รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

กฤช อาทิตย์แก้ว ได้หารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเอไอเอฟ โดยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์ที่ประเทศไทยมีส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับจำนวนเงินที่รัฐบาลไทยมีส่วนช่วยในการลงทุน และเรียกร้องการให้รัฐบาลตอบคำถามเกี่ยวกับแผนการเพิ่มจำนวนเงินทุนนี้ นอกจากนี้ กฤชยังหารือเรื่องการเจรจากับประเทศพม่า โดยเรียกร้องการให้รัฐบาลพิจารณาผลประโยชน์ของประเทศชาติในทุกมิติในการเจรจา

นายกฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภา กําแพงเพชร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกําแพงเพชร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในความเห็นของผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งกับสิ่งที่รัฐบาลได้เสนอมา โดยเฉพาะในเรื่องที่ผมสนใจอยู่ก็คือเรื่องของกองทุน ในเรื่องของกองทุนเพียงแต่ว่า ผมมีข้อสงสัยอยู่หลายประการที่กรอบการตกลงที่เราจะไปพูดคุยกันในไม่กี่วันโดย ท่านนายกรัฐมนตรี ทราบว่าท่านจะเดินทางไปทําความตกลงเองนี่นะครับ ผมมองดูในเงินทุน ที่ผมคิดเหมือนเพื่อนสมาชิกรัฐสภาเกือบทุกท่านที่ได้กรุณาให้ความเห็นมาว่า เราเป็นสมาชิกกองทุนในเอไอเอฟเพียงแค่ ๑๕ ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเปอร์เซ็นต์แค่ ๓.๐๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ผมกําลังมองว่าใน ๒ รัฐบาลที่ผ่านไปหมายรวมถึงรัฐบาลที่มีอยู่ใน ปัจจุบันนี้ท่านคิดอย่างไร เป็นข้อสงสัยครับผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ ผมเพียงแต่มองว่า

ประการที่ ๑ ประเทศไทยผมเชื่อว่ามีศักยภาพ ศักยภาพที่จะสามารถลงเงินทุน ได้มากกว่านี้ มากกว่า ๑๕ ล้านเหรียญมากกว่านั่นเยอะด้วยซ้ําไป เพียงแต่ว่าท่านคิดอะไรอยู่ หรือว่ารัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้เห็นความจําเป็น หมายรวมถึงรัฐบาลนี้ด้วยไม่ได้มองถึง ความจําเป็นที่จะต้องดําเนินการในเรื่องนี้ สิ่งที่กําลังจะนําเรียนก็คือว่า ในการที่จะเป็นสมาชิก ผมเชื่อว่าในวงเงินเท่านี้เราคงไม่มีสิทธิมีเสียงที่จะไปพูดอะไรได้มากนักหรอก เรื่องนี้รัฐบาล ก็คงจะต้องตอบว่าในวงเงินเท่านี้เราจะมีสิทธิมีเสียงไปพูดอะไรได้ไหม ในการที่จะนําเงิน ออกไปให้กับประเทศต่าง ๆ กู้ หรือหมายรวมถึงการที่เราจะกู้ด้วย เรามีสิทธิมีเสียงแค่ไหน จากเงินแค่ ๓.๐๙ เปอร์เซ็นต์ ผมดูในเอกสารที่ท่านให้มานี่นะครับ ในหน้า ๘ ของเอกสารประกอบการเจรจาตั้งกองทุนนี้ ถ้าท่านรัฐมนตรีท่านดูไปพร้อมกับผมนี่นะครับ จะเห็นว่าที่ท่านเขียนว่ากองทุนเอไอเอฟ อีกหนึ่งกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอาเซียน ท่านเขียนว่าเบื้องต้นการตั้ง วงเงินกองทุนที่ ๖๐๐ ล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเป็นเงินทุนจากประเทศสมาชิกอาเซียนรวม ๔๕๐ ล้านดอลลาร์ แล้วก็เขียนต่อไปอีกว่า อีกส่วนหนึ่งเป็นเงินจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบีที่เราเรียกกันอีก ๑๕๐ ล้านดอลลาร์ ผมก็พยายามจะมานั่งคํานวณดูว่าในประมาณ ๖๐๐ ล้านดอลลาร์ มีอยู่ในตารางที่ท่านเขียนไว้นี่หลายประเทศได้ร่วมกันลงทุนมาแล้วนี่นะครับ มาเลเซีย ๑๕๐ ล้านเหรียญสหรัฐ อินโดนีเซีย ๑๒๐ ล้านเหรียญสหรัฐ แล้วก็ไล่ ๆ มาใน หลาย ๆ ประเทศของไทยเรา ๑๕ ล้านเหรียญสหรัฐ ทีนี้ในความรู้สึกของผมถ้าหากว่า เราอยากจะเพิ่มสัดส่วนมันยังมีเงินอีกจํานวนหนึ่งเหลืออยู่นะครับ เหลืออยู่ประมาณ ๑๑๕ ล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าหากว่าเราต้องการที่จะเพิ่ม สมมุติว่ารัฐบาลอยากจะเพิ่ม ขอเป็น คําถามนะครับ ๑. รัฐบาลอยากจะเพิ่มหรือเปล่า ถ้าไม่อยากเพิ่มท่านไม่อยากเพิ่มด้วยเหตุผลใด ๒. ถ้าอยากเพิ่มจะเพิ่มอย่างไร เราจะสามารถเพิ่มได้หรือไม่ ถ้ามันเพิ่ม เพิ่มได้อีกถึง ๑๑๕ ล้านดอลลาร์โดยประมาณนะครับ บวกกับของเก่าที่เรามี ๑๕ ล้านดอลลาร์ มันก็จะ เป็นเงินประมาณ ๑๓๐ ล้านดอลลาร์ พอเราเพิ่มได้ถึง ๑๓๐ ล้านดอลลาร์ เราก็จะมีวงเงิน การลงทุนเป็นที่ ๒ ในกลุ่มอาเซียน นั่นคือสิ่งที่ผมเป็นข้อสงสัยอยากจะเรียนถามรัฐบาลว่า จะทําได้หรือไม่อย่างไร ถ้าทําได้จะทําหรือไม่

เรื่องต่อไปเป็นข้อสงสัยเหมือนกันนะครับ เมื่อมันเป็นกรอบการเจรจา พม่า ผมอาจจะพูดเลยไปว่า ถ้าเขาไม่ลงทุนเขาจะมีสิทธิได้รับการดูแลอนุเคราะห์แค่ไหน อย่างไร แล้วก็สงสัยเหมือนเพื่อน ๆ อีกหลายคนว่าทําไมเราจึงต้องใช้ แล้วต้องให้อํานาจ เอดีบีเป็นผู้ตัดสินใจที่จะเอาเงินไปปล่อยให้ใครต่อใครกู้ก็ได้

ในประเด็นสุดท้ายซึ่งผมอยากจะฝากรัฐบาลนะครับ ในการไปเจรจากับ ต่างประเทศ หรือว่าในกลุ่มที่จะพูดคุยกันเรื่องการจัดตั้งกองทุนนั้น ผมอยากจะให้ได้มองถึง ผลประโยชน์ของประเทศชาติในทุกมิติ ที่ท่านเขียนไว้ละเอียดดีมากพอสมควรแล้ว แต่ผมยัง มองว่าในการที่จะทํางานให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงนั้นมันจะต้องมองในทุกมิติ ถ้าหาก สามารถมองได้ในทุกมิติในการเจรจาในเบื้องต้นก็จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับ พี่น้องประชาชนคนไทย หมายรวมถึงพี่น้องประชาชนในอาเซียนได้ด้วย ก็คงมีเรื่องนําเรียน ท่านประธานเท่านี้นะครับ เพราะว่าประเด็นทั้งหลายบรรดาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้อภิปรายกันไว้มากมายแล้วนะครับ ก็ขออํานวยพรให้การเจรจาครั้งนี้ของรัฐบาลประสบ ความสําเร็จดังที่ทุกคนได้มุ่งมั่นและตั้งความหวังไว้ สําหรับผมเห็นด้วยครับ ขอบคุณครับ