ธีระชัย เสนอกรอบการเจรจาจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน โดยมีธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียเข้าร่วมลงทุน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและระดับความน่าเชื่อถือของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคนี้
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้นําเสนอ กรอบการเจรจาจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค อาเซียน (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบครับ
กระผมขออนุญาตเรียนถึงความเป็นมาว่าแนวคิดในการจัดตั้งกองทุน เพื่อที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอาเซียนนั้น มีการนําเสนอกันแล้วก็มีการคิดกันขึ้นมา เป็นระยะเวลาหนึ่งนะครับ เพื่อที่จะจัดหาแหล่งเงินเข้ามาเพื่อใช้ในการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานในประเทศอาเซียน นอกจากนี้เพื่อที่จะให้เป็นกลไกในการที่จะใช้เงินออมในภูมิภาค ของอาเซียนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้
ในที่สุดในการประชุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน ครั้งที่ ๑๓ เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๒ ณ เมืองพัทยา ประเทศไทย ก็ได้มีมติให้มีการจัดตั้งกองทุนนี้ แล้วก็ได้มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียทําการศึกษารูปแบบการจัดตั้งที่เหมาะสม
ต่อมาในการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๔ ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ที่ประชุมก็ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของโครงสร้างเทคนิคของกองทุนนี้นะครับ แล้วก็ได้ กําหนดเงินลงทุนเริ่มต้นไว้เป็นจํานวน ๔๘๕.๒ ล้านเหรียญสหรัฐ ท่านประธานครับ สําหรับ กรอบการเจรจานั้นจะกําหนดไว้ว่ากองทุนนี้จะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก อาเซียน ซึ่งขณะนี้ประเทศที่จะลงทุนจะมีทั้งหมด ๙ ประเทศด้วยกันนะครับ คือประเทศ ในกลุ่มอาเซียนทุกประเทศ ยกเว้นพม่า แล้วจะมีธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียหรือเอดีบี (ADB) จะเข้ามาร่วมลงทุนด้วยครับ โดยประเทศในกลุ่มอาเซียนร่วมลงทุนนั้น เป็นเงิน ๓๓๕.๒ ล้านเหรียญสหรัฐ แล้วธนาคารเอดีบีเข้ามาร่วมลงทุนด้วยเป็นจํานวน ๑๕๐ ล้านเหรียญสหรัฐ รวมเป็นเงินลงทุนทั้งหมด ๔๘๕.๒ ล้านเหรียญสหรัฐครับ
โดยในเบื้องต้นนี้ ประเทศไทยได้แสดงท่าทีแสดงความสนใจจะร่วมลงทุน ในกองทุนนี้ เป็นเงิน ๑๕ ล้านเหรียญสหรัฐครับ โดยจะเป็นการลงทุนจากงบประมาณของ แต่ละประเทศ กองทุนนี้จะนําเงินเอาไปปล่อยให้กู้ยืมสําหรับโครงการต่าง ๆ ที่เป็นโครงสร้าง พื้นฐานนะครับ โดยตามโครงสร้างที่มีการออกแบบไว้ กองทุนนี้จะจัดตั้งขึ้นมาให้เป็น นิติบุคคลในประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศใดก็ได้ โดยมีธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย เอดีบีนั้นจะทําหน้าที่เป็นผู้บริหารกองทุนครับ แล้วธนาคารเอดีบีนั้นก็จะเป็นคนตัดสิน โดยใช้กระบวนการคณะกรรมการกองทุนว่าจะเอาเงินนั้นไปให้กู้แก่โครงการใดนะครับ โดยการให้กู้ยืมนั้น กองทุนนี้จะใช้เงินร่วมการให้กู้ยืมกับทางเอดีบี ในสัดส่วน ๓๐ : ๗๐ ครับ แต่อย่างไรก็ดีการให้กู้ยืมซึ่งคาดว่าจะมีการให้กู้ยืมได้ในจํานวนเงินประมาณ ๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ในช่วงระยะเริ่มต้นคือ ๔-๕ ปีแรกนั้น กองทุนนี้จะให้กู้เฉพาะ แก่โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีรัฐบาลเป็นผู้ค้ําประกันเท่านั้นนะครับ เพื่อที่จะให้ การดําเนินการนั้นสามารถที่จะทําให้มีระดับความน่าเชื่อถือ หรือที่เรียกว่า เรตติ้ง (Rating) นั้น สูงพอเพียง ซึ่งในอนาคตเมื่อมีการออกพันธบัตรเพื่อที่จะกู้ยืมจากตลาดเพิ่มขึ้นเพื่อเอาไปใช้ เพื่อการนี้แล้ว ก็จะมีความน่าเชื่อถือสูงเพียงพอที่ธนาคารกลางของแต่ละประเทศนั้นหากว่า สนใจก็จะสามารถที่จะเข้าไปซื้อพันธบัตรเหล่านี้นะครับ แล้วก็สามารถที่จะนับพันธบัตร เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเงินสํารองระหว่างประเทศได้ หลังจากนั้นแล้วเมื่อพ้นระยะช่วง ๔-๕ ปีแรกแล้วจึงจะพิจารณาจัดสรรเงินส่วนหนึ่งให้กับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ ไม่ใช่โครงการของทางรัฐบาลครับ
ในขั้นต่อไปนั้น กองทุนนี้ก็จะมีการเพิ่มขนาด อาจจะเป็นกรณีเพิ่มขนาด โดยการเพิ่มกองทุน แล้วก็อาจจะเป็นการเพิ่มขนาดโดยการออกตราสารการเงินต่าง ๆ ทั้งตราสารการเงินแบบเป็นพันธบัตรธรรมดา แล้วก็ตราสารการเงินแบบเป็นกึ่งหนี้กึ่งทุน
ท่านประธานครับ กระทรวงการคลังในการปรึกษาหารือกับกระทรวงการคลัง ของประเทศอื่น ๆ นั้นได้มีการจัดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องเหล่านี้มา โดยตลอดนะครับ โดยเมื่อวันพุธที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๔ ได้มีการจัดประชุมใหญ่โดยมี ผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา แล้วก็ภาคเอกชน อาทิเช่น จากธนาคาร แห่งประเทศไทย กรมทางหลวง กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาหอการค้าไทย สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สํานักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น
ท่านประธานครับ กระผมขอเรียนว่าการจัดตั้งกองทุนเอไอเอฟ (AIF) หรือ กองทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียนนี้นะครับ นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ สําคัญทางด้านความร่วมมือของไทยในเวทีอาเซียนแล้ว กองทุนนี้จะมีส่วนในการที่จะเน้นย้ํา การเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของไทยนะครับ เพื่อที่จะรองรับการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ แล้วก็จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับ ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ ให้ใกล้ชิดมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นไทยจึงควรจะเข้าร่วมลงทุน ในกองทุนเอไอเอฟนี้นะครับ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้วนะครับ แล้วก็เพื่อให้เป็นไปตาม มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐบาลจึงขอให้รัฐสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบในกรอบการเจรจา เพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานในภูมิภาคอาเซียนนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน