วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อธิบายการรวมความตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนกับเขตการลงทุนอาเซียนเป็นเอซีไอเอ (ACIA) ที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาไทยเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๒ และลงนามในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ พร้อมระบุรายละเอียดข้อสงวน ๒๕ รายการและมาตรการเงื่อนไขอีก ๑๐ มาตรการของประเทศไทย เช่น การพิมพ์หนังสือพิมพ์และการทำนาทําไร่ จากนั้นอภิปรายรายละเอียดกิจการภายใต้ภาคการผลิตในบัญชี ๒ และ ๓ ของ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว รวมถึงกิจการในภาคเกษตรและเหมืองแร่ พร้อมระบุรายการย่อยต่างๆ เช่น การผลิตเครื่องไม้แกะสลัก ผ้าไหม เครื่องดนตรีไทย และการแปรรูปไม้เพื่อทำเครื่องเรือน
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ขออนุญาตที่จะเรียนชี้แจงเพิ่มเติมต่อเนื่องจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบของท่านสมาชิกเกี่ยวกับ ๒ เรื่องด้วยกัน คือ
(๑) รายการข้อสงวนภายใต้ความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน (ACIA) และแนวทางการเปิดเสรีรายการสงวนชั่วคราว ๓ สาขา ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วย เขตการลงทุนอาเซียน (AIA) ดังต่อไปนี้ครับ
ก่อนอื่นท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ขออนุญาตเท้าความสักเล็กน้อย เพื่อความเข้าใจของท่านสมาชิก ในการประชุมผู้นําอาเซียนหรืออาเซียนซัมมิท (ASEAN Summit) ครั้งที่ ๘ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ ณ ประเทศกัมพูชา ในการประชุมครั้งนั้นที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้กําหนดทิศทางการดําเนินงานเพื่อมุ่งไปสู่ การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรืออาเซียน อีโคโนมิก คอมมูนิตี้ (ASEAN Economic Community) เออีซี (AEC) ภายในปี ๒๕๕๘ ในการนี้ได้มีการจัดทําแผนงานในภาพรวม ครอบคลุมการเปิดเสรีกิจการด้านเศรษฐกิจ ๕ ด้านด้วยกัน ได้แก่ ๑. เสรีด้านการค้าสินค้า ๒. เสรีด้านการบริการ ๓. เสรีด้านการลงทุน ๔. เสรีด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือ และ ๕. เสรีด้านการเงิน
สําหรับเสรีด้านการลงทุนนั้น เดิมทีได้เริ่มต้น ที่ประชุมก็ได้มีความตกลง เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ๒ เรื่อง ๒ ฉบับด้วยกัน
ฉบับแรกเรียกว่า ความตกลงเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่าง อาเซียน เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า อินเวสท์เมนท์ การันตี อะกรีเมนท์ (Investment Guarantee Agreement) ย่อว่า ไอจีเอ (IGA) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ ซึ่งเนื้อหา สาระสําคัญของความตกลงเรื่องนี้เป็นความตกลงที่ให้ความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนอาเซียนว่า เมื่อเข้ามาลงทุนในประเทศแล้ว ๑. จะได้รับการดูแลที่เป็นธรรม ๒. ไม่ถูกรัฐบาลยึดกิจการ ไปเป็นของตนเอง หรือ ๓. จะได้รับค่าชดเชยถ้าหากถูกเวนคืน เป็นต้น
ข้อตกลงอันที่ ๒ เป็นความตกลงว่าด้วยเขตการลงทุนอาเซียนหรือเฟรมเวิร์ค อะกรีเมนท์ ออน เดอะ อาเซียน อินเวสท์เมนท์ แอเรีย (Framework Agreement on the ASEAN Investment Area) ย่อว่า เอไอเอ (AIA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ เป็นต้นมา ซึ่งเป็นความตกลงเรื่องการเปิดเสรีระหว่างอาเซียนด้วยกัน โดยนักลงทุนอาเซียนจะได้รับสิทธิ เท่าเทียมกันไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ที่เราเรียกว่า โมสท์ เฟเวอเรด เนชั่น ทรีทเมนท์ (Most Favoured-Nation Treatment) ยกเว้นกิจการหรือมาตรการที่ระบุไว้ในข้อสงวน ซึ่งไทยก็มี กิจการที่สงวนไว้ และจะเปิดเสรีให้นักลงทุนอาเซียนลงทุนได้ในปี ๒๕๕๓ จํานวน ๓ รายการ ด้วยกัน คือ ๑. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา ๒. การเพาะขยายและปรับปรุงพันธุ์พืช และ ๓. การทําป่าไม้จากป่าปลูก
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน หรืออาเซียน อีโคโนมิก มินิสเตอร์ส (ASEAN Economic Ministers) ก็ได้มีมติให้รวมความตกลง ทั้ง ๒ เรื่องนี้ ประเด็นเรื่องส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน แล้วก็เรื่องความตกลงว่าด้วย เขตการลงทุนอาเซียน รวมเป็นฉบับเดียวกัน และเรียกชื่อใหม่ว่าอาเซียน คอมพริเฮนซีฟ อินเวสท์เมนท์ อะกรีเมนท์ (ASEAN Comprehensive Investment Agreement) ย่อว่า เอซีไอเอ (ACIA) ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาไทยตามมาตรา ๑๙๐ ของ รัฐธรรมนูญไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๒ แล้วก็ได้มีการลงนามไปเมื่อ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ที่หัวหิน ในการประชุมอาเซียนซัมมิท แล้วก็ให้แต่ละประเทศ สมาชิกไปจัดทํารายการข้อสงวนที่จะไม่เปิดเสรีให้กับนักลงทุนอาเซียน หลักเกณฑ์ในการทํา ข้อสงวนของแต่ละประเทศนั้นเป็นไปตามความสมัครใจของแต่ละประเทศ แต่ละประเทศ จะสงวนอะไรก็เป็นเรื่องของประเทศนั้น ๆ ไม่มีความจําเป็นต้องมีการเจรจาต่อรองระหว่าง ประเทศต่าง ๆ ในสมาชิกด้วยกัน แต่ละประเทศจะมีเงื่อนไขหรือข้อจํากัดในการลงทุน ที่แตกต่างกันไปได้ แล้วก็ไม่จําเป็นต้องเปิดเสรีหรือสงวนในสาขาเดียวกัน ซึ่งสําหรับ ประเทศไทยนั้นเราก็จัดทํารายการข้อสงวนไว้ทั้งสิ้น ๒๕ รายการ เป็น ๓๓ ประเภทกิจการ นอกจากนั้นแล้วเราก็ยังมีมาตรการเพื่อเป็นเงื่อนไขอีก ๑๐ มาตรการ ดังต่อไปนี้
รายการที่ ๑ เกี่ยวกับเรื่องการพิมพ์หนังสือพิมพ์ การสกัดสมุนไพรไทย การทําหรือหล่อพระพุทธรูปและการทําบาตร การทํานา ทําไร่ ทําสวน การเลี้ยงสัตว์ การทําป่าไม้และการแปรรูปไม้จากป่าธรรมชาติ การประมง เฉพาะการจับสัตว์น้ําในน่านน้ําไทย และในเขตเศรษฐกิจจําเพาะ
๒. กิจการภายใต้ภาคการผลิตในบัญชี ๒ ของ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ จํานวน ๖ รายการย่อย ประกอบด้วย การผลิตเครื่องไม้แกะสลัก การผลิตผ้าไหม การผลิตเส้นไหมไทย การทอผ้าไหมไทยหรือการพิมพ์ลวดลายผ้าไหมไทย การผลิตเครื่องดนตรีไทย การผลิตเครื่องทอง เครื่องเงิน เครื่องถม เครื่องทองลงหิน หรือเครื่องเขิน การผลิตถ้วยชามหรือเครื่องปั้นดินเผาที่เป็นศิลปวัฒนธรรมไทย การแปรรูป ไม้เพื่อทําเครื่องเรือนและเครื่องใช้สอย
๓. กิจการในภาคการผลิตในบัญชี ๓ ของ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จํานวน ๓ รายการย่อย ประกอบด้วย การสีข้าว การผลิตไม้อัด แผ่นไม้วีเนียร์ (Veneer) ชิปบอร์ด (Chipboard) หรือฮาร์ดบอร์ด (Hardboard) การผลิตปูนขาว
๔. การผลิตน้ําตาลจากอ้อย
๕. กิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากยาสูบ
๖. กิจการผลิตไพ่
๗. การผลิตสุราและเอทิลแอลกอฮอล์
๘. กิจการในภาคเกษตรในบัญชี ๒ แนบท้าย พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ จํานวน ๒ รายการ และกิจการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับ ๒ รายการ ประกอบด้วย การเลี้ยงไหม การบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการเลี้ยงไหม การทํานาเกลือ รวมทั้ง การทําเกลือสินเธาว์ รวมทั้งการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการทํานาเกลือ รวมทั้งการทําเกลือ สินเธาว์
๙. กิจการเพาะขยายและปรับปรุงพันธุ์พืช
๑๐. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา
๑๑. การทําป่าไม้จากป่าปลูก
๑๒. กิจการในภาคเหมืองแร่ จํานวน ๒ รายการ ประกอบด้วย การทําเหมือง รวมทั้งการระเบิดหรือย่อยหิน การทําเกลือหิน
๑๓. กิจการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการผลิตและรายการในบัญชี ๑ จํานวน ๔ รายการ ประกอบด้วย การบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการทํานา ทําไร่ ทําสวน และการเลี้ยงสัตว์ การบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการทําป่าไม้และการแปรรูปไม้จากป่าธรรมชาติ การบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการประมง เฉพาะการจับสัตว์น้ําในน่านน้ําไทยและในเขต เศรษฐกิจจําเพาะของประเทศไทย การบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตทุกประเภท
๑๔. กิจการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการเหมืองแร่
๑๕. กิจการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการเกษตร การประมง และการป่าไม้ ที่ไม่ได้อยู่ในบัญชี ๑ จํานวน ๓ รายการ ประกอบด้วย การบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร ทุกประเภทยกเว้น การบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการทํานา ทําไร่ ทําสวน และการเลี้ยงสัตว์ การบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการทําป่าไม้ทุกประเภท ยกเว้น การบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการทํา ป่าไม้และการแปรรูปไม้จากป่าธรรมชาติ และการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการประมง ทุกประเภท ยกเว้นการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการประมงเฉพาะการจับสัตว์น้ําในน่านน้ําไทย และในเขตเศรษฐกิจจําเพาะของประเทศไทย แล้วก็มี ๑๐ มาตรการที่เป็นเงื่อนไข
๑. เงื่อนไขแรก คือการขอใบรับรองหรือใบอนุญาตการประกอบธุรกิจจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
๒. การกําหนดทุนขั้นต่ําในการประกอบธุรกิจ
๓. การห้ามต่างชาติถือครองที่ดิน
๔. การห้ามต่างชาติถือครองที่พักอาศัย ยกเว้น อาคารชุด
๕. รัฐสามารถออกมาตรการเลือกปฏิบัติเกี่ยวกับเอสเอ็มอี (SME) ได้
๖. รัฐสามารถออกมาตรการเลือกปฏิบัติเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจหรือกิจการ ของรัฐได้
๗. รัฐสามารถออกมาตรการเลือกปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ได้
๘. รัฐสามารถออกมาตรการเลือกปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตราได้
๙. รัฐสามารถห้ามต่างชาติประกอบอาชีพที่สงวนไว้เฉพาะคนไทยและ
๑๐. นักลงทุนต่างชาติต้องทําตามเงื่อนไขอื่น ๆ ที่กําหนดเพื่อให้เป็นไปตาม แนวทางการพัฒนาประเทศ
ท่านประธานครับ ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะขอเรียนชี้แจง ก็คือแนวทาง การเปิดเสรีและการสงวนชั่วคราว ๓ สาขา คําว่า เปิดเสรีการลงทุน ไม่ได้หมายความว่าเป็นการอนุญาตให้นักลงทุนอาเซียนสามารถ เข้ามาลงทุนทํากิจการในประเทศได้โดยเสรีโดยสิ้นเชิง แต่หมายความถึงเป็นการเปิดเสรีแบบ มีเงื่อนไข แต่เป็นการเปิดเสรีที่สามารถผ่อนผันผ่อนปรนเงื่อนไขในการลงทุนให้เข้มงวด น้อยลงได้ ยกตัวอย่างเช่น เดิมกฎหมายบอกว่านักลงทุนต่างชาติจะลงทุนในประเทศไทยได้ ต้องถือหุ้นไม่เกินร้อยละ ๔๙ ก็ผ่อนปรนเป็นร้อยละ ๕๑ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งรายการสงวน ชั่วคราวภายใต้กรอบความตกลงเอเอ (AA) เดิมซึ่งเป็นข้อผูกพันมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ นั้น ระบุว่าจะต้องนํามาเปิดเสรีภายในปี ๒๕๕๓ มี ๓ เรื่องด้วยกัน ได้แก่
๑. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา เห็นควรให้เปิดเสรี โดยอนุญาตให้นักลงทุนอาเซียน เข้ามาถือหุ้นได้ร้อยละ ๕๑ เฉพาะในการเพาะเลี้ยงปลาทูน่าในกระชังน้ําลึก และกุ้งมังกร ๖ สายพันธุ์ท้องถิ่นของไทย ตามที่กรมประมงกําหนด และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดด้วย
๒. การเพาะขยายและปรับปรุงพันธุ์พืช เห็นควรให้เปิดเสรี โดยอนุญาตให้ นักลงทุนอาเซียนเข้ามาถือหุ้นได้ร้อยละ ๕๑ เฉพาะเมล็ดพันธุ์หัวหอมใหญ่ และต้องปฏิบัติ ตามเงื่อนไขที่กําหนดด้วย
สําหรับการทําป่าไม้จากป่าปลูกนั้น ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ขอ ความเห็นจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ ก็ได้รับคําตอบว่า ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของกรมป่าไม้อยู่นะครับ เพราะฉะนั้นก็เท่ากับว่าเราก็ ขอสงวน ขอเปิดเสรีเพียง ๒ รายการ คือรายการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ําเฉพาะการเลี้ยงปลาทูน่า ในกระชังน้ําลึกและกุ้งมังกร ๖ สายพันธุ์ของท้องถิ่นไทย กับเปิดเสรีเรื่องการเพาะขยายและ ปรับปรุงพันธุ์พืชเท่านั้นนะครับ
สําหรับข้อดีข้อเสียของการเปิดเสรีของไทยคืออะไร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา ในปัจจุบันไทยยังไม่สามารถที่จะเลี้ยงปลาทูน่าในกระชังน้ําลึกได้นะครับ ๒. กุ้งมังกร ๖ สายพันธุ์ท้องถิ่นกําหนดให้เราเปิดเสรี ก็เป็นการเปิดเสรีตามแนวทางดังกล่าว จะไม่ส่ง ผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยในปัจจุบัน และถ้าหากนักลงทุนอาเซียนเข้ามาลงทุนในไทย ได้ก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ํา ของไทยในอนาคตได้อีกด้วย
สําหรับการเพาะขยายและปรับปรุงพันธุ์พืชนั้น ปัจจุบันไทยยังไม่สามารถ ที่จะเพาะเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ได้ หากนักลงทุนอาเซียนที่มีเทคโนโลยีสูงเข้ามาลงทุน เพาะเมล็ดพันธุ์หัวหอมใหญ่ได้ นอกจากจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยแล้ว ยังจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในการลดการนําเข้าเมล็ดพันธุ์อีกด้วย
เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ กระผมจึงใคร่ขอเสนอให้ที่ประชุมแห่งนี้ พิจารณาให้ความเห็นชอบรายการข้อสงวนภายใต้ความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียนทั้ง ๒๕ รายการ และแนวทางการเปิดเสรีในการสงวนชั่วคราว ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วย เขตการลงทุนอาเซียน ๒ สาขา ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีสามารถ ยื่นรายการข้อสงวนต่ออาเซียนและเปิดเสรีในการสงวนชั่วคราวได้ในช่วงการประชุมอาเซียน ซัมมิทที่จะมีขึ้นในวันที่ ๑๗ วันที่ ๑๘ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ที่เมืองบาหลี ประเทศ อินโดนีเซียครับ ขอบคุณครับ