รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔

วรงค์เดช เดชกิจวิกรม เสนอความเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการร่วมของรัฐสภา ที่นำโดยอาจารย์เจริญ คันธวงศ์ และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 190 ที่กำหนดให้ต้องมีความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ

นายวรงค์เดช เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องขอชื่นชมเพื่อนสมาชิกรัฐสภาที่ชี้ให้เห็น ความรู้สึกของเพื่อนสมาชิกทุกคนว่าทุนคนนั้นล้วนรักชาติครับ ทางรัฐบาลก็รักชาติ สมาชิกรัฐสภาทุกคนทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็รักชาติครับ พี่น้องประชาชนร่วมทั้งพี่น้อง พันธมิตรก็รักชาติทุกคน แต่ผมเชื่อว่าปัญหามันมีอยู่ประเด็นเดียวว่าทุกคนมีความเข้าใจ ไม่ตรงกัน ที่ผมกล้าพูดว่าทุกคนมีความเข้าใจไม่ตรงกัน เหตุผลอย่างนี้ครับท่านประธาน วันนี้วาระที่ประชุมเราพิจารณานั้นเป็นวาระพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมของรัฐสภา ที่มีท่านอาจารย์เจริญ คันธวงศ์ เป็นประธาน เพื่อรายงานต่อรัฐสภา ซึ่งอาจารย์ก็รายงาน ต่อรัฐสภา แต่ปรากฏว่าผมฟังไปฟังมาเพื่อนสมาชิกบางคนยังเข้าใจว่าวันนี้เราพิจารณา ในเรื่องของกรรมาธิการเจบีซี ซึ่งมันคนละเรื่องกันครับ ผมจําได้ว่าเมื่อปลายปีที่แล้วที่ประชุม ได้เคยเอาเรื่องเจบีซีเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา แต่เนื่องจากว่าวันนั้นเราไม่มีข้อสรุป ที่ประชุม รัฐสภาจึงตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทั้ง ส.ส. และ ส.ว. มีชุดของท่านอาจารย์เจริญเป็นประธาน ผมขออนุญาตเวลาพูดถึงคณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภา ขอใช้คําว่า คณะกรรมาธิการ ชุดอาจารย์เจริญนะครับ เพราะผมเชื่อว่าขนาด ส.ส. เรายังสับสน ส.ว. สับสน คนที่อยู่ทางบ้านสับสนแน่ เพราะว่าเจบีซีก็ใช้คําว่า กรรมาธิการร่วม ของเราก็ใช้ คําว่า กรรมาธิการร่วม แต่ร่วมรัฐสภา อันนี้ร่วมชายแดนไทย-กัมพูชา ดังนั้นผมขอใช้ภาษา อย่างนี้ว่า คณะกรรมาธิการชุดอาจารย์เจริญ จะได้เห็นภาพว่าวันนี้ชุดอาจารย์เจริญ ได้มารายงานต่อรัฐสภา ผมขอชื่นชมบทสรุปที่ชัดเจนที่กรรมาธิการชุดอาจารย์เจริญ ได้รายงาน โดยเฉพาะบทสรุปสุดท้ายที่เขียนไว้ชัดเจนว่า การแนบร่างของตกลงชั่วคราว กับบันทึกการประชุมเจบีซีทั้ง ๓ ฉบับ ให้รัฐสภาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งให้ทราบถึง พัฒนาการในการเจรจาเกี่ยวกับร่างข้อตกลงชั่วคราว มิได้ขอความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่อย่างใด ก็เท่ากับว่าผลการศึกษาของกรรมาธิการชุดอาจารย์เจริญได้บอกว่าการทําหน้าที่ ของเจบีซีหรือผมใช้ภาษาชาวบ้านคือกรรมาธิการช่างรังวัดครับ เพราะเจบีซีก็ทําได้แค่ ช่างรังวัดระหว่างแผ่นดินไทยกับแผ่นดินเขมร อาจารย์เจริญได้รายงานไว้ชัดเจนว่ารายงาน ของเจบีซีนั้นให้แจ้งเพื่อทราบเฉย ๆ เรายังไม่มีมติให้ความเห็นชอบ ซึ่งผมฟังแล้วผมเห็นด้วยและสนับสนุนหลักคิดของ คณะกรรมาธิการชุดอาจารย์เจริญเป็นอย่างยิ่ง คําถามถามว่าทําไมผมถึงสนับสนุนหลักคิด ของอาจารย์เจริญ ผมอยากจะให้ที่ประชุมตั้งหลักอย่างนี้ว่าวันนี้ประเทศเราติดหล่ม เยอะครับ ท่านอาจารย์ครับ ติดหล่มในเรื่องของความขัดแย้ง ติดหล่ม คําว่า วาร์ คิม ฮง ได้ ยินบ่อยมาก ติดหล่ม คําว่า เสียชาติ สิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน เสียแผ่นดิน ติดหล่มอยู่เยอะมาก จนกระทั่งย้อนมาถึงศาลโลก เราก็จะวนอยู่ตรงนี้ครับ และผมอยากให้ที่ประชุมเรามีบทสรุป ที่ชัดเจนและขับเคลื่อนประเทศให้เคลื่อนไปข้างหน้า ที่ผมสนับสนุนหลักคิด ของคณะกรรมาธิการชุดอาจารย์เจริญเนื่องจากว่าถ้าเราดูรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ รัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ชัดเจนว่า เงื่อนไขหนังสือสัญญาใดที่มีการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของ ประเทศ ในขั้นต้นคณะรัฐมนตรีต้องเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภา ผมจําได้ว่าในตอน เดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๑ ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ได้เสนอกรอบเข้ามา ที่ประชุมรัฐสภาเราได้อนุมัติกรอบให้คณะกรรมาธิการเจบีซี หรือคณะกรรมาธิการช่างรังวัดไทย-เขมร ไปทําหน้าที่ คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ไปทําหน้าที่ และขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ก็เขียนไว้ชัดเจนว่าหลังจากเสร็จแล้วต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ไปทําหน้าที่ โดยที่ คณะกรรมาธิการช่างรังวัดหรือเจบีซีทําการรังวัดแผ่นดินประเทศไทยกับแผ่นดิน ประเทศเขมร ประเทศไทยเองก็ใช้โฉนดแผ่นดินอยู่ ๒ ฉบับ ก็คืออนุสัญญา ปี ๑๙๐๔ และ สนธิสัญญา ปี ค.ศ. ๑๙๐๗ เป็นโฉนดแผ่นดินของประเทศไทย ทางประเทศเขมรเองก็ใช้ โฉนดแผ่นดินของประเทศเขมร ก็คือแผนที่อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ แต่เนื่องจากว่า อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ มีอยู่ถึง ๑๑ ฉบับ และรัฐบาลไทยก็ประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ว่าเฉพาะระวางดงรัก ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ระวางดงรักนั้นรัฐบาลไทยไม่เห็นชอบ เท่าที่ทราบ ในรายงานของอาจารย์เจริญได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ทั้งรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ ก็แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่าไม่ยอมรับแผนที่ระวางดงรักเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ พร้อมออกแถลงการณ์ยืนยันเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ดังนั้น ผมต้องย้ําทางท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนว่าข้อกังวลใจคือ แผนที่ระวางดงรัก ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ รัฐบาลไทยไม่ให้การรับรองในการเป็นเงื่อนไขเจรจาร่วม ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา วันนี้คณะกรรมาธิการช่างรังวัดต้องไปทําหน้าที่ ถ้าผมดูแล้วเงื่อนไขในการทําหน้าที่ของคณะกรรมาธิการช่างรังวัดของเราต้องทําหน้าที่ถึง ๕ ขั้นตอนครับ ขั้นตอนที่ ๑ กําหนดไว้ว่าต้องค้นหาที่ตั้งและสภาพความเป็นจริงของ หลักเดิม ขั้นตอนที่ ๒ ก็คือจัดทําแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ขั้นตอนที่ ๓ ก็คือลากแนว ที่จะต้องเดินสํารวจ ขั้นตอนที่ ๔ คือการตรวจสอบภูมิประเทศจริง คือลงสํารวจพื้นที่จริง และขั้นตอนที่ ๕ คือการปักหลักเขตแดน เท่ากับว่าคณะกรรมาธิการเจบีซีหรือช่างรังวัด ไทย-กัมพูชา วันนี้เพื่อเริ่มทําในขั้นตอนที่ ๑ และในขั้นตอนที่ ๑ ที่ท่านทํามา ที่มีการรายงาน ก็บอกว่าหลักหมุด ๗๓ หลัก ค้นพบแค่ ๔๘ หลัก แล้วก็เห็นพ้องต้องกัน ๓๓ หลัก อีก ๑๕ หลักยังไม่เห็นพ้องต้องกัน และอีก ๒๕ หลักยังหาไม่เจอ ดังนั้นหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการช่างรังวัดชุดนี้จึงมีหน้าที่ในการทําเรื่องนี้ให้ครบ ๕ ขั้นตอนครับ ผมสนับสนุนแนวคิดของท่านอาจารย์เจริญอย่างยิ่งว่าท่านต้องทําหน้าที่นี้ให้ครบทั้ง ๕ ขั้นตอน คือจบเลยตั้งแต่ขั้นตอนที่ ๑ ขั้นตอนที่ ๒ ขั้นตอนที่ ๓ ขั้นตอนที่ ๔ และขั้นตอน ที่ ๕ เมื่อท่านทําครบทั้ง ๕ ขั้นตอนแล้วผมก็จะเชื่อว่ามันก็จะเห็นภาพของการปักหลักหมุด ในแผนที่ว่าหลักหมุดที่ ๑ จริง ๆ แล้วปักตรงไหน หมุดที่ ๒ ปักตรงไหน หมุดที่ ๓ หมุดที่ ๔ หมุดที่ ๕ หมุดที่ ๖ หมุดที่ ๗ จนถึงระดับหมุดที่ ๗๓ ว่าปักตรงไหน ขณะเดียวกันระยะทาง อีก ๑๙๕ กิโลเมตรซึ่งเป็นแนวสันปันน้ําตามที่ท่านอาจารย์ดอกเตอร์รัชดาได้เอาภาพให้กับ เพื่อนสมาชิกได้เห็นว่าเนื่องจากว่าสันปันน้ํามันไม่ใช่เป็นแนวเขาหรือแนวเฉพาะหน้าผา ที่ชัดเจน มีหลายพื้นที่ที่คนสามารถเดินไปเดินมาโดยไม่รู้ว่าตรงไหนคือแผ่นดิน ของประเทศไทยกันแน่ ซึ่งต้องเกิดความชัดเจนในการกําหนดแนวที่ชัดเจน ดังนั้นอยากจะ กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านคณะกรรมาธิการชุดอาจารย์เจริญว่าผมสนับสนุนให้ คณะกรรมาธิการช่างรังวัดหรือเจบีซีไปทําหน้าที่มาให้ครบ ๕ ขั้นตอน เมื่อครบ ๕ ขั้นตอนแล้วเราจะเห็นแนวเขตทั้งหมด ๗๓ หมุดเป็นแนวเขตอย่างไร ๑๙๕ กิโลเมตรที่ว่า สันปันน้ํามันมีแนวอย่างไร และเมื่อวันนั้นท่านเอามาเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง รัฐสภาก็จะพิจารณาว่าผลการทํางานของกรรมาธิการเจบีซีหรือช่างรังวัด แผ่นดิน ประเทศไทยเราเสียแผ่นดินอะไรไหม เราเสียประโยชน์อะไรไหม เมื่อถึงวันนั้นผมเชื่อว่ารวมทั้งพี่น้องพันธมิตร พี่น้องประชาชนจะเห็นภาพใหญ่ทั้งหมดว่า เราเสียประโยชน์อะไรไหม เราเสียแผ่นดินอะไรไหม รัฐสภาจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ เมื่อท่านทํางานครบ ๕ ขั้นตอน เรามีแนวโน้มที่จะเสียแผ่นดิน ผมก็เชื่อว่าสภาทั้งหมดก็ไม่ให้ ความเห็นชอบ แต่ถ้าท่านทํามาครบทั้ง ๕ ขั้นตอน ปรากฏว่าเราไม่เสียประโยชน์อะไร เราก็ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน ผมก็เชื่อว่าที่ประชุมรัฐสภาก็จะให้ความเห็นชอบ ในการรับรองเขตแนวที่ท่านจะทําหน้าที่มาในการกําหนดเขตแนวที่ชัดเจนของประเทศไทย แล้วก็ประเทศกัมพูชา ดังนั้นอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานไปยังชุดของท่านอาจารย์ เจริญนะครับว่า แนวคิดของท่านอาจารย์เจริญเป็นแนวคิดที่ทําให้ประเทศของเราสามารถ เคลื่อนไปข้างหน้าต่อได้ และผมก็เชื่อว่าถ้าที่ประชุมมีมติเห็นชอบต่อข้อสังเกตของ กรรมาธิการชุดอาจารย์เจริญ ชุดอาจารย์เจริญก็เสนอต่อไปยังรัฐบาล รัฐบาลก็รับทราบว่า ต่อไปนี้ไม่ต้องเข้ามาแล้วนะ คุณไปทําหน้าที่ เจีบีซีไปทําหน้าที่ทวอภาคีให้จบ จนกระทั่งเห็น ภาพแนวทั้งหมด แล้วเมื่อมาถึงสุดท้ายวันนั้นเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา แล้วผมเชื่อว่า ประเทศเสียอะไรครับ ถ้าเราไม่เชื่อว่าเราไม่เสียแผ่นดิน วันนั้นถ้าเราคิดว่าเราจะเสียแผ่นดิน ที่ประชุมก็ไม่ให้ความเห็นชอบ เมื่อไม่ให้ความเห็นชอบมันก็กลับเข้าสู่ที่ตั้งเดิม แต่ถ้าคิดว่า ทุกอย่างมันเป็นประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่ายที่ประชุม ณ วันนั้นอนาคตก็ให้ความเห็นชอบ ดังนั้น ผมว่าแนวทางนี้จะเป็นแนวทางที่ประเทศเราสามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้ครับ ขอสนับสนุนหลักคิดของอาจารย์ครับ ขอบคุณครับ