รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔

วีรวิท คงศักดิ์ รัฐมนตรีฝ่ายทหาร แสดงความขอบคุณและขอการสนับสนุนจากทุกท่านในการแก้ไขปัญหาการทุจริต และการรักษาความสมบูรณ์ของธรรมาภิบาล โดยขอดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ และเร่งนำมาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน นอกจากนี้ยังขอให้ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบและมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรม และขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศให้รัฐบาลเป็นรัฐบาลแห่งความซื่อสัตย์

พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมอภิปรายในเรื่องของ นโยบายของรัฐบาล ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกรัฐสภาก่อนหน้านี้ที่ได้ปูพื้นฐาน ในเรื่องของธรรมาภิบาลและการทุจริต จนกระทั่งสมาชิกและท่านผู้มีเกียรติได้มีความเข้าใจ ในสิ่งที่ผมอยากขอเรียนในช่วงต่อไปนี้ก็คงจะมีสาระคล้ายคลึงกัน แต่ผมจะเรียนว่า

ประเด็นแรก ผมต้องขอชื่นชมที่รัฐบาลชุดนี้มีความกล้าหาญอย่างยิ่ง ที่ได้กําหนดนโยบายในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ไว้เป็นเรื่องเร่งด่วนอันดับ ๑.๓ และมีรายละเอียดครบถ้วน รวมทั้งมีเครื่องมือ ที่มีความชัดเจน คือเรื่องของความโปร่งใสและธรรมาภิบาล แต่ประเด็นที่ผมคิดว่า น่าจะเป็นห่วงก็คือว่า ต่อไปนี้คณะรัฐบาลจะต้องกําหนดแผนบริหารราชการแผ่นดิน กําหนดแผนการตรากฎหมายและแผนปฏิบัติการของส่วนราชการต่าง ๆ ทําอย่างไรที่จะ ให้แผนต่าง ๆ นั้นประสานสอดคล้องกันแล้วนําไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการที่ทําให้การทุจริต ประพฤติมิชอบนั้นหมดไปจากสังคมไทย ท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่าเรื่องของ การปราบปรามการทุจริตนั้นต้องถือว่าเป็นมะเร็งร้ายที่กัดกร่อนสังคมไทย เป็นทั้งเรื่องของ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเป็นอาชญากรรมทางสังคม สิ่งที่หลายท่านพูดเสมอว่าทุจริตนั้น ผมไม่เคยทุจริต ผมเชื่อครับ แต่สิ่งที่ผมคิดว่าหลายท่านที่อยู่ในสังคมไทยยังลืมนึกถึง การประพฤติมิชอบ การประพฤติมิชอบนั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะนักการเมือง และผู้บริหารระดับสูง เพราะท่านนั้นทําอยู่ ๒ ลักษณะคือ การฉ้อราษฎร์บังหลวง และประการที่ ๒ ก็คือใช้อํานาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ทั้ง ๒ อันนี้ครับ บางครั้งสังคมไทยอาจจะต้องมีการเรียนรู้กันใหม่ว่าบางอย่างนั้นคือสิ่งที่เราไม่ทํา แม้กระทั่ง เรื่องของการฝากเด็กเข้าโรงเรียน การโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม อันนี้ก็คือสิ่งที่เราจะต้องเข้ามาดู และเป็นเรื่องของการทุจริตเหมือนกัน สิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าเรามีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ เรียบร้อยแล้วนะครับ แต่เงื่อนไขของกฎหมายฉบับนี้กําหนดไว้ว่า ให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเสนอแนะ ต่อคณะรัฐมนตรีว่าจะใช้เมื่อใด ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า พรุ่งนี้ท่านประชุมข้าราชการผู้ใหญ่ และประกาศสิครับว่าจะนําพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ เข้ามาใช้ในการ บริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่วันแรกที่ท่านเข้ามา ขั้นตอนวิธีการต่าง ๆ จะทําได้หมด และจะแก้ปัญหาของบ้านเมืองได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งการบูรณาการของส่วนราชการต่าง ๆ นะครับ ทั้งหมดนี้จะนําไปสู่สิ่งเดียวที่กฎหมายฉบับนี้เขียนไว้คือ ประโยชน์สุขของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ ท่านต้องการอยู่แล้ว

ประการที่ ๒ ที่ผมอยากกราบเรียนคือ เรื่องการปรับปรุงกฎหมาย ผมอยากจะ เรียนว่ากฎหมายที่ค้างอยู่ในบัญชีที่ท่านจะต้องเสนอตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๓ นั้น มีอยู่ ๓ ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบ คือการแก้กฎหมายที่อนุวัตการให้ เป็นไปตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต แต่กฎหมาย ๓ ฉบับนี้เป็นกฎหมายอาถรรพ์ครับ เริ่มทํามาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ แล้วมารอ อยู่ในบัญชีของสภา ๒ ปีแล้วยังไม่ได้รับการบรรจุ แล้วปีที่ผ่านมานั้นเราเพิ่งไปเซ็นสัญญา ที่จะร่วมลงนามในสนธิสัญญากับเขาเรียบร้อยแล้ว แต่เรายังไม่ได้แก้กฎหมาย ๓ ฉบับ ก็ฝากท่านช่วยดูด้วยครับว่าทําอย่างไรจะให้กฎหมาย ๓ ฉบับนั้นเกิดขึ้นไหม

กฎหมายอีก ๒ ฉบับที่ผมคิดว่าน่าจะหยิบขึ้นมาคือเรื่องของกฎหมาย ประโยชน์ทับซ้อน หรือคอนฟลิคท์ ออฟ อินเทอเรสท์ (Conflict of interest) นั้น ในชื่อเป็น ทางการก็คือ ความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ของรัฐนั้น เคยออกมาแล้วนะครับ ซึ่งอันนี้จะขยายความในร่างเกี่ยวกับประโยชน์ทับซ้อนทั้งหมด ก็ช่วยกรุณาเอามาทบทวน แล้วก็มาออกเป็นแนวทางด้วย

กฎหมายฉบับสุดท้ายก็คือทุกประเทศครับ เขาใช้กฎหมายในเรื่องของสินบน คือการให้และการรับสินบน หรือในภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่า ไบรเบอรี แอคท์ (Bribery act) นั้น ประเทศไทยยังไม่มีนะครับ เราก็เลยเอาผิดผู้ที่ทําเป็นอาชญากรรมข้ามชาติไม่ได้ ก็คงขอฝาก ท่านไว้ด้วยว่ากฎหมาย ๕ ฉบับนั้นคือกฎหมายที่ผมอยากจะเห็นในบัญชีกฎหมายที่จะตราส่ง มาที่รัฐสภา

ในประเด็นสุดท้าย เรื่องของการเสริมสร้างมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรม ผมต้องเรียนว่าประเทศไทยนั้นหามาตรฐานในคุณธรรมจริยธรรมค่อนข้างยาก แต่ขณะนี้ มีภาคประชาชนที่เสนอขึ้นมาว่าข้าราชการของรัฐและนักการเมืองควรจะน้อมนําพระราชดํารัส ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในหลักราชการเข้ามาปฏิบัติอยู่ ๒ ประเด็น คือความซื่อตรงต่อหน้าที่ และความซื่อตรงต่อบุคคลทั่วไป

ความซื่อตรงต่อหน้าที่นั้น ผมอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีเป็นแบบอย่างในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ความวิริยะอุตสาหะ ความมุ่งมั่นในการทํางานให้สําเร็จอย่างงดงาม อันนี้เป็นถ้อยคําที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ ท่านได้พระราชทานไว้

และประการที่ ๒ ก็คือเรื่องความซื่อตรงต่อบุคคลทั่วไป ขอให้คณะรัฐมนตรี ทุกท่านและข้าราชการผู้ใหญ่จงรักษาคํามั่นสัญญาวาจาสัตย์ และสิ่งสุดท้ายก็คือประพฤติตน ปฏิบัติให้เป็นที่น่าเชื่อถือ และเป็นที่ศรัทธาของบุคคลทั่วไป ทั้ง ๕ ประการนี้คือ สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวท่านได้พระราชทานไว้เป็นหลักราชการ และสิ่งอันนี้อยู่ในเรื่องที่ภาคประชาชนได้เสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ถ้าพรุ่งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีกรุณาประกาศว่า รัฐบาลของท่านจะเป็นรัฐบาลแห่งความซื่อตรง และคณะรัฐมนตรี ตลอดจนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งหมดจะเป็นตัวอย่างในค่านิยม ๕ ประการ คือ ความซื่อสัตย์สุจริต ความวิริยะอุตสาหะ ความมุ่งมั่นในการที่จะทํางาน ให้สําเร็จตามหน้าที่อย่างงดงาม มีการรักษาวาจาสัตย์ และอันสุดท้ายก็คือทําตน ให้เป็นที่น่าเชื่อถือศรัทธาของบุคคลทั่วไป ถ้าเป็นอย่างนี้ปัญหาต่าง ๆ ของบ้านเมือง และนโยบายทั้ง ๔๔ หน้าของท่านจะสําเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอบพระคุณครับ