รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

เหวง โตจิราการ หารือเรื่องการสนับสนุนของประชาชนให้พรรคเพื่อไทย โดยระบุหลักนโยบายสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ การคืนความสุขให้กับประชาชนและประชาธิปไตยให้กับประเทศไทย และเรียกร้องให้มีการปรองดองและทำความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าการที่พรรคเพื่อไทยได้มีโอกาสมา จัดตั้งรัฐบาลนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากการสนับสนุนของประชาชนอันไพศาลทั่วประเทศ การที่ ประชาชนไพศาลทั่วประเทศสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้เนื่องจากว่าพรรคเพื่อไทยมีหลัก นโยบายที่สำคัญเพียง ๒ ประการ

ประการที่ ๑ ก็คือหลักคืนความสุขให้กับคนไทย อันนี้ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับการที่ประชาชนเลือกย่อมแสดงให้เห็นว่าประชาชนทุกข์ร้อนเหลือเกิน เมื่อทุกข์ร้อนเหลือเกิน เมื่อพรรคเพื่อไทยเสนอนโยบายตรงกับใจเขาเขาก็เลยเลือกครับ นี่สะท้อนออกว่าประเทศชาติบ้านเมืองมีความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วง คือถ้าหาก ไม่มีความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างหนักหน่วงประชาชนต้องมีความสุขครับ ในเมื่อประชาชนมีความทุกข์นี่ แล้วพรรคเพื่อไทยเสนอเรื่องคืนความสุขให้ประชาชน ประชาชนก็เลยตอบรับด้วยเสียงที่ท่วมท้น ท่านประธานอย่าเข้าใจผิดว่าผมจะมาอภิปราย เรื่องคืนความสุข เพียงแต่กราบเรียนให้ท่านทราบนะครับว่ามี ๒ หลัก หลักหนึ่งก็คือความสุข ซึ่งเพื่อนร่วมพรรคผมนี่จะอธิบายให้ท่านประธานทราบ หลักที่ ๒ ก็คือคืนประชาธิปไตย ให้ประชาชน หลักนี้ครับผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในหลักเรื่อง คืนประชาธิปไตยให้ประชาชนนี่ นั่นย่อมหมายความว่าประชาชนเขาสำนึกและตระหนัก อย่างยิ่งว่าประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตย เมื่อเป็นอย่างนี้มีความจำเป็นที่พรรคเพื่อไทย ต้องคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชนให้ได้ ซึ่งเราจะทำใน ๒ เรื่องใหญ่ เรื่องแรกคือ การปรองดองสมานฉันท์และประชาธิปไตย ฟื้นฟูประชาธิปไตย และเรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่อง การปรับแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ผมมีเวลาสั้น ผมเลยอยากจะ กราบเรียนสั้น ๆ นะครับว่าปรองดองไม่ได้หมายถึงการกวาดเอาขยะซุกไว้ใต้พรมนะครับ ใครก็ตามที่คิดว่าการปรองดองหมายถึงการกวาดเอาขยะทั้งหมดหรือสิ่งโสโครกปฏิกูล ทั้งหลายซุกไว้ใต้พรมแล้วมาจับมือชื่นมื่นกันนี่ ขอประทานโทษครับ เข้าใจผิดครับ แต่ปรองดองน่าจะหมายถึงชี้ให้เห็นว่ากองขยะอยู่ตรงไหน สิ่งปฏิกูล อาจม อยู่ตรงไหน และเราช่วยกันไปกวาดให้มันสะอาดและไปทำลายทิ้งเสีย ท่านประธานคงจะเข้าใจสิ่งที่ ผมเปรียบเปรยนะครับ เพราะฉะนั้นปรองดองที่สำคัญที่สุดก็คือต้องชี้ให้เห็นว่าขยะ อยู่ตรงไหน อาจมอยู่ตรงไหน ท่านประธานครับ ผมคงไม่อยากจะสาวยืดไปในอดีตอันยาวไกล แต่เอาใกล้ ๆ นี่ ประชาชนทั่วโลก ไม่เพียงแต่ประเทศไทย เห็นชัดนะครับว่ามีประชาชน จำนวนมากเสียชีวิตในการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะฉะนั้นตรงนี้เห็นชัด ๆ เลยนะครับ มันต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงมีการใช้อาวุธสังหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ อาวุธสงครามไปสังหารประชาชน ดังนั้นวันนี้ประชาชนทั่วทั้งประเทศรวมทั้งทั่วทั้งโลก เขาประสงค์อยากจะทราบว่าอะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ การปรองดองนี่ข้อแรกที่สุดก็คือต้องทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งอันนี้เราได้มอบหมายให้ คอป. อันนี้สะท้อนถึงความใจกว้างของพรรคเพื่อไทยนะครับว่า คอป. เป็นคณะกรรมการซึ่งตั้งโดย รัฐบาลชุดที่ผ่านมา หากว่าพรรคเพื่อไทยใจแคบ พรรคเพื่อไทยสามารถเอาเจตจำนงของ พรรคเพื่อไทยด้วยเสียงท่วมท้นไปปฏิเสธและตั้งคณะกรรมการของตัวเอง แต่เมื่อ ได้ความจริงไปแล้ว ต้องนำไปสู่หลักนิติรัฐ นิติธรรม ทุกคนไม่ว่าถูกหรือผิดต้องเดิน ไปสู่กระบวนการนิติธรรม นิติรัฐ หรือกระบวนการยุติธรรม แล้วหลังจากนั้น จะนิรโทษกรรมหรือไม่ก็สุดแท้แต่ประชาชนทั่วประเทศจะช่วยกันลงความเห็น ท่านประธาน โปรดคืนความยุติธรรมให้กับพรรคเพื่อไทยด้วยนะครับ พรรคเพื่อไทยถูกใส่ร้ายป้ายสี มาโดยตลอดว่าเราทำทุกอย่างเพื่อคนคนเดียว ไม่ใช่ครับท่านประธาน เราต้องการให้ประเทศนี้ มีประชาธิปไตยที่แข็งแรง เราไม่เคยพูดถึงคำว่านิรโทษกรรมสักคนหนึ่ง ยิ่งไม่เคยไปพูดถึง นิรโทษกรรมสำหรับคนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะ ผมมีเวลาสั้นมากเหลือเกิน ผมจะข้ามไปพูด ประเด็นเรื่องรัฐธรรมนูญ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านตั้งข้อสงสัยว่ามันจำเป็นอะไรหนักหนา ในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนถามท่านประธานไปยังสมาชิก ทุกท่าน รวมถึงประชาชนทั่วทั้งประเทศไทยและทั่วโลก มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนในประเทศไทย ไหมครับ มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนในโลกนี้ไหมครับ ที่ยืนยันรับรองว่าการรัฐประหารนั้นถูกต้อง ชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ โดยตัวมันเองก็บอกอยู่ในตัวแล้วว่า การรัฐประหารนั้นเป็นปฏิปักษ์โดยสิ้นเชิงกับประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นเพียงแค่มาตรา ๓๐๙ มาตราเดียวที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญก็สามารถทำให้บอกได้แล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็น รัฐธรรมนูญอัปลักษณ์ที่สุดของโลก ดังนั้นไม่ทราบว่าใครที่หวงแหนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านอยากจะคงความอัปลักษณ์ให้กับประเทศไทยหรืออย่างไร ผมไม่ได้พูดถึงการนิรโทษกรรม ให้ใครทั้งสิ้น แต่ผมพูดว่าการรัฐประหารนั้นไม่ถูกต้องชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องเอาการรัฐประหารออกไปจากรัฐธรรมนูญทันทีครับ ท่านประธานในความเห็นของผม แต่อันนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่านี่เป็น ความเห็นส่วนตัวของผม พรรคเพื่อไทยนี่มีโรด แมพ (Road map) ผมขออนุญาต ใช้ภาษาอังกฤษ ก็คือมีตารางเวลา คือเราอยากให้พรรคของเรานี่แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ให้ประชาชนก่อน ซึ่งเราเชื่อว่าเราทำได้ภายในเวลา ๓ เดือนอย่างแน่นอน อาทิเช่น ไม่ว่าจะ เป็น ๓๐๐ บาทต่อวัน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน หรือว่าจำนำราคาข้าว ทำได้ครับ เพราะหลังจากที่เราแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชนนี่พอจะเงยหน้าอ้าปากแล้ว เราจะ ก้าวสู่กระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป ซึ่งไม่ได้หมายความว่าใน ๓ เดือนที่รัฐบาล พรรคเพื่อไทยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนี่พรรคเพื่อไทยจะนิ่งนอนใจกับการเริ่มต้นในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มิได้ครับ เพราะเราจะเริ่มต้นกระบวนการปฏิรูปโดยการจัดตั้งคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรักประชาธิปไตยอย่างแท้จริงมาพิจารณาแก้ไขมาตรา ๒๙๑ เพื่อให้ได้ สสร. ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ ท่านประธานครับ นี่คือ ความใจกว้างอีกประการหนึ่งของพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยชนะมาด้วยคะแนนเสียง ท่วมท้น มีความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยอาจจะยัดเยียดเจตจำนงของพรรคเพื่อไทยใส่ใน รัฐธรรมนูญโดยตรงก็ได้ แต่พรรคเพื่อไทยไม่ทำอย่างนั้นครับ ไม่ทำเป็นอันขาดเพราะเราเคารพประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น สสร. ก็ต้องมาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ และภายหลังจากที่ สสร. นี้ได้ไป ตระเตรียมร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญที่คลอดออกมาจาก สสร. ต้องไปถาม ความเห็นของประชาชนทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่งนะครับ หลังจากนั้นถึงจะคลอดออกมาเป็น รัฐธรรมนูญที่บังคับใช้ เพราะฉะนั้นโดยสรุปรวมแล้ว ท่านประธานที่เคารพ นี่จึงเป็นความจำเป็น ที่พรรคเพื่อไทยต้องสร้างความปรองดองขึ้นมาในปีแรก และนี่คือความจำเป็นที่รัฐบาล พรรคเพื่อไทยมีความจำเป็นในการที่แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนในปีแรก ก่อนที่ผมจะจบนี่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า พรรคเพื่อไทยและพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศนี่มีความมุ่งมั่นอย่างเด็ดเดี่ยวว่าการใช้การทหารแก้การเมือง ต้องจบแล้วในประเทศไทยนี้ครับ เราจะไม่อนุญาตให้ทหารมาลั่นกระสุนสังหารประชาชน อีกต่อไป ในชีวิตผมนี่เห็น ๖ ครั้งแล้วนะครับ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๕ เมษายน ๒๕๕๒ แล้วก็มาเมษายน พฤษภาคม ๒๕๕๓ ผมเชื่อมั่นว่า ท่านประธานคงเห็นด้วยกับผม และผมเชื่อมั่นสมาชิกพรรคเพื่อไทยรวมทั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านรวมทั้งประชาชนไทยทั่วทั้งประเทศเห็นด้วยกับผมนะครับว่าเรายุติ ได้แล้วครับที่จะให้ทหารแก้การเมือง ยุติการฆ่าประชาชนได้แล้วครับ ขอบคุณครับ