รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

ภูวนิดา คุนผลิน เสนอแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบ 2 ทาง ได้แก่ การกระตุ้นรากหญ้าและการส่งออก การลงทุน และการท่องเที่ยว และเรียกร้องการสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการตามนโยบายเหล่านี้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งในนโยบายที่สามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการส่งเสริมการท่องเที่ยว

นางสาวภูวนิดา คุนผลิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน ภูวนิดา คุนผลิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามแนวคิดขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบ ๒ ทางนะคะ ดูเอล แทรค (Dual Track) ดิฉันมั่นใจว่าภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงแก่รัฐสภา ในวันนี้ได้นำเสนอแนวทางที่ชัดเจน ในแนวทางแรกนั้นก็คือการกระตุ้นรากหญ้า นโยบาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเพิ่มกองทุนหมู่บ้าน การจัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้ กองทุนพัฒนาสตรี การส่งเสริมโอทอป (OTOP) หรือโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ล้วนแล้วแต่จะเป็นการ กระตุ้นการสร้างรายได้ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ต่อไป ในแนวทางที่ ๒ นั้นก็คือในการกระตุ้นการส่งออก การลงทุน และการท่องเที่ยว ถือได้ว่าเป็นการที่จะทำให้ประเทศนั้นสามารถที่จะหารายได้จากเงินตราต่างประเทศ ดิฉันขออนุญาตที่จะพูดในแต่ละแนวทาง

ในแนวทางแรกนั่นก็คือการกระตุ้นรากหญ้า โครงการโอทอป หรือหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ตามที่รัฐบาลได้มีการจัดตั้งโครงการโอทอปตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ถือได้ว่าเป็น นโยบายที่ได้มีการขับเคลื่อนในภาคประชาชน ได้มีการกระจายรายได้ในส่วนของภูมิภาค ลงไปถึงมือพี่น้องประชาชน จากนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบรากหญ้า ดิฉันมั่นใจ ว่าการที่รัฐบาลได้มีการนำเสนอโอกาสในการที่จะเข้าถึงแหล่งทุนเพิ่มขึ้นจะเป็น แนวทางที่จะทำให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์อย่างยิ่งจากโครงการโอทอป ดิฉันรู้สึก เสียดายในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาที่งบดำเนินการของคณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ได้ถูกปรับลดลงในปี ๒๕๕๓ เหลือเพียง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทำให้การขับเคลื่อน นโยบายโอทอปนั้นไม่สามารถที่จะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถึงแม้ในปีนี้ ปี ๒๕๕๔ ได้มีการปรับงบประมาณเพิ่มขึ้นมาเป็น ๓๐๐ ล้านบาทก็ยังไม่เพียงพอนะคะ ก็อยากจะขอฝากนโยบายดี ๆ ที่จะสามารถสร้างเศรษฐกิจชุมชน สร้างวิสาหกิจชุมชนภายใต้ กรอบนโยบายเร่งด่วนในปีแรก ข้อ ๑.๑๓

ส่วนแนวทางที่ ๒ นั้นก็คือในเรื่องของการสร้างโอกาสการลงทุน การท่องเที่ยว การท่องเที่ยวนั้นถือได้ว่าเป็นมาตรการเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนที่จะสามารถนำ รายได้เข้าสู่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน ดิฉันขอฝากนโยบายการท่องเที่ยวไปยังผู้รับผิดชอบ ให้เร่งผลักดันนโยบายนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและ ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการขับเคลื่อนในเชิงรุก ก็ขอฝากพี่น้องประชาชนนะคะ ซึ่งเป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวที่จะต้องช่วยกันดูแลประสานงานในส่วนของภาครัฐบาล ฝากไปยังรัฐบาลที่จะต้องก้าวเข้ามาดูแลในเรื่องของการส่งเสริม เนื่องจากว่างบประมาณ ที่เกิดขึ้นดิฉันมั่นใจค่ะว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศนี้ได้ และขอสนับสนุน ในแนวคิดแนวทางในเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามที่แถลงในบทบัญญัติของรัฐสภา ในส่วนของการท่องเที่ยวที่สำคัญนั้น ดิฉันคิดว่าเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะสามารถช่วยกัน แก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้สิน ขณะนี้ยอดหนี้ของประเทศไทยนั้นเพิ่มขึ้นเป็นกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือได้ว่าเป็นภาระที่ใหญ่หลวงของประเทศไทย ถ้าเราได้มีการกระตุ้น ในเรื่องของการสร้างเศรษฐกิจในเชิงสร้างสรรค์ การกระตุ้นเศรษฐกิจในเรื่องของการส่งเสริม การท่องเที่ยว หลาย ๆ นโยบายนั้นมีประโยชน์นะคะ ดิฉันเห็นได้มีการพูดคุยกันไว้ในเรื่อง ของการส่งเสริมวีซ่า (Visa) ฟรีนะคะ หรือการที่เราจะลดอัตรายกเว้นค่าตีตราเข้าประเทศก็ สามารถที่จะนำท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น อีกหลาย ๆ โครงการ ที่รัฐบาลจะปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านของการคมนาคมนะคะ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ก็จะสามารถที่จะช่วยส่งเสริมการกระจายตัวของความเจริญ ไปยังแหล่งท้องถิ่นได้ ทำให้ลดอัตราการอพยพของพี่น้องเข้าสู่เมือง และสามารถที่จะ ไปสร้างความเจริญสร้างรายได้ที่มั่นคงในส่วนของภูมิภาคได้มากยิ่งขึ้น ดิฉันขอฝากค่ะ และขอเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาลนี้ที่จะนำพาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบ ๒ แนวทาง หรือที่เรารู้จักกันว่าดูเอล แทรคให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุดและมั่นใจว่าภายใต้ การนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรีนี้จะสามารถนำพา เศรษฐกิจของไทย แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ปลดหนี้ สร้างรายได้ เพิ่มโอกาสและ ที่สำคัญค่ะ นำพาความสุขกลับคืนสู่พี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน ขอกราบขอบพระคุณค่ะ