กรณี จาติกวณิช นำเสนอร่างพิธีสารอนุวัติและข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินภายใต้กรอบอาเซียน และเรียกร้องให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ โดยหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกในการปฏิบัติตามข้อผูกพันและให้สัตยาบันพิธีสารนี้
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้นําเสนอร่างพิธีสารอนุวัติ ข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน รอบที่ ๕ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วย การค้าบริการของอาเซียนต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามที่ผู้นําอาเซียน ได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยแผนงานการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรืออาเซียน อิคอนอมิค คอมมูนิตี้ บลูพริ้นท์ (ASEAN Economic Community Blueprint) ในการ ประชุมสุดยอดอาเซียนหรืออาเซียน ซัมมิท (ASEAN Summit) ครั้งที่ ๑๓ ในปี ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นการกําหนดกรอบในการดําเนินการของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้บรรลุ วัตถุประสงค์การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ นั้น กระผมขอเรียนว่า ในส่วนของการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง ประเทศสมาชิกอาเซียนได้จัดทําร่างพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการ ด้านการเงิน รอบที่ ๕ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยได้ดําเนินการตามกรอบที่ผูกพันภายใต้ เออีซี บลูพริ้นท์ (AEC Blueprint) ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๔ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๐ ท่านประธานรัฐสภา และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ การเจรจาเปิดเสรีการค้าบริการ อาเซียนภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการบริการของอาเซียนหรืออาเซียน เฟรมเวิร์ค อะกรีเมนท์ ออน เซอร์วิเซส (ASEAN Framework Agreement on Services) ได้เริ่มขึ้น ตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ผู้นํา อาเซียน วิชั่น (ASEAN vision) ๒๐๒๐ ที่จะให้มีการเปิดเสรีบริการอย่างสิ้นเชิงในปี ๒๕๖๓ ซึ่งที่ผ่านมาในสาขา ด้านบริการการเงิน อาเซียนได้ดําเนินการตามวิสัยทัศน์ผู้นําโดยเจรจาเปิดเสรีบริการ ด้านการเงินและลงนามในพิธีสารมาแล้ว ๔ รอบ โดยได้ผูกพันการเปิดตลาดระหว่าง สมาชิกอาเซียนในระดับที่มากกว่า ที่ผูกพันภายใต้กรอบองค์การการค้าของโลก คือ ดับเบิลยูทีโอ (WTO) ต่อมาผู้นําได้เห็นชอบให้เร่งรัดการรวมตัวของอาเซียนให้เร็วขึ้น เป็นปี ๒๕๕๘ ตามเออีซี บลูพริ้นท์ เพื่อส่งเสริมให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือโดยเสรี และการเคลื่อนย้ายเงินทุน ที่เสรีมากขึ้น ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน ลดช่องว่างการพัฒนา ระหว่างประเทศสมาชิก และส่งเสริมการรวมตัวเข้ากับประชาคมโลกของอาเซียน
ในส่วนของการบริการด้านการเงิน ประเทศสมาชิกมีข้อผูกพันที่จะต้องเปิด เสรีบริการด้านการเงินในสาขาย่อยที่ผูกพันไว้ในเออีซี บลูพริ้นท์ ภายในปี ๒๕๕๘ และเปิด เสรีในสาขาที่เหลือภายในปี ๒๕๖๓ โดยสามารถกําหนดข้อสงวนสําหรับบางรายการไว้ได้ ตามที่จะตกลงกัน ดังนั้นในการเจรจารอบที่ ๕ ประเทศสมาชิกจึงได้ดําเนินการผูกพัน เปิดเสรีภายใต้กรอบของเออีซี บลูพริ้นท์ดังกล่าว กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา พิธีสาร ฉบับที่ ๕ นี้มีสาระสําคัญส่วนใหญ่เช่นเดียวกันกับพิธีสาร ฉบับที่ ๔ ที่ได้เคยมีการลงนามไปแล้ว กล่าวคือ ขยายการร่วมมือด้านการค้าบริการระหว่างประเทศ สมาชิก โดยลดและยกเลิกข้อจํากัดที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าภายใต้กรอบอาเซียนให้มากกว่า ที่เปิดเสรีภายใต้กรอบองค์การการค้าของโลก ซึ่งพิธีสารฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในเก้าสิบวัน หลังจากวันที่มีการลงนาม อย่างไรก็ตามประเทศสมาชิกจะต้องดําเนินการตามกระบวนการ ภายในประเทศในการให้สัตยาบันพิธีสารดังกล่าว และมีหนังสือแจ้งต่อสํานักเลขาธิการ อาเซียน เพื่อที่จะได้รับสิทธิและพันธกรณีตามที่ได้ผูกพันตามป้ายพิธีสาร ซึ่งหากประเทศ สมาชิกใดไม่สามารถดําเนินการได้ทันก็ยังจะไม่ได้รับสิทธิและพันธกรณีตามที่ได้ผูกพัน ภายใต้พิธีสารดังกล่าว
สําหรับประเทศไทยข้อผูกพันที่เพิ่มเติมในรอบที่ ๕ ได้แก่สาขาหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นสาขาที่ไทยได้ระบุไว้ในเออีซี บลูพริ้นท์ ว่าจะเปิดเสรีภายในปี ๒๕๕๘ โดยข้อเสนอ ผูกพันในรอบนี้ไม่มีสิ่งใดเกินกรอบกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ในปัจจุบัน และประเภทธุรกิจ ที่ผูกพันเพิ่มเป็นสิ่งที่เกี่ยวโยงกับธุรกิจที่ผูกพันไว้แต่เดิมแล้วไม่ใช่ธุรกิจหลัก คือจากเดิม ที่ผูกพันในธุรกิจนายหน้าและค้าหลักทรัพย์ ผู้จัดจําหน่ายหลักทรัพย์และแนะนําการลงทุน การจัดการกองทุนและกองทุนส่วนบุคคลให้ต่างชาติสามารถเข้ามาถือหุ้นได้ถึงร้อยละ ๑๐๐ สําหรับการเข้าถือหุ้นในบริษัทเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยต้องเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง เป็นการผูกพันเพิ่มเติมในธุรกิจตัวแทนและค้าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า การยืม และให้ยืมหลักทรัพย์ การจัดการเงินร่วมลงทุน การจัดการเงินทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งนี้จะผูกพันเฉพาะบริษัทหลักทรัพย์ ไม่รวมนิติบุคคลอื่น นอกจากนี้ได้มีการปรับปรุง ข้อจํากัดในการเข้ามาทํางานของบุคลากรต่างชาติ โดยกําหนดให้ต้องเป็นไปตามกฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานรัฐสภาและสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ การผูกพัน การเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินของอาเซียนในรอบที่ ๕ นี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนา บริการด้านการเงินในประเทศ ขยายโอกาสของผู้ลงทุนในการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในภาพรวม นอกจากนี้ยังส่งเสริม ขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนอีกด้วย ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้วและเพื่อให้ เป็นไปตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐบาลจึงขอให้รัฐสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพิธีสารอนุวัติข้อผูกพัน การเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน รอบที่ ๕ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน ขอบคุณครับ