รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๔

ฐิติมา ฉายแสง หารือเรื่องเขตแดนไทยกับกัมพูชา โดยมีเนื้อหาว่าประเทศไทยควรยอมรับคําตัดสินของศาลโลกในปี 2505 หรือไม่ และควรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ในศาลโลก

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้หลายท่าน ได้มีโอกาสมาพูดถึงเรื่องของเขตแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งดิฉันก็ถือโอกาสนี้เป็นผู้หนึ่ง ที่จะอภิปรายเรื่องนี้ด้วยค่ะท่านประธาน ท่านประธาน เมื่อสักหลายสัปดาห์ก่อน เราจะได้ยินเรื่องที่ท่านผู้นําประเทศกัมพูชา ท่านสมเด็จฮุนเซน ท่านได้กล่าว ว่าท่านจะนําเรื่อง ปราสาทพระวิหารนั้นขึ้นสู่ศาลโลกอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความเข้าใจของท่าน ท่านพูดต่อไปว่า เป็นเพราะท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านพูดกํากวม กํากวมเรื่องของปราสาท พระวิหารที่ท่านเคยพูดไว้เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๖๖๑ ตอนที่ท่านเป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภา ท่านพูดว่าปราสาทคืออาคารคือของของประเทศกัมพูชา คือตัวปราสาทเป็นของ ประเทศกัมพูชา แล้วท่านก็ไม่ได้พูดอย่างอื่นต่อจากนั้นอีกเพื่อที่จะชัดเจน เพราะฉะนั้น จึงทําให้พี่น้องประชาชนหลายคนได้เข้าใจว่าพื้นดินใต้ปราสาทก็เป็นของประเทศไทย นี่ทําให้ คนสับสนอย่างนี้ได้ เพราะฉะนั้นในตรงนี้เนื่องจากนายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชารู้สึกว่า กํากวมจึงจะนําเรื่องสู่ศาลโลกอีกครั้งหนึ่ง แล้วนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองก็ยืนยันหลายครั้ง หลังจากที่เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วด้วยว่าท่านยืนยันคําพูดของท่าน เพราะฉะนั้นในตรงนี้ เมื่อประเทศกัมพูชารู้สึกไม่แน่ใจจึงจะนําสู่ศาลโลก จึงทําให้เรื่องนี้ดิฉันเป็นห่วงเป็นใยว่า มันคงเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็เกิดคําถามมากมาย มีประชาชนฝากถามมาหลายคําถามทีเดียว คําถามหนึ่งซึ่งเป็นคําถามที่มันก็ตรง ๆ นะคะท่านประธาน ถามว่า ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ท่านยอมรับคําตัดสินของศาลโลกปี ๒๕๐๕ หรือไม่ มีคนถามแม้กระทั่งคําถามนี้ นะคะ ที่ศาลโลกได้พิพากษาบอกว่า เดอะ เทมเพิล ออฟ เปรียะ วีเฮียร์ วอส อิท ดู แอคเทด อิน เดอะ เทอริทอรี่ อันเดอร์ เดอะ เซฟเวอเรนที ออฟ แคมโบเดีย (The temple of Preah Vihears was it do acted in the territory under the severalty of Cambodia) คือประสาทเขาพระวิหารตั้งอยู่บนดินแดนภายใต้อธิปไตยของประเทศกัมพูชา จึงเป็นคําถามแรกที่ดิฉันอยากจะฝากผ่านทางท่านประธานถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า สรุปแล้วท่านยอมรับคําตัดสินของศาลโลกหรือไม่ แล้วถ้าท่านยอมรับคําตัดสินของศาลโลก ก็อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นพูดให้ชัดเจนไปเลยค่ะ ชัดเจนไปเลยว่า ที่ดินใต้ปราสาทพระวิหารเป็นของประเทศไทยหรือไม่ คนในสังคมนี้จะได้ไม่ต้องมาสงสัย หรือกังขากับเจตนาของท่านนายกรัฐมนตรีหรือไม่ต้องมาสงสัยกับความเข้าใจ ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อีก ขอให้ตอบชัดเจนเสีย ทีนี้ถ้าทางประเทศกัมพูชา ท่านประธาน นําเรื่องนี้สู่ศาลโลกจริง ๆ เลยนะคะ เพราะเขาคิดว่าคําพูดของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์นั้นกํากวม ถ้ามันขึ้นไปสู่ศาลโลกจริง ๆ ดิฉันอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรี อีกเหมือนกันว่า ท่านรู้ไหมว่าประเทศกัมพูชาเขาจะใช้แผนที่ของประเทศไหน จะใช้แผนที่ ของประเทศไทยหรือของประเทศกัมพูชาและประเทศไทยเองจะเสียเปรียบหรือได้เปรียบกันแน่ ท่านประธานค่ะ ดิฉันเองเป็นห่วงมาก ดิฉันไม่อยากให้ประเทศไทยแพ้ ไม่อยากให้ ประเทศไทยเสียเปรียบใด ๆ เลย แล้วดิฉันจะเป็นห่วงมากขึ้น ถ้าการนําเรื่องปราสาท เขาพระวิหารนั้นทางประเทศกัมพูชาเอาพื้นที่รอบ ๆ ปราสาทไปสู่ศาลโลกด้วย จะเป็นห่วงมากขึ้น ถามว่าประเทศไทยเราจะมีหลักฐานอะไรเพิ่มเติมนอกจากสนธิสัญญาที่จะไปต่อสู้ ในศาลโลก แล้วทําให้ประเทศไทยไม่เสียดินแดน ท่านมีไหม เพราะฉะนั้นเมื่อเรามาพูดกัน ถึงตรงเรื่องเกี่ยวกับเขตแดนไทย-กัมพูชา ดิฉันจึงอยากจะขอให้ทางรัฐบาลไม่ว่าจะเป็น ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี กระทรวงการต่างประเทศก็ดี กรมสนธิสัญญาหรือหน่วยงานใด ก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้อง คงต้องรีบเร่งตั้งรับให้ดี ตั้งรับให้ดีว่าเรื่องใหญ่มันอาจจะเกิดขึ้นได้ ในอนาคต เพราะทําความไม่แน่ใจไว้ให้กับทางประเทศกัมพูชาด้วย นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส่วนเรื่องวันนี้เป็นเรื่องที่สภาจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบหรือจะรับทราบ หรือจะให้ทางคณะกรรมาธิการร่วมนั้นกลับไปทําใหม่ อย่างไรนั้นก็คงเป็นดุลยพินิจ ของรัฐสภา แต่ตัวดิฉันเองคิดว่ารัฐสภาเราไม่มีอํานาจ เพราะอํานาจของรัฐสภาดูได้ ที่มาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เรากําลังพูดกันนี้อยู่เลยนะคะ เรื่องรายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน