ชัย ชิดชอบ หารือเรื่องการประชุมสภา โดยแจ้งให้ที่ประชุมทราบเรื่องการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดินของพลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก และแจ้งว่าประชุมตามระเบียบวาระ ต่อมาแจ้งให้ที่ประชุมทราบเรื่องรับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญและรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา จากนั้นแจ้งให้ที่ประชุมทราบเรื่องการลงมติเห็นชอบหรือไม่เกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการและตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ และเชิญสมาชิกสภารัฐสภาที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าตรวจสอบองค์ประชุม
คุณบรรจบ รุ่งโรจน์ เชิญครับ คุณบรรจบไม่อยู่นะครับ คุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ไม่อยู่นะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภา ที่เคารพนะครับ ขณะนี้มีสมาชิกเซ็นชื่อ ๓๓๘ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ก่อนที่ผม จะดําเนินการ ไม่แล้วครับ ปิดการปรึกษาหารือก่อน พรุ่งนี้ค่อยเอาใหม่ วันนี้พอสมควร แก่เวลาปรึกษาหารือแล้วครับ เราเลท (Late) มาครึ่งชั่วโมงกว่าแล้วครับ เพราะงานเรา มีเยอะ งานเรื่องกรอบการเจรจามีตั้ง ๑๖ เรื่อง เพราะฉะนั้นกระผมขอปิดการหารือนะครับ ก่อนที่ผมจะดําเนินการต่อไป กระผมในนามประธานรัฐสภา ขอต้อนรับท่านสมาชิกวุฒิสภา คือท่านสมาชิกรัฐสภาใหม่ ๗๓ ท่านด้วยความยินดียิ่งนะครับ หวังได้รับความร่วมมือ จากท่านในการเข้าร่วมประชุมด้วยความพร้อมเพรียงเหมือนวันนี้ ผมขอขอบพระคุณ ล่วงหน้า ณ โอกาสนี้นะครับ เรื่องที่กระผมจะต้องแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ
เนื่องจาก พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๔ ทําให้สมาชิกภาพของความเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๖ (๗) ดังนั้น จํานวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่ เท่ากับ ๔๗๓ ท่าน วุฒิสมาชิก ๑๔๙ ท่าน รวม ๖๒๒ ท่าน กึ่งหนึ่งคือ ๓๑๑ ท่าน ขณะนี้มีสมาชิกเซ็นชื่อเข้าประชุม ๓๕๐ ท่านแล้วครบองค์ประชุม กระผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบคําสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ตามที่กระผมในฐานะประธานรัฐสภา ได้ส่งคําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนายศิริโชค โสภา กับคณะ รวม ๘๐ คน อาศัยอํานาจตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ประกอบมาตรา ๑๕๔ (๑) เข้าชื่อเสนอคําร้องต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่าบันทึกการประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับ เป็นหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งรับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้วนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําสั่งที่ ๑๐/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๔ ให้จําหน่ายคําร้อง เนื่องจากคําร้องของผู้ร้องไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคหก ประกอบมาตรา ๑๕๔ วรรคหนึ่ง (๑) โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้เหตุผลว่า กรณียังไม่ถึง ขั้นตอนที่จะต้องเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด เนื่องจากยังมีขั้นตอนอื่น ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องพิจารณาดําเนินการเสียก่อน ซึ่งรายละเอียดของคําสั่ง สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้สําเนาจัดส่งให้สมาชิก รัฐสภาได้รับทราบแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
รายงานผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาบันทึก การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับ ซึ่งคณะกรรมาธิการ พิจารณาศึกษาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับ พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมครั้งที่แล้วนะครับ
สืบเนื่องจากการประชุมคราวที่แล้ว การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญทั่วไป) วันอังคารที่ ๒๙ เดือนมีนาคม ๒๕๕๔ ในการพิจารณารายงานผลการ พิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ สมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง และคณะกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงจนได้เวลาพอสมควรแล้ว ที่ประชุมได้รับทราบรายงาน ผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติเห็นชอบด้วย กับข้อสังเกตหรือไม่ ได้มีสมาชิกคือคุณสุรชัย ชัยตระกูลทอง เสนอญัตติขอให้รอการพิจารณาไว้ก่อน เนื่องจากอยู่ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ว่าบันทึกการประชุมทั้ง ๓ ฉบับ เป็นหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ หรือไม่ และมีท่านสมาชิก คือคุณวิรัตน์ กัลยาศิริ ได้เสนอญัตติขอให้ที่ประชุมลงมติเห็นด้วยกับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติในญัตติดังกล่าว ประธานของที่ประชุมคือผม ได้สั่งให้เลื่อนมาดําเนินการต่อในวันนี้ แต่เนื่องจาก ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําสั่งให้จําหน่ายคําร้อง กรณีขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่าบันทึกการประชุม ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา รวม ๓ ฉบับ เป็นหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ดังนั้นญัตติของคุณสุรชัย ชัยตระกูลทอง จึงไม่จําเป็นต้องขอมติ จากที่ประชุมอีก ผมขอดําเนินการต่อไปเลยนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการหรือไม่นะครับ แต่ก่อนที่ผมจะถามมตินี้ผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนที่จะลงมตินะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมและท่านที่อยู่ในห้อง ประชุมคณะกรรมาธิการนะครับ โปรดกรุณางดการประชุม เชิญเข้าห้องประชุม เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมด่วนด้วยนะครับ เชิญสมาชิกรัฐสภาที่อยู่นอกห้องประชุม กรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมด้วยนะครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกรัฐสภาที่อยู่ นอกห้องประชุมนะครับ กรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมด้วยนะครับ ท่านที่กําลังพิจารณาประชุมคณะกรรมาธิการ โปรดงดประชุม แล้วก็เข้ามาห้องประชุม ด่วนด้วยนะครับเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เมื่อท่านเข้าห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตร แสดงตนด้วยนะครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ กรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมด้วยนะครับ เมื่อท่านนั่งลงประจําที่แล้ว กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านใดที่ยังติดภารกิจในการประชุม คณะกรรมาธิการนะครับ โปรดงดการประชุม ลงมาที่ห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนที่จะลงมติด้วยนะครับ มีอะไรครับท่านนฤมล