รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๑๙ เมษายน ๒๕๕๔

กรณี จาติกวณิช ขอขอบคุณสมาชิกที่แสดงความคิดเห็นและถามคำถาม และจะชี้แจงเรื่องราวบางประเด็น โดยหารือเรื่องการผนวกตลาดทุนของกลุ่มประเทศอาเซียนเข้าด้วยกัน เพื่อเสริมศักยภาพและเพิ่มระดับความน่าสนใจของตลาดทุนในแต่ละประเทศ และยังหารือเรื่องการเปิดเสรีตลาดหลักทรัพย์ โดยมีแผนพัฒนาตลาดทุนร่วมกับภาคเอกชน และมีการร่างพระราชบัญญัติดีมิวเทอไลซ์เพื่อเพิ่มการแข่งขัน

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้อภิปราย แล้วก็แสดงความคิดเห็น รวมไปถึงมีข้อซักถามอยู่บางประเด็นที่ผมอยากที่จะขออนุญาต ใช้เวลาสั้น ๆ ในการชี้แจงนะครับ

ลําดับแรกเลยก็คือผมเห็นตรงกับท่านสมาชิกที่มองว่าในส่วนของธุรกิจ การให้บริการทางการเงิน แล้วก็โดยเฉพาะทางสายตลาดทุนก็ได้มีการอุ้มชูและดูแล ผู้ประกอบการมายาวนานหลายสิบปี ในส่วนของรัฐบาลหลากหลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้เพิ่ม ระดับการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้มาโดยตลอด แล้วก็ทําให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็ง มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นในก้าวต่อ ๆ ไปถ้าเราต้องการที่จะเห็นตลาดทุนของเรามีการพัฒนา มีความเข้มแข็ง แล้วก็เป็นที่พึ่งของผู้ประกอบการที่ต้องการที่จะอาศัยตลาดทุนเป็นแหล่ง ระดมทุนต่อไป เราก็ต้องคํานึงถึงการที่จะผนวกตลาดทุนของกลุ่มประเทศอาเซียน เข้าด้วยกัน เพื่อที่จะเสริมศักยภาพแล้วก็เพิ่มระดับความน่าสนใจของตลาดทุนในแต่ละ ประเทศที่เป็นประเทศสมาชิกของอาเซียน ซึ่งเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาผมก็เพิ่งไปประชุม กับเพื่อน ๆ รัฐมนตรีคลังจากกลุ่มประเทศอาเซียน แล้วก็ได้พูดกันถึงแนวโน้มแนวทาง การพัฒนาตลาดทุนของทุก ๆ ประเทศต่อไป ก็มีความคิดเห็นที่ตรงกันนะครับว่าเพื่อที่จะทํา ให้ตลาดทุนของเราเป็นที่พึ่งในการระดมทุนในอัตราต้นทุนที่ค่อนข้างต่ําให้กับผู้ประกอบการ กับทุก ๆ ประเทศสมาชิกได้ต่อไปในอนาคต อาจจะต้องมีการพิจารณาที่จะหาวิธีการ รวมตัวกัน เพื่อให้ตลาดทุนของเราเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะเป็นตลาดที่น่าสนใจ ในสายตาของนักลงทุน ทั้งในส่วนของนักลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนเอง และนักลงทุน จากต่างประเทศที่อยู่นอกอาเซียน ซึ่งปฏิญญาฉบับนี้ก็เป็นก้าวสําคัญก้าวหนึ่งในการที่จะ นําไปสู่การผนึกกําลังกันระหว่างตลาดทุนในประเทศอาเซียน ซึ่งก็มีความกังวลในบางประเด็น อย่างที่ท่านสมาชิกได้ยกคําถามขึ้นมาว่ามันจะมีช่องโหว่หรือเปล่า ในกรณีที่อาจจะมี บริษัทข้ามชาติมาอาศัยแอบแฝงว่าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในประเทศสมาชิกประเทศใด ประเทศหนึ่ง แล้วก็มาใช้สิทธิตามสัญญาที่มีร่วมกันในการที่จะทําธุรกิจในประเทศอาเซียน ประเทศอื่น ๆ เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านไตรรงค์เมื่อสักครู่ก็ได้บอกผมนะครับว่า ความจริงมันมีข้อตกลงในแง่ของเกณฑ์ที่อยู่ในช่วงของการร่างเพื่อที่จะป้องกันในกรณีอย่างนี้ เพื่อที่จะเป็นเกณฑ์ที่จะมีการตรวจสอบความจริงจังในการทําธุรกิจของบริษัทในแต่ละประเทศ หรือที่ศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกว่าเอสบีโอ (SBO) คือซับสแทนทีฟ บิซซิเนส ออบลิเกชั่นส์ (Substantive Business Obligations) คือไปตรวจสอบว่าเป็นธุรกิจที่มีการค้าการขาย อย่างจริง ๆ จัง ๆ หรือเป็นเพียงแค่การจดทะเบียนเพื่อที่จะใช้สิทธิประโยชน์ตามข้อสัญญา ที่เรามีร่วมกัน นอกจากนั้นก็มีท่านสมาชิกได้อ้างถึงเรื่องของการจัดทําการประชาพิจารณ์ โดยกระทรวงคลัง แล้วก็ข้อสังเกตรวมไปถึงความกังวลของผู้ที่เข้ามาร่วมในบางกรณี อย่างเช่นในกรณีที่พูดถึงธุรกิจแฟคเทอริ่ง มีความกังวลว่ายังไม่มีกฎหมายการกํากับดูแล ภาคธุรกิจดังกล่าว และอยากให้กระทรวงการคลังยกร่างกฎหมายก่อนที่จะมีการลงนาม ผูกพันการเปิดเสรีต่อไป ก็ขออนุญาตเรียนนะครับว่าข้อสัญญาที่เรากําลังพิจารณาอยู่ ณ วันนี้เป็นข้อสัญญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักทรัพย์เท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อธุรกิจแฟคเทอริ่ง แต่อย่างใด ดังนั้นจึงยังไม่จําเป็นที่จะต้องมีการร่างกฎหมายเพื่อที่จะรองรับธุรกิจแฟคเทอริ่ง ก่อนที่จะมีการลงนาม อย่างไรก็แล้วแต่ในส่วนของกระทรวงการคลังเองก็อยู่ในช่วงของ การพิจารณาความเหมาะสมนะครับว่าควรที่จะมีร่างกฎหมายขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อที่จะดูแลธุรกิจนี้หรือไม่

ส่วนคําถามเกี่ยวกับความพร้อมในส่วนของผู้ประกอบการในสายหลักทรัพย์ ของเราเองนะครับว่าสามารถที่จะแข่งขันกับประเทศอื่นได้หรือไม่ ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่า ระดับการพัฒนาค่อนข้างสูงนะครับในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา รวมไปถึงการพัฒนาในส่วนของ ตัวตลาดหลักทรัพย์เอง มีท่านสมาชิกได้ถามถึงแนวโน้มการเปิดให้มีการแข่งขันเสรีมากยิ่งขึ้น ในธุรกิจการทําตลาดหลักทรัพย์ หรือที่ศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกว่า ดีมิวเทอไลซ์เซชั่น ซึ่งก็ขอเรียนท่านสมาชิกว่าทางคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีมติเห็นชอบ แผนพัฒนาตลาดทุนร่วมกันกับทางภาคเอกชน ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๒ ซึ่งก็ขอเรียนท่านสมาชิกนะครับว่าทางคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีมติเห็นชอบ แผนพัฒนาตลาดทุนร่วมกันกับทางภาคเอกชนตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๒ แล้วก็ ได้ดําเนินการในการที่จะร่างแผนแล้วก็นําไปสู่การปฏิบัติตามแผนมาโดยตลอด ซึ่งตอนนี้ ก็เกือบครบ ๒ ปีแล้ว เราก็กําลังมีการทบทวนความคืบหน้ากันอยู่ว่ามีความจําเป็นที่จะต้อง ปรับแผนอย่างไรหรือไม่ ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่าการร่างพระราชบัญญัติเพื่อนํามาซึ่ง การดีมิวเทอไลซ์ (Demutualize) หรือการปฏิรูปตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้มีการแข่งขัน เพิ่มเติมก็เป็นส่วนสําคัญส่วนหนึ่งของแผน ซึ่งทาง สศค. หน่วยงานของทางกระทรวงการคลัง ก็อยู่ในช่วงของการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็คาดว่าน่าที่จะสามารถนําไปสู่การปฏิรูป ที่แท้จริงในส่วนของตัวตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในช่วงของรัฐบาลหน้า เพราะฉะนั้นแผน ก็มีชัดเจน แล้วก็การพัฒนาไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ของเราก็มีมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผมก็มั่นใจครับว่าการเปิดเสรี ในชั้นต่อไปก็จะทําให้ผู้ประกอบการเองเขามีความตื่นตัวมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นประเด็น ที่สําคัญก็คือประชาชนเอง รวมไปถึงผู้ประกอบการที่ต้องพึ่งพาตลาดทุนในแง่ของการเป็น แหล่งทุนที่สําคัญในการลงทุนของเขาก็จะได้รับบริการที่ดีขึ้นจากการที่มีการแข่งขันเพิ่มเติม จากบริษัทผู้ประกอบการที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านของเราในกลุ่มอาเซียน ขอบคุณครับ