ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ แถลงนโยบายของรพรรค โดยเน้นการค้านอย่างสร้างสรรค์ และการปฏิบัติต่อข้าราชการด้วยความเป็นธรรม พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการแยกส่วนตัวออกจากส่วนรวม และการเตรียมพร้อมเข้าร่วมอาเซียนด้วยภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการป้องกันสภาวะโลกร้อน และย้ายส่วนราชการส่วนกลางออกจากกรุงเทพมหานคร
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาครับที่ได้กรุณาจัดให้ผมได้พูดในวันนี้หลังจากที่รอมาแล้วประมาณกว่า ๗ ชั่วโมง แล้วก็ได้รับการจัดสรรเวลาที่ต้องขอบคุณท่านประธานวิปฝ่ายค้านนะครับที่เพิ่ม จาก ๓ นาทีกว่าให้มาเป็น ๕ นาที แต่กระนั้นเพื่อไม่ให้เพื่อนสมาชิกได้เสียเวลามากเกินไป ผมก็จะขออภิปรายเฉพาะประเด็นหลัก ๆ ที่สำคัญ ๆ เท่านั้น
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ แม้พรรครักษ์สันติจะเป็นฝ่ายค้าน แต่ผม ยืนยันในที่นี้ว่าเราจะค้านอย่างสร้างสรรค์ ในขณะเดียวกันก็ขอแสดงความชื่นชมที่รัฐบาลได้ แถลงนโยบายต่าง ๆ ที่จะตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนโดยตรง เป็นต้นว่า เรื่องปากท้องของประชาชน เรื่องยาเสพติด การค้ามนุษย์ การทุจริต การต่างประเทศและ สิ่งแวดล้อม ผมขอฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าในเรื่องการปราบปรามยาเสพติดนั้น ได้เคยมีการดำเนินการในเชิงป้องกันมาเป็นเวลายาวนาน แต่บัดนี้มันได้หายไปครับ ก็ฝาก เรื่องการจัดระเบียบสังคมด้วย ที่สมาชิกบางท่านได้พูดถึงว่ามีการค้ายาเสพติด ในสถานบริการนี่แหละครับ ขณะนี้สถานบริการนั้นได้เปิดเลอะเทอะออกนอกโซนนิ่ง (Zoning) และพร้อมกันนั้นมีการเปิดถึงตีห้า เด็กเยาวชนไม่มีการตรวจบัตรครับ
เรื่องการทุจริตนั้นผมได้เคยจัดสัมมนา ๒ ครั้ง ที่จัดเป็นวาระแห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๔๔ และปี ๒๕๔๕ ก็อยากจะกราบเรียนว่าความซื่อสัตย์นั้นต้องเริ่มจาก คณะรัฐมนตรีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๓๕ บวก ๑ ท่านจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดี และรวมทั้ง สภาแห่งนี้ทั้ง ๕๐๐ ท่าน
เรื่องการต่างประเทศ แน่นอนครับเรากำลังจะเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน (ASIAN) และที่สำคัญอย่างยิ่งผมคงไม่ได้เห่อฝรั่ง ภาษากลางของอาเซียนนั้นคือภาษาอังกฤษ วันข้างหน้ารัฐสภาแห่งนี้อาจจะต้องมีการทดสอบภาษาอังกฤษก่อนที่จะมีการสมัคร รับเลือกตั้ง
ในด้านสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเรื่องสำคัญมาก พรรครักษ์สันติ ถือว่าเป็นพรรคที่อาจจะเรียกว่าเป็น กรีน ปาร์ตี้ (Green party) แต่กระนั้นผมก็ขอฝากว่า นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมไม่ควรจะเป็นนโยบายเชิงรับ แต่ควรจะเป็นนโยบายเชิงรุก ที่คล่องตัวได้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่นับวันจะยิ่งทวีความถี่ และความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประเทศไทยยังรอคอยแผนเชิงรุกอยู่ในการป้องกันสภาวะโลกร้อน ที่อาจจะก่อให้เกิดมหันตภัยน้ำท่วมในที่ราบลุ่มทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ราบภาคกลาง ของประเทศไทย ในเรื่องนี้ประเทศไทยไม่มีแผนระยะยาวรองรับ ซึ่งควรจะพิจารณาไปถึง การย้ายส่วนราชการส่วนกลางออกจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเพื่อนบ้านเราที่มีฐานะ เศรษฐกิจด้อยกว่าเราได้ทำมาแล้วเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีที่ย้ายเมืองหลวงไปยังที่สูงกว่า ที่ผ่านมาเราก็เพียงแค่ย้ายส่วนราชการไปที่แยกหลักสี่ และในอนาคตอันใกล้เราก็ย้ายรัฐสภา แห่งนี้ไปแค่เกียกกายเท่านั้นเอง
ท่านประธานที่เคารพครับ ในทางวิชาการนโยบายสาธารณะมันมีขอบเขต ครอบคลุมเพียงแค่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรเท่านั้น แต่ในทางตรงกันข้าม ประเด็นที่สำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือรัฐบาลไม่ควรทำอะไรหรือรัฐบาลต้องไม่ทำอะไร ในที่นี้ผมขอ ยกตัวอย่างอภิปรายสัก ๒ เรื่อง
ตัวอย่างแรกก็คือรัฐบาลต้องยืนยันที่จะไม่ใช้กฎหมายให้อยู่เหนือหลัก ความยุติธรรม เพราะว่าความยุติธรรมนั้นเป็นเป้าประสงค์หลักของการรวมตัวเป็น ประเทศชาติ ดังนั้นถ้าประเทศใดก็ตามที่ขาดความยุติธรรมประเทศนั้นก็ไม่อาจดำรง ความเป็นชาติอยู่ได้ ผมมีความยินดีที่รัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ คำมั่นว่าจะวางตนอยู่ในหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัดและตรงไปตรงมา ประเด็นนี้สำคัญครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลสัญญาแล้วว่าจะไม่ใช้อำนาจรัฐในทางที่ผิดที่จะช่วยเหลือบุคคลใด บุคคลหนึ่งหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและ ความสงบสุขของประเทศชาติเป็นสำคัญ
ตัวอย่างที่ ๒ ก็คือเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งถือเป็นงานของชาติ โดยส่วนรวม นับแต่อดีตกาลข้าราชการไทยทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ ให้ความสำคัญต่อการแยกส่วนตัวออกจากส่วนรวม ดังนั้นญาติพี่น้องของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองจะต้องไม่เข้าก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ เนื่องจากเวลานี้ใกล้ฤดูการแต่งตั้งข้าราชการประจำ เพราะปีงบประมาณ ๒๕๕๕ จะเริ่มต้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ผมคาดหวังว่าการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการประจำในทุกกระทรวง ทบวง กรม จะดำเนินการภายใต้ระบบคุณธรรม ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์ เพราะระบบอุปถัมภ์นั้นมักเน้นย้ำทำให้เกิดความแตกความสามัคคี การเห็นแก่พวกพ้อง บ่อนทำลายความเป็นกลางและศักดิ์ศรีของข้าราชการประจำ จึงขอให้ รัฐบาลนี้ปฏิบัติต่อข้าราชการด้วยความเป็นธรรม
สุดท้ายนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลนี้จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความมั่งคั่ง รุ่งเรืองและส่งเสริมให้ประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคี อยู่ดีมีสุข โดยพรรครักษ์สันติจะคอย ติดตามและตรวจสอบให้กำลังใจหรือตำหนิติเตียนต่อไปครับ ขอบคุณครับ