ภูมิ สาระผล หารือเรื่องการปรับเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ เพื่อสอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ และเสนอให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบการปรับกฎถิ่นกําเนิดเฉพาะรายสินค้า นอกจากนี้ยังเสนอแนะรายละเอียดเกี่ยวกับความตกลงการลงทุนอาเซียนและขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้มาชี้แจงและนําเสนอเรื่อง การปรับกฎ ถิ่นกําเนิดเฉพาะรายสินค้า (PRS) จากพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๔๕ (HS ๒๐๐๒) เป็นฉบับปี พ.ศ. ๒๕๕๐ (HS ๒๐๐๗) ในเอกสารแนบ บี ของภาคผนวก ๓ ของความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทาง เศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และ สาธารณรัฐประชาชนจีน (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา ก่อนที่จะเริ่มบังคับใช้ ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยภายใต้ความตกลงด้านการค้าสินค้าระหว่าง อาเซียน-จีน ไทยได้ลงนามเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ และมีผลบังคับใช้ในเดือน กรกฎาคม ๒๕๔๘ อาเซียนและจีนได้ตกลงว่าด้วยถิ่นฐานกําเนิดสินค้า กําหนดให้สินค้า ที่จะได้ใช้สิทธิประโยชน์จะต้องมีมูลค่าของวัตถุดิบที่ใช้ภายในภูมิภาคไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๔๐ ของ ราคาส่งออกเอฟโอบี (FOB) และกําหนดให้มีกฎถิ่นกําเนิดเฉพาะรายสินค้า สําหรับสินค้า บางรายการที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศไม่ถึงร้อยละ ๔๐ กฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้าและกฎ เฉพาะรายสินค้าดังกล่าว อยู่บนพื้นฐานของพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งองค์การศุลกากรโลกได้กําหนดให้เปลี่ยนไปใช้พิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๐ ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนจีน ครั้งที่ ๙ ณ เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ตกลงร่วมกันที่จะรับรองการปรับกฎถิ่นกําเนิดเฉพาะรายสินค้า จากฉบับปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นฉบับปี พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อผนวกเป็นส่วนหนึ่งของความตกลง
ต่อมาที่ประชุมคณะเจรจาการค้าเสรีอาเซียน-จีน ครั้งที่ ๒๓ ณ สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงมีมติขอให้ประเทศจีนและสมาชิกอาเซียนดําเนินการปรับกฎ ถิ่นกําเนิดเฉพาะรายสินค้าที่จะต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับระบบการกําหนดพิกัด ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยให้การแก้ไขดังกล่าวมีผลอย่างช้าที่สุดภายในเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ ซึ่งไทย ก็ยังดําเนินการไม่แล้วเสร็จ ซึ่งการปรับเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ดังกล่าว โดยทั่วไปไม่มีผลเปลี่ยนแปลงเกณฑ์แหล่งกําเนิดสินค้า ยกเว้นในกรณีของประเภทย่อยที่ ๓๐๐๖.๑๐ ผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม เอ็นเย็บแผล และประเภทย่อย ๔๑๐๓.๙๐ หนังดิบและหนังฟอกอื่น ๆ ซึ่งจากเดิมจะต้องมีมูลค่าของ วัตถุดิบในอาเซียนและจีนไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๔๐ เปลี่ยนเป็นสามารถเลือกใช้เกณฑ์มูลค่า วัตถุดิบไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๔๐ หรือใช้เกณฑ์เปลี่ยนพิกัดในระดับ ๔ หลักก็ได้ ซึ่งจะเป็นผลดี สําหรับสินค้าทั้ง ๒ ประเภทดังกล่าว ให้มีทางเลือกในการได้ถิ่นกําเนิดสินค้ามากขึ้น ซึ่งหากไทย ไม่ปรับเปลี่ยนกฎถิ่นกําเนิดเฉพาะรายสินค้าให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากร ระบบฮาร์โมไนซ์ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๕๐ จะทําให้สินค้าดังกล่าวไม่มีเกณฑ์ถิ่นกําเนิด มารองรับ และไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้ ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนพิกัดศุลกากรระบบ ฮาร์โมไนซ์ดังกล่าว ไม่เกินขอบเขตของกฎหมายไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน และอยู่ภายใต้กรอบ กฎบัตรอาเซียน นอกจากนี้ไม่มีความจําเป็นที่จะต้องออกกฎหมายเพิ่มเติมเป็นพิเศษ นอกจากการออกประกาศลดภาษีของกระทรวงการคลังหรือกรมศุลกากรเพื่อปฏิบัติตาม พันธกรณี ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กระผมจึงขอเสนอให้รัฐสภาได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบการปรับกฎถิ่นกําเนิดเฉพาะ รายสินค้าจากพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นฉบับปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามเอกสารแนบ บี ของภาคผนวก ๓ ที่ได้นําเสนอไปแล้วของความตกลงว่าด้วยการค้า สินค้าภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีนครับ
ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตเสนอเรื่องต่อไปเลยนะครับ ที่ท่านประธานได้อนุญาตไว้ครับ ขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกรัฐสภา ที่เคารพครับ เรื่องนี้ในฐานะที่กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานประสานงานจัดตั้งประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน กระผม นายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้นําเสนอ เรื่อง รายการข้อสงวนภายใต้ความตกลงว่าด้วย การลงทุนอาเซียน (ACIA) และแนวทางการเปิดเสรีรายการสงวนชั่วคราว ๓ สาขา ภายใต้ กรอบความตกลงว่าด้วยเขตการลงทุนอาเซียน (AIA) ซึ่งรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบความ ตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียนเพื่อเปิดเสรีการลงทุนในอาเซียนแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยความตกลงกําหนดให้มีข้อสงวนได้ ต่อมาเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรี เห็นชอบรายการข้อสงวนและให้นําเสนอรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนประกาศ ร่วมกับอาเซียนอื่นต่อไปในช่วงการประชุมผู้นําอาเซียน ครั้งที่ ๑๙ ซึ่งจะมีขึ้น ณ ประเทศอินโดนีเซีย ทั้งนี้ รายงานข้อสงวนภายใต้ความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน และแนวทางการเปิดรายการสงวนชั่วคราว ๓ สาขา ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยเขต การลงทุนอาเซียนเป็นเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบจัดทําโดยกระทรวงอุตสาหกรรม กระผมจึงขออนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด เพิ่มเติมก่อนครับ ขออนุญาตครับ