รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

สุนทรี ชัยวิรัตนะ พูดถึงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนพัฒนา บทบาทสตรี เฉลี่ยจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับผู้หญิงในสังคมไทย เช่น การถูกกดขี่ข่มเหง การถูกเลือกปฏิบัติ การถูกลิดรอนสิทธิ การถูกละเมิดสิทธิศักดิ์ศรีของความเป็นผู้หญิง การขาดโอกาสและการยอมรับทางสังคม และการถูกกระทำด้วยความรุนแรง

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้อง กราบขอบพระคุณที่ท่านให้โอกาสดิฉันได้มีการแสดงความคิดเห็นในการแถลง นโยบายของรัฐบาลในวันนี้ค่ะ นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนั้นต้องยอมรับค่ะ ท่านประธานว่ามีหลายนโยบายก็ล้วนแล้วแต่เป็นนโยบายที่ดี แต่วันนี้ดิฉันเองก็อยากจะขอ มาพูดถึงนโยบายที่ต้องบอกว่าไม่เคยมีความเด่นชัดและชัดเจนเช่นการแถลงนโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มาก่อนเลยค่ะ ก็คือนโยบายเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนพัฒนา บทบาทสตรี เฉลี่ยจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท ต้องบอกเลยค่ะท่านประธานว่าดิฉันรู้สึกดีใจ เป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ประเทศไทยของเราได้มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงคือท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และที่สำคัญดิฉันดีใจยิ่งไปกว่านั้นค่ะที่ดิฉันได้อยู่ในพรรคการเมืองที่ดีอย่างพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคที่ต้องยอมรับว่ามีนโยบายในการดูแลผู้หญิงอย่างแท้จริงอย่างจริงจัง จนเรา สามารถชนะการเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่ผ่านมาด้วยคะแนนที่ท่วมท้นค่ะ ต้องเรียนว่า ตรงส่วนนี้นโยบายของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีนี้เป็นผลทำให้พรรคของดิฉันได้รับ ความไว้วางใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก แล้วก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันค่ะที่มีนโยบายของ พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับสตรีที่เป็นรูปธรรมและชัดเจนที่สุดในการแถลงนโยบาย ในครั้งนี้ค่ะ ประเทศไทยของเราค่ะท่านประธาน เรามีประชากร ๖๐ กว่าล้านคน แต่ว่าเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรเป็นประชากรผู้หญิงค่ะ ซึ่งปัจจุบันนี้ด้วยสภาวะทางเศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปก็ทำให้ผู้หญิงของประเทศไทยเราต้องเข้ามามีส่วนร่วม ในการรับภาระในการดูแลครอบครัวกันมากขึ้น เราจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะมีงานมีการอะไร ในตามท้องถิ่นก็จะพบว่ากลุ่มแม่บ้านนี่แหละค่ะที่จะเป็นผู้ที่มีจิตอาสาทำงานโดยที่ไม่ได้รับ ผลตอบแทน แต่ก็ทำงานด้วยความเต็มใจ แล้วก็ช่วยส่วนรวมในการพัฒนาประเทศชาติ เป็นอย่างดีค่ะ แต่ที่สำคัญค่ะท่านประธาน ดิฉันคิดว่าตรงจุดนี้เป็นสาเหตุหนึ่งหรือที่มาของการที่ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้นำมาเป็นที่มาของการจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งมีวงเงินเฉลี่ยจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท ปัญหาที่เกี่ยวกับผู้หญิงในสังคมไทย ท่านประธานคะ ท่านทราบไหม มันเป็นปัญหาที่ถูกปล่อยปละละเลยมาเป็นเวลานานค่ะ เราไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการถูกกดขี่ข่มเหงทั้งทางด้านร่างกาย ทางด้านจิตใจ การถูกเลือกปฏิบัติ การได้รับความไม่เป็นธรรมทางสังคม การถูกลิดรอนสิทธิ การถูกละเมิดสิทธิศักดิ์ศรีของความเป็นผู้หญิง การขาดโอกาสและการยอมรับทางสังคม การถูกกระทำด้วยความรุนแรงทั้งจากบุคคลภายในและภายนอกครอบครัว ต้องยอมรับค่ะ ท่านประธาน สังคมไทยเราผู้หญิงต้องทำงานหนักมาเป็นเวลานาน แต่เรากลับไม่ได้รับ การดูแลและเอาใจใส่ให้ความสำคัญอย่างที่ควรจะเป็น ผู้หญิงในปัจจุบันของเราต้องรับภาระ ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาระทางด้านครอบครัวหรือว่าทางด้านสังคม จะเห็นได้จากการที่ ในปัจจุบันเรามีผู้หญิงเป็นคุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง เป็นผู้นำครอบครัวเป็นจำนวนมาก บุคคลเหล่านี้เป็นคนมีความรู้ความสามารถ แต่ยังไม่ได้รับโอกาสในการเข้ามามีส่วนร่วม ในการพัฒนาประเทศ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันผู้หญิงเราจะมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้นกว่า ในอดีตซึ่งอาจจะดูได้จาก การที่ผู้หญิงได้มีโอกาสเข้ามาเป็นสมาชิกระดับประเทศอย่าง ส.ส. หรือ ส.ว. หรือว่าการที่ผู้หญิงจะมีส่วนร่วมในการเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เป็นจำนวนมากขึ้น แต่หากเรานำกลับไปเทียบกับจำนวนประชากรที่เป็นผู้หญิงของ ประเทศไทยเรา เราจะพบได้เลยว่าสัดส่วนยังมีสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยหรือว่าต่ำอยู่มาก แต่น่าดีใจในเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธานคือการที่ประเทศไทยของเราเริ่มให้โอกาสผู้หญิง เยอะขึ้นด้วยการที่เรามีผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งในระดับผู้บริหารมากอยู่ในลำดับต้น ๆ ของโลกค่ะ ซึ่งตรงจุดนี้ดิฉันคิดว่าก็น่าจะเป็นโอกาสและแนวโน้มที่ดีขึ้นในการที่จะทำให้ผู้หญิงเข้ามามี บทบาทในการช่วยพัฒนาประเทศเราได้ค่ะ ดิฉันคิดว่าผู้หญิงที่มีโอกาสในการเป็นผู้บริหาร ส่วนใหญ่จะอยู่ในสังคมเมือง พูดง่าย ๆ ก็คืออยู่ในกรุงเทพมหานคร ตามชุมชนต่างจังหวัด หรือว่าชุมชนชนบทการที่ผู้หญิงจะได้รับโอกาสและได้รับการยอมรับเข้ามาเป็นผู้บริหาร ยังค่อนข้างน้อย ซึ่งตรงส่วนนี้จะต้องได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอีกเป็นจำนวนมาก หรือว่าพัฒนาในเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายค่ะ ซึ่งน่าจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งเลยค่ะ ที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เห็นความสำคัญตรงนี้ ก็เลยได้นำนโยบายกองทุน พัฒนาบทบาทสตรีเข้ามาเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการดำเนินการในปีแรก ดิฉันเอง ได้ฟังว่าจังหวัดทุกจังหวัดจะได้รับวงเงินเฉลี่ยงบประมาณจังหวัดละ ๑๐๐ บาท ตามความเข้าใจของดิฉันดิฉันก็คิดว่าคำว่าเฉลี่ยนี่ก็คงจะขึ้นอยู่กับตามขนาดของจังหวัดนั้น ๆ ค่ะ จังหวัดใหญ่ก็อาจจะได้เงินสนับสนุนกองทุนพัฒนาสตรีในวงเงินที่มากกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้การจัดสรรงบประมาณหรือการจัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อจะสนองให้นโยบาย กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีประสบความสำเร็จได้ ดิฉันเข้าใจว่าน่าจะมีการจัดตั้ง เป็นคณะกรรมการระดับประเทศ ระดับจังหวัดเข้ามาดูแลในการอนุมัติในเรื่องดังกล่าว ดิฉันคิดว่าแนวโน้มก็คือน่าจะทำการในการให้ความรู้ ส่งเสริมการศึกษา ส่งเสริมการฝึกอบรม เพิ่มทักษะในการประกอบวิชาชีพ หรือช่วยให้กลุ่มสตรีได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเข้าหา แหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ ทำให้ผู้หญิงมีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งตรงนี้ค่ะท่านประธาน ก็จะทำให้ผู้หญิงเราได้รับการยอมรับเป็นอย่างดียิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็น และเป็นการช่วยแก้ไข ปัญหาที่หมักหมมมานานได้เป็นอย่างดีค่ะ และนอกจากนั้นยังเป็นการต่อยอดถึงโครงการ โอทอป (OTOP) ที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาให้สินค้าประจำประเทศของเราหรือสินค้าพื้นบ้าน ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทอผ้า สิ่งทอ ขนม อาหารที่เป็นขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมไทยก็น่าจะได้รับการอนุรักษ์ดูแลเป็นอย่างดี ต้องยอมรับค่ะเรามีองค์กรที่เป็นสตรี มาดูแลในการแก้ไขเป็นจำนวนมาก แต่ว่าเรายังขาดการสนับสนุนอีก ดิฉันต้องขอชมท่าน นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ค่ะ ที่ท่านได้นำนโยบายที่ดีอย่างกองทุนพัฒนาสตรี เข้ามาช่วยผลักดันในการแก้ไขปัญหาให้กับผู้หญิงเราอย่างแท้จริง กราบขอบพระคุณค่ะ