รัฐบาลจึงมีความจําเป็นต้องหาตลาดรอง และประเทศอินเดียมีศักยภาพในการที่จะสามารถ ส่งเพิ่ม เพราะปีหนึ่งเพิ่มได้ประมาณเกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จากการเติบโตของการส่งออก ท่านประธานครับ ประเทศอินเดียนั้นท่านรัฐมนตรี ท่านเพื่อนสมาชิกรัฐสภาก็ได้แจ้งให้ ทราบว่ามีประชากรประมาณ ๑,๑๓๐ ล้านคน ที่ค่อนข้างมีฐานะประมาณ ๓๕๐ ล้านคน แล้วก็ที่มีฐานะตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ยูเอสดอลลาร์ (US Dollar) ประมาณ ๑๐๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นการที่เราส่งสินค้าปีหนึ่ง ๔,๔๐๐ กว่าล้านยูเอสดอลลาร์ มันยังน้อยมากนะครับ เพราะฉะนั้นก็มีโอกาสที่จะเติบโตมากยิ่งขึ้น อันนี้กราบเรียนท่านประธานเป็นข้อมูลพื้นฐาน
ประการที่ ๔ นักท่องเที่ยวประเทศอินเดีย ซึ่งเมื่อกี้กระผมกราบเรียน ท่านประธานว่าผู้ที่มีรายได้สูงค่อนข้างมากประมาณ ๑๐๐ ล้านคนนั้น ขณะนี้นักท่องเที่ยว ที่มาประเทศไทยประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน ปีนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็วางเป้า ไว้ประมาณ ๘๕๐,๐๐๐ คน กระผมมีข้อสังเกตว่าถ้าเผื่อเราไม่เร่งลงนาม ซึ่งท่าน นายกรัฐมนตรีท่านได้ไปที่ประเทศอินเดียเมื่อต้นเดือน คือวันที่ ๔-๖ เมษายน ทางนายกรัฐมนตรีประเทศอินเดียก็พยายามเร่งรัดอยากให้มีการลงนาม เพราะฉะนั้น ถ้ารัฐสภาได้ผ่านวันนี้เข้าใจว่าการลงนามจะได้เร็วขึ้น กระผมให้ข้อมูลกราบเรียน ท่านประธานเพิ่มเติมว่าระหว่างอาเซียนกับประเทศอินเดีย ปี ๒๕๕๓ อาเซียนส่งไป ประเทศอินเดียประมาณ ๕๐ พันล้านยูเอสดอลลาร์ และปี ๒๕๕๔ ตั้งเป้าไว้ ๗๐ พันล้าน ยูเอสดอลลาร์ ในทั้งหมดนี้เป็นของประเทศสิงคโปร์เสีย ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศไทย มีแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขแรกที่กระผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นท่านต้องรีบ ตั้งเป้า ขณะที่ประเทศสิงคโปร์เขา ๒๘ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านมีแผน ในการที่จะเพิ่มขึ้นได้อย่างไรบ้าง เมื่อเปรียบเทียบกับอาเซียน
กระผมมีข้อถามท่านรัฐมนตรี ๓ เรื่องดังต่อไปนี้นะครับ คือเมื่อวันที่ ๒-๖ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่ประเทศอินเดียจัดมหกรรมและการชุมนุมสัมพันธ์ธุรกิจที่ประเทศอินเดีย ระหว่างอาเซียนกับประเทศอินเดียมี ๒-๓ เรื่อง
เรื่องแรก ก็คือทางประเทศไทยเจรจาขอลดภาษีสินค้าอ่อนไหว ก็คือสินค้า พวกทีวีจอแบน เนื่องจากว่าทางประเทศอินเดียเคร่งครัดเรื่องถิ่นกําเนิดสินค้าว่าลงทุน ในประเทศไทยไม่ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ กลับมาแล้วมีความก้าวหน้าแค่ไหน เรื่องทีวีจอแบน ที่จะขอยกเว้นภาษีนี้
เรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญมาก ประเทศอินเดียนั้นมีการลงทุน สาธารณสุขพื้นฐานค่อนข้างมากนะครับ ปัจจัยพื้นฐานค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นนักธุรกิจ ก่อสร้างค่อนข้างไปลงทุนที่ประเทศอินเดียจํานวนสูงมาก แต่แรงงานที่ประเทศอินเดีย ตั้งเกณฑ์ไว้ว่าจะต้องมีรายได้ประมาณปีหนึ่ง ๒๕,๐๐๐ ยูเอสดอลลาร์นั้น ผมก็คิดว่าค่อนข้าง สูงเกินไป เพราะฉะนั้นรัฐบาลได้เจรจาเพิ่มเติมหรือยัง เพื่อให้แรงงานกลาง ๆ พวกจบอาชีวะ ปวส. อะไรก็ตามได้มีโอกาสไปทํางานที่ประเทศอินเดีย ผมคิดว่าหลังจากที่ไปพบกันแล้ว กระทรวงพาณิชย์ก็ดี โดยเฉพาะทางรัฐบาลต้องมาวางแผนต่อว่าผลการเจรจาเมื่อระหว่าง วันที่ ๒-๖ เดือนมีนาคมนั้นมีความก้าวหน้าไปอย่างไร
เรื่องที่ ๓ ที่กระผมกราบเรียน ถ้าเผื่อท่านประธานจะดูเอกสาร ข้อสังเกตของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์น่าสนใจครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเลขาธิการ สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้มีข้อสังเกตว่า กรอบเจรจาได้กําหนดมีระยะเวลาในการ ปรับตัวสินค้าอ่อนไหวเพื่อจะบรรเทาผลกระทบต่อสินค้าบางรายการ เช่น ไหม กาแฟ ชา เนื้อสัตว์ โค กระบือและผลิตภัณฑ์นม อันนี้เป็นสินค้าอ่อนไหว ไม่ทราบว่ากระทรวงพาณิชย์ ที่จะไปเจรจานั้นได้วางแผนร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการที่จะช่วยให้มีการ วางกรอบในการเยียวยาและช่วยเหลืออย่างไร กระผมอยากถามความก้าวหน้าผ่าน ท่านประธานผ่านไปทางท่านรัฐมนตรี
กระผมมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ เผื่อท่านรัฐมนตรีจะได้นําไป ประกอบในการที่จะดําเนินการขับเคลื่อน
ประการแรก เนื่องจากประเทศอินเดียนั้นมีพี่น้องมุสลิมอยู่ประมาณ ๑๖๑ ล้านคน ที่ประเทศปากีสถาน ๑๗๔ ล้านคน ประเทศบังคลาเทศ ๗๔ ล้านคน ท่านประธานครับ ๓๐๐ ล้านคนนะครับ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีรีบวางแผนเรื่องอาหาร ฮาลาลที่จะส่งไปประเทศอินเดียแล้วก็ได้กระจาย เพราะเรายังส่งไปได้น้อยมากนะครับ จริงอยู่ถึงแม้ประเทศอินเดียเขาจะไม่ค่อยนิยมซื้อเครื่องอุปโภคหรืออาหารจากต่างประเทศ มากนัก อันนี้ผมคิดว่าเป็นโอกาสทองในการที่จะขยายสินค้าอาหารฮาลาลส่งไปสู่ประเทศ อินเดียแล้วก็ประเทศปากีสถาน แล้วก็ต่อไปก็คือประเทศบังคลาเทศ คณะกรรมาธิการ วิสามัญของวุฒิสภาได้ตั้งกรรมาธิการศึกษาการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ที่จังหวัดปัตตานี เราก็พบชัดว่าขณะนี้รัฐบาลยังส่งเสริมได้ไม่ชัดเจนนะครับ ก็อยากจะฝาก ท่านประธานสู่ท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าเผื่อจะได้รื้อและรีบดําเนินการนิคมอุตสาหกรรมอาหาร ฮาลาลที่จังหวัดปัตตานีก็นําไปสู่ความน่าเชื่อถือของพี่น้องมุสลิมเกือบทั่วโลก แล้วก็สามารถ จ้างงาน สามารถมีการลงทุนไปที่ตรงนั้นค่อนข้างได้มาก นั้นคือข้อ ๑ ที่กระผมกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปสู่ท่านรัฐมนตรีครับ
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าของเราพูดน้อยมาก ท่านรัฐมนตรีก็ยังรู้สึกยังวางแผน น้อยมากก็คือเรื่องศูนย์กระจายสินค้า เนื่องจากประเทศอินเดียพื้นที่กว้างมาก เพราะฉะนั้น ถ้าเผื่อเราไม่ตั้งศูนย์กระจายสินค้าแบบประเทศจีน โอกาสที่เราจะเพิ่มปริมาณการค้านี้ ค่อนข้างยาก
ประการที่ ๓ นอกจากศูนย์กระจายสินค้าแล้วผมคิดว่าการที่รัฐบาลหรือ กระทรวงพาณิชย์ให้นักธุรกิจระหว่างประเทศไทยกับประเทศอินเดียพบปะกันค่อนข้าง มีน้อยอยู่ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีเอาข้อสังเกตไปเพิ่มขึ้นมา เพื่อเราจะได้สามารถกระจาย สินค้าและเราสามารถเร่งรัดธุรกิจ เท่าที่ผมดูเอกสารนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเพิ่มปริมาณการค้า ถ้าโอกาสของนักธุรกิจ โอกาสแลกเปลี่ยนหรือการหาพันธมิตรท้องถิ่นอ่อนแออยู่ขณะนี้ โอกาสที่จะเพิ่มค่อนข้างยาก และเราจะสู้ประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซียไมได้
ประการที่ ๔ ผมคิดว่าเป็นเรื่องด่วนและที่มีความจําเป็น รัฐบาลก็ยังจะ ไม่ค่อยพูดถึงก็คือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์นี่ครับ กระผมอยู่ในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ของวุฒิสภา ท่านประธานครับ ทางประเทศยุโรป ทางประเทศสหรัฐอเมริกาค่อนข้างกังวล เรื่องการทําซีแอล (CL) ยา ซึ่งเป็นประโยชน์กับคนจนได้มีโอกาสเข้าถึงยา แล้วก็ประหยัด งบประมาณได้เยอะ ยาจากประเทศอินเดียเป็นยาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ของทั้งกลุ่มประเทศยุโรป และประเทศสหรัฐอเมริกา ทางประเทศสหรัฐอเมริกาค่อนข้างติดตามเรื่องนี้เป็นพิเศษ ผมคิดว่าก็อยากจะเสนอรัฐบาล มีความจําเป็นต้องทําซีแอลยาต่อ แต่ว่าต้องระมัดระวัง เรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กระผมกราบเรียนเผื่อท่านรัฐมนตรีจะได้นําไปสู่ การวางกรอบในการขับเคลื่อน
ประการที่ ๕ ท่านประธานครับ กระผมอยากเสนอว่า ณ วันนี้เราทําความ ตกลงเสรีการค้าหลายประเทศ อยากให้ทางรัฐบาลนี่ครับ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี เริ่มทําโรดแมป (Roadmap) ผลประโยชน์จากการใช้เอฟทีเอให้ชัดเจน กระผมกราบเรียนว่า มีข้อมูลให้ท่านประธานทราบว่า ณ วันนี้เราใช้ผลจากการตกลงการค้าเสรีสามารถที่จะ ลดหย่อนภาษีค่อนข้างยังต่ําอยู่ กระผมมีข้อมูลเมื่อเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๓ ครับ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) ได้วิจัยแล้วก็ติดตามดู ว่าการเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ นั้น โดยเฉพาะการเปิดเสรีการค้าอาฟตาเราใช้สิทธิแค่ประมาณ ๓๘,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น ๖,๐๐๐ ล้านบาท ประเทศไทยกับประเทศออสเตรเลีย ๓,๘๐๐ ล้านบาท สําหรับประเทศอินเดีย ๒๖๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราเจรจา ไปเรื่อย ตกลงการค้าไปเรื่อย ถ้าเรายังใช้การลดหย่อนภาษีหรือภาษีศุลกากรได้น้อย ไม่เต็มศักยภาพ ผมคิดว่ารัฐบาลต้องมีโรดแมปที่ชัดเจน
ประการสุดท้ายที่กระผมกราบเรียนว่า การตกลงการค้าเสรีเหล่านี้ ท่านสมาชิก รัฐสภาค่อนข้างให้ข้อสังเกตเรื่องผลกระทบและการเยียวยา ผมคิดว่าตลอด ๓ ปีที่กระผม ได้มีโอกาสมานั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ ความชัดเจนในการเยียวยานั้นผมคิดว่ายังไม่ค่อยชัดเจน มากนัก ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าโคนมก็ดีหรือพืชผักก็ดีเราช่วย แบบชั่วคราว ก็อยากให้มีโรดแมปที่ถาวรในการช่วยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการที่ เราตกลงเสรีการค้า ก็กราบขอบคุณท่านประธานครับ