อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่ทำให้ประชาชนฝันสลาย เช่น การยกเลิกกองทุนน้ำมัน และการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือชาวไร่อ้อยและชาวไร่มันสำปะหลัง และใช้นโยบายแอลพีจีที่อุ้มทุกคน ไม่แบ่งแยก
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ผมอยู่ทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็ตั้งใจมาติดตามทวงถามในนโยบายหาเสียง ของทางรัฐบาลชุดนี้ว่าเรื่องไหนบ้างทำให้ประชาชนฝันสลายในการแถลงนโยบายวันนี้ครับ เพราะว่านโยบายหาเสียงทั้งหมดจะต้องถูกใส่ในเล่มนี้ละครับ เป็นนโยบายเพื่อไปบังคับต่อ เมื่อตอนหัวค่ำพี่น้องประชาชนก็ฝันสลายไปเรียบร้อยแล้วกับเรื่องนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ๓๐๐ บาทของรัฐบาลชุดนี้ เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านได้ชี้แจงแล้วว่าไม่ใช่ค่าแรง ขั้นต่ำ ๓๐๐ บาท แต่เป็นเพียงแค่ ที่ท่านใช้คำนี้ครับ เป็นรายได้ครับ ท่านรับปากว่ารายได้นั้น จะต้องเกิน ๓๐๐ บาท รายได้มันประกอบด้วยอะไรบ้างท่านประธาน มีตัวค่าจ้างเอง มีเงินอุดหนุนต่าง ๆ เบี้ยพิเศษ พูดง่าย ๆ คือว่าใครที่ทำงานบ้านอยู่ทุกวันนี้ครับ แล้วก็นอน บ้านเจ้านาย หรือว่าเจ้านายอุดหนุนเป็นเบี้ยเลี้ยงกลางวัน เรียบร้อยครับ ท่านไม่ได้ขึ้นค่าแรง เป็น ๓๐๐ บาทตามที่รัฐบาลนี้ได้วางนโยบายเอาไว้ในตอนหาเสียงเลือกตั้ง เรียบร้อยครับ ฝันท่านสลายไป ๑ เรื่อง เรื่องค่าแรง เสียใจจริง ๆ กับรัฐบาลชุดนี้
เรื่องที่ ๒ ที่ฝันท่านสลายอีกครับ รัฐบาลชุดนี้โดยท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์นั้นพูดชัดเจนว่าจะยกเลิกกองทุนน้ำมันครับ นั่นหมายถึงนโยบายถาวรในการทำให้ ราคาน้ำมันนั้นลงมาครับ วันนั้นท่านปราศรัยที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน พูดชัดเจนว่า จะยกเลิกกองทุนน้ำมันทำให้กระชากค่าครองชีพพี่น้องลงมา ฟังดูแล้วท่านกำลังพูดถึง นโยบายถาวรครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเปิดคลิป (Clip) ซึ่งผมได้ขออนุญาตไว้ เรียบร้อยแล้ว เป็นคลิปที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดไว้ในการปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ในวันที่ ๑ กรกฎาคม ห้องโสตครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปวิดีโอ)
“............... : พี่น้องคะหากพรรคเพื่อไทยได้มีโอกาสในการจัดตั้งและเป็น รัฐบาล สิ่งแรกที่เราจะทำนั่นคือการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจของพ่อแม่พี่น้อง คือการกระชากค่าครองชีพลงมาค่ะ ด้วยการยกเลิกกองทุนน้ำมันค่ะพ่อแม่พี่น้องคะ”
ชัดไหมครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณทางห้องโสตครับ ชัดนะครับ กระชากค่าครองชีพ ลงมาโดยการยกเลิกกองทุนครับ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง ยกเลิกกองทุน เพราะนั่นคือ มาตรการถาวรในการที่ทำให้ราคาน้ำมันลงมาทันทีทันใดแบบที่ท่านใช้คำว่า กระชาก ครับ แต่วันนี้รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ออกมาพูดเสียงเดียวกันหมดว่า การลดราคาน้ำมันที่จะ เกิดขึ้นในเดือนหน้าเป็นเพียงแค่มาตรการชั่วคราว ฝันสลายพี่น้องประชาชนครับ คนไทยคืนนี้ คำแถลงในนโยบายไม่ได้พูดแบบนั้น เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวขีดเส้นใต้อีก ๕๐๐ ครั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ พอมาดูครับ พอท่านบอกเป็นมาตรการชั่วคราวผมก็จะบอก ท่านว่ามันเป็นมาตรการแก้บน เพราะมันมีผลกระทบแบบนี้ครับ ลองเอาสไลด์ (Slide) ขึ้นครับ สไลด์ที่ ๑ ครับ เรื่องของราคาน้ำมันครับ ผมจะเปรียบเทียบให้ดูเชิญครับ ห้องโสตครับ ในสไลด์นี้นะครับ เดี๋ยวท่านจะเห็นว่าอย่างนี้ครับ เอาละครับ น้ำมันเบนซิน ๙๑ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะใช้มาตรการชั่วคราว ลดลงมา ๖.๗๐ บาท จะทำให้ราคา เบนซิน ๙๑ ออกมาแล้วใกล้ ๆ แก๊สโซฮอล์ ๙๑ ครับ จะเห็นว่าส่วนต่างอยู่แค่ ๗๐ สตางค์ เท่านั้นเองครับ ผมบอกท่านเลยครับ คนแห่ไปใช้ ๙๑ หมด แล้วแก๊สโซฮอล์เจ๊งครับ ทั้งแก๊สโซฮอล์ ๙๕ แก๊สโซฮอล์ ๙๑ ใครที่เปิดโรงงานทำพลังงานเอทานอลเรียบร้อยครับ ผมบอกครับ แล้วนี่ครับกำลังเข้าสู่ประเด็นที่ผมจะทวงท่านครับ คนที่เดือดร้อน คือพี่น้องชาวไร่อ้อย มันสำปะหลัง เพราะพืชพวกนี้เป็นพืชพลังงานครับ มาดูราคากันหน่อยครับ สไลด์ที่ ๓ ครับ เชิญครับ อันนี้เป็นอ้อยนะครับ โรงงานครับ สมัยพรรคพลังประชาชน ปี ๒๕๕๑ ราคาเฉลี่ย ๖๑๕ บาท พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลในช่วงก่อนส่งมอบงาน ให้ท่าน ๙๓๐ บาทสำหรับอ้อยครับมากกว่าเดิม ๓๑๕ บาท สไลด์ต่อไปครับ ดูมันหน่อยครับ มันสำปะหลังสดครับ สมัยพรรคพลังประชาชน คงไม่เคยเจอคำว่า ๒ บาทนะครับ ราคาเฉลี่ย อยู่ ๑.๗๓ บาท ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก่อนส่งมอบงานให้ท่านอยู่ที่ ๒.๘๓ บาท บวกขึ้น ๑ บาทกว่า ท่านประธานที่เคารพครับ เอาละครับ ได้แล้วครับ สไลด์ครับ ท่านเห็นแล้วนะครับ ในอดีตพรรคประชาธิปัตย์ทำราคาพืชผลพลังงานพวกนี้ขึ้นมา แต่ผม บอกท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ กำลังจะพังกันอีก แล้วครับราคาพืชผลพลังงาน แล้วผมบอกครับ ราคาอ้อยซึ่งเขามักจะหีบและจัดเก็บกัน ในช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคม หน้าหนาวนี้ละครับราคาอ้อยจะตกต่ำอีกครั้ง ภายใต้การบริหารงานของรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีของรัฐบาลท่าน สิ่งที่ผมขอวันนี้คือ ขอช่วยดูแลชาวไร่อ้อย ขอช่วยดูแลคนปลูกมันสำปะหลัง เมื่อกี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานบอกไม่กระทบ ไม่กระทบได้อย่างไรละครับ ก็แก๊สโซฮอล์มันเจ๊งครับ ราคา มันต่างกันแค่ ๗๐ สตางค์ เมื่อสักครู่ท่านก็เห็นแล้วคนไม่ใช้ล่ะครับ แก๊สโซฮอล์ครับ ขอนะครับ วันนี้ไหน ๆ ท่านก็ทำนโยบายท่านจะบิดไปแล้วว่าจากมาตรการลดน้ำมันถาวร เหลือเพียงชั่วคราว ก็ขอว่าไหน ๆ จะแก้บนกันแล้วอย่าให้ชาวไร่อ้อยและมันสำปะหลัง เดือดร้อนช่วยอุ้มเขาด้วยครับ นี่ครับสิ่งที่ผมจะขอ
ประการต่อมาด้วยความรวดเร็วครับ นโยบายด้านแอลพีจี ทุกวันนี้เงินเอาไป อุดหนุนช่วยแอลพีจีครับ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในอดีตอุดหนุน แอลพีจีให้ทุกคนเสมอภาคเท่าเทียม ขึ้นชาร์ท (Chart) สุดท้ายของผมหน่อยครับ ราคาแก๊ส ต่อถัง ถัง ๑๕ กิโลกรัมที่เราใช้กันอยู่ในภาคครัวเรือน สมัยนี้ตอนนี้ครับ ซึ่งราคา ไม่เปลี่ยนแปลงกับสมัยพรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่ถังละ ๒๘๐ บาท แต่ถ้าลอยตัวจริง แบบที่ พรรคเพื่อไทยบอก ต่อถังจะไปที่ ๕๗๐ บาทครับ เพิ่มขึ้น กระชากขึ้น ๒ เท่าครับ แต่ไม่ได้ เป็นการกระชากลงนะครับ ค่าครองชีพแบบที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บอก จะเป็น การกระชากขึ้นครับ สไลด์พอแล้วครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่ครับ สิ่งไหนที่พรรคประชาธิปัตย์ทำไว้ดีแล้วในการอุ้มแอลพีจี ทำต่อเถอะครับ ผมไม่ว่าครับ ทำไม ล่ะครับ เราจะต้องแบ่งแยกคนหรือครับ หรือว่าเรารังเกียจนโยบายของพรรคพวกผมนักหนา ท่านบอกว่าท่านจะไปช่วยผ่านบัตรเครดิต เดี๋ยวผมช่วยท่านรัฐมนตรีโฆษณาให้เสร็จเลยครับ ท่านจะไปช่วยผ่านบัตรเครดิตพลังงานให้กับคนที่เขาเรียกว่าเป็นรถรับจ้างครับ อยู่ใน นโยบายของท่านด้วยครับ แต่ผมทวงถามแทนคนกรุงเทพมหานคร ส.ส. กรุงเทพฯ หลายคน ถามผมว่าแล้วไม่ช่วยคนกรุงคนเมืองที่เขาไม่ได้หาเช้ากินค่ำแบบคนขับรถแท็กซี่ แต่เขาหา เดือนชนเดือน วันนี้ถ้าผมเป็นสมุห์บัญชีอยู่ที่บริษัทไหน ผมเงินเดือนหมื่นกว่าบาทครับ ผมเป็นธุรการเงินเดือนหมื่นกว่าบาท ขับรถนิสสัน ซันนี่ ปี 1991 ๒๐ กว่าปีที่แล้ว ติดแก๊ส แอลพีจี ผมไม่ได้รับบัตรเครดิตพลังงานจากท่านครับ เพราะในนโยบายท่านบอกแต่เพียงว่า ช่วยรถรับจ้างครับ ผมทวงแทนคนกรุงเทพมหานคร คนเมือง มนุษย์เงินเดือน เงินเดือน หมื่นกว่าบาท ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ ผมขอด้วยครับ แต่ถ้าจะให้ดีครับ ท่านกลับไปใช้นโยบายแอลพีจีที่อุ้มทั่วกันหมดทั้งประเทศไทย แบบที่พรรคประชาธิปัตย์ เคยทำดีกว่า อย่าแบ่งแยกคนเลยครับ ท่านจะหยิบยกอ้างว่าไทยจะต้องเข้าสู่ประชาคม อาเซียนในปี ๒๕๕๘ ปีนี้ปี ๒๕๕๔ อีก ๔ ปีครับท่านรัฐมนตรี วิกฤตการณ์ของแพงเป็น วิกฤตการณ์ครับ อีก ๔ ปีอาเซียนไม่ต้องรีบร้อน อย่าแบ่งแยกคน ผมขอทิ้งเอาไว้ท้ายอย่างนี้ ครับว่านโยบายของพรรคท่านเองหลายเรื่องเป็นการแบ่งแยกคน ผมไม่อยากให้แบ่งแยกว่า กองเชียร์ของท่านในแท็กซี่ต้องดูแล ในขณะที่คนเมืองที่เงินเดือนหมื่นกว่าบาทที่เสียภาษี ในฐาน ท่านไม่ดูแล กลับไปเถอะครับ ใช้มาตรการเหมือนเดิม อุ้มแอลพีจีทั้งระบบแบบที่ พรรคประชาธิปัตย์เคยทำ ผมบอกท่านนะครับ นโยบายแบ่งแยกคนเช่นการเข้าไปช่วยเหลือ พี่น้องที่เสียชีวิตไปจากการชุมนุมรายละ ๑๐ ล้านบาทในกรณีเสื้อแดง ผมก็ไม่คัดค้านครับ แต่ขอให้ท่านคำนึงถึงพี่น้องที่เสียชีวิตที่เป็นทหารที่ภาคใต้ พี่น้องอิสลามที่เสียชีวิตกรือเซะ ตากใบ คนต่าง ๆ ที่ทำเพื่อประเทศไทย ขอให้ท่านจ่ายให้ครบถ้วนครับ ผมมีเท่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอให้มาตรการต่าง ๆ ของท่านนั้นทำเพื่อประโยชน์ โดยคนโดยรวม แล้วอย่าแบ่งแยกคน อย่าทำเพื่อตอบสนองใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ