รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔

วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องความสามัคคีและสมานฉันท์ของบ้านเมือง โดยเน้นย้ำว่านโยบายของรัฐบาลไม่สำคัญหากบุคคลในชาติไม่ปรองดองและไม่สามัคคี และหวังว่ารัฐบาลจะแสดงความจริงใจและไม่ก่อความรุนแรง

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ท่านประธานที่เคารพ ผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ นโยบายของรัฐบาลในข้อ ๑.๑ เรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ซึ่งรัฐบาลเขียนไว้ว่า เสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันของประชาชนในชาติให้เกิด ความสมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็น เรื่องใหญ่ วันที่ผมเห็นท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านปัจจุบันเป็น รองนายกรัฐมนตรี วันที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปที่จังหวัดกระบี่ แล้วโดนขับไล่ ผมว่าภาพอย่างนั้นมันไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกต่อไปนี้ เวลาภาพที่ผมเห็นแล้วคือ กําลังจะพูดเรื่องปรองดองนี่นะครับ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ผมคิดว่าท่าน จะมีส่วนสําคัญในการสร้างเรื่องปรองดอง เพราะผมสังเกตท่าทีท่วงทํานองท่าน ๒ วันมานี้ ตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งวันนี้ ผมว่าท่านซอฟท์ (Soft) ลง แล้วก็มีลักษณะของ การประนีประนอม แม้ว่าจะดุเด็ดเผ็ดมันอย่างไรก็ตาม แต่ท่านมีท่าทีประนีประนอมขึ้น ซึ่งวันนี้ผมดีใจ และวันนี้ตรง ๆ ผมอยากจะพูดกับท่านประธานผ่านไปยัง ๒ ท่าน คือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ครับ เพราะผมถือว่า ๒ ท่านนี้จะเป็นหลัก ในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้ ดังที่ผมจะพูดต่อไปนี้ครับท่านประธาน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถือว่านโยบายเรื่องการปรองดองสมานฉันท์นี้ หรือเรื่องความสมัครสมานสามัคคีนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสําคัญครับ ตราบใดก็ตามให้เขียน นโยบายได้สวยสดงดงามหรูขนาดไหนก็ตามครับท่านประธาน ถ้าคนในชาติไม่ปรองดอง ไม่สมัครสมานสามัคคี ไม่มีความหมายในการทําได้ครับ ไม่ว่าจะเขียน ๔๔ หน้าเท่าอายุของ ท่านนายกรัฐมนตรี อย่างไร ๆ ก็ไม่มีทางที่จะทําให้นโยบายนี้เป็นไปได้ครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะความแตกแยกแตกสามัคคีขึ้นมาเมื่อใด บ้านเมืองก็ไม่สามารถจะเดินไปได้ เราจะสังเกตได้ว่าเมื่อ ๓-๔ ปีที่ผ่านมา รวมทั้งที่รัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เป็นรัฐบาล เขียนนโยบายผมว่าก็ไม่ต่างกับรัฐบาลชุดนี้หรอกครับ หรู สวยสดงดงาม เหมือนกัน แต่ในภาวะที่บ้านเมืองแตกแยกแตกสามัคคี ถามว่าเดินไปได้ไหมครับ เพราะฉะนั้นตราบใดก็ตามที่บ้านเมืองไม่ปรองดองไม่สามัคคี นโยบายทั้งหมดเป็นหมันครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจะไม่พูดถึงอดีตครับท่านประธาน ว่าสาเหตุ ปัญหา ใครทํา ใครเป็นตัวการ ใครเป็นคนก่อการ ใครสนับสนุน ใครมีส่วนร่วม ผมว่าทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ มีส่วนรับรู้รับเห็นกันทั้งนั้นว่าใครทําอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนไว้ในเบื้องต้นครับ ท่านประธาน ตอนแรกผมก็วิตกกังวลนะครับว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้ง บอกได้เลยครับว่าเรื่องก็ไม่จบ และไม่มีทางจบ ปัญหาก็ยังคงมีอยู่ ความแตกแยก ความแตกสามัคคีผมเชื่อว่าก็คงยังมีอยู่ และผมเชื่อว่ายังดํารงอยู่และยังจะเดินต่อไป ชาวบ้านเดือดร้อนไหมครับ เดือดร้อน เขาทุกข์ไหมครับ ทุกข์ เขาเบื่อไหมครับ เบื่อ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ผมบอกตรง ๆ ว่าดีใจครับ ดีใจที่พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นผู้ชนะและเป็นรัฐบาลในวันนี้ ผมก็หวังว่าท่านในฐานะที่รู้เรื่องมาดีในอดีต เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ มาทั้งหมด หวังว่าท่าน จะเป็นผู้ทําได้ในเรื่องความสามัคคีและสมานฉันท์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เบื้องต้นนี่นะครับ วันแรกผมดีใจมากครับท่านประธาน ที่บรรยากาศของการประชุมเป็นไปด้วยดี พอวันที่ ๒ ผมชักวิตกกังวลแล้วว่าความสมัครสมานสามัคคีสมานฉันท์มันจะมีได้หรือเปล่า ผมว่าสิ่งที่มันจะสมัครสมานสามัคคีครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมว่ามันเริ่มจาก ที่คณะรัฐมนตรีคือท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลนี่แหละครับ จะเป็นผู้เริ่มก่อน เป็นอันดับแรกครับ ผมว่ารัฐบาลจะต้องแสดงออกด้วยความจริงใจครับท่านประธาน กายก็ต้องไม่ก่อความรุนแรง วาจาจะต้องไม่พูดว่าผมชนะคุณแพ้ คุณแพ้นั่งเฉย ๆ ผมว่าลักษณะของการก้าวร้าว ดูถูกเหยียดหยามอะไรต่อมิอะไรต่าง ๆ การทะเลาะเบาะแว้ง ด้วยความเคารพครับ แม้ว่าผมจะเป็นผู้มาใหม่ แต่เห็นมานานแล้วบอกว่าอึดอัด ลดลงได้ ผมว่ายอมรับฟังมากขึ้น ไม่ถากถาง ไม่ยโสโอหัง และผมเชื่อเหลือเกินว่าทุกอย่างเดินไปได้ อย่างที่ ฯพณฯ เฉลิมทําอยู่ ซอฟท์ครับ ซอฟท์ เพราะฉะนั้นผมเชื่อมั่นเหลือเกินครับท่านประธานที่เคารพ ถ้านักการเมืองไม่ทะเลาะกัน นักการเมืองไม่แตกแยกกัน ผมยืนยันว่าไม่มีชาวบ้านที่ไหนเขาทะเลาะกัน พอเราทะเลาะ ชาวบ้านแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายเลยครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมดมันอยู่ที่รัฐบาล เริ่มต้นที่รัฐบาล สถานการณ์ในภาวะอย่างนี้ล่ะครับท่านประธานครับ สามารถสร้างวีรบุรุษและสร้างวีรสตรี ได้ครับ สมัยก่อนผมทราบว่านักการเมืองทะเลาะเบาะแว้งกันในสภาเสร็จจบ เลิก อภิปรายกัน ด่าทอกัน จบ ไม่มีการลากกันไปข้างถนน ไปในหมู่บ้านในตําบล เพราะฉะนั้นผมเชื่อเหลือเกินว่า ต่อไปนี้สิ่งเหล่านี้น่าจะยุติและเริ่มต้น สิ่งที่ผมอยากเห็นครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ผมอยากให้ท่านไปภาคใต้ได้ทุกจังหวัด อยากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปทั่วประเทศไทยทุกที่ทุกแห่งโดยไม่ต้องนั่งเฮลิคอปเตอร์ไป หรือจะนั่งไปก็เป็นเรื่องภารกิจไป แต่ไม่ใช่เวลาไปเปิดงานนี่ตระเวนกัน ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ถ้าท่านทําได้อันดับแรกเราจะเห็นเลยว่า รัฐบาลของเรานั้นเป็นรัฐบาล ของประชาชนสร้างความสมัครสมานสามัคคีได้จริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นคนที่เหมาะสม ในขณะนี้ ขออีกนิดเดียวครับท่านประธาน คือท่านนายกรัฐมนตรีนี่ท่านเป็นสุภาพสตรีอ่อน มีความน่ารักสวยสดงดงาม ท่านเฉลิม อยู่บํารุง มีความแข็งดุเด็ดเผ็ดมัน แต่มีความจริงจัง รับแบบตรงไปตรงมา อะไรทํา อะไรไม่ทํา อะไรแก้ อะไรไม่แก้ ใช้ได้ครับ อ่อนกับแข็งคู่กัน ทํางานไปด้วยกันยอมโน้มตัวลงเข้าไปหน่อย นักกีฬาไปตีกัน คนข้างสนามไม่ตีกันครับ เพราะฉะนั้นเริ่มจากท่านที่เป็นรัฐบาลนั่นละครับ โน้มตัวลงนิดหนึ่งเข้าหากันหน่อยหนึ่ง แล้วผมเชื่อเหลือเกินว่าบ้านเมืองจะปรองดองสมานฉันท์มากขึ้นครับ ความจริงผมยังมี อีกหลายประเด็นที่อยากจะพูดมากเลยครับ เอาละครับ เวลามีจํากัด ๘ นาที แต่แค่นี้คิดว่า น่าจะพอเป็นอนุสติในเรื่องปรองดองสมานฉันท์ ความจริงยังมีเด็ด ๆ อีกเยอะ ถ้ามีโอกาส เดี๋ยวจะเอาบทความกราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี ผมเห็นว่า ๒ ท่านนี้สําคัญครับ ที่จะสร้างเรื่องนี้ได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ