รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่ไม่สมบูรณ์ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และไม่มีเป้าหมายระยะยาว โดยแสดงความเห็นว่าควรปรับปรุงให้ดีขึ้น และเรียกร้องการปฏิรูปเพื่อให้ตรงตามความต้องการของประชาชน นอกจากนี้ยังเห็นว่าโครงการรถไฟฟ้าจะต้องขาดทุนและไม่สมเหตุสมผลในการกำหนดราคาค่าบริการ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอนุรักษ์แหล่งศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุอย่างจริงจัง

ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิก วุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันได้ทราบนโยบายของคณะรัฐมนตรีนะคะ แล้วก็ได้ วิเคราะห์แล้วว่านโยบายของท่านนั้นได้ถูกเขียนไว้อย่างสวยงาม ในทางปฏิบัติดิฉันคิดว่า คงจะทำได้ยากแล้วก็ไม่มีการเสนอแนวทางในบางนโยบายที่จะนำไปปฏิบัติให้เกิดผลตามที่ ได้วางนโยบายไว้ ถ้าจะเปรียบนโยบายนี้กับภาพเขียนดิฉันคิดว่าเป็นภาพเขียนเชิงนามธรรม หรือที่เรียกว่าภาพแอบสแทรคท์ (Abstract) แล้วบางนโยบายก็สามารถที่จะเป็นจริงไปได้ยาก คือสวยแต่ว่าเป็นภาพที่เหนือความเป็นจริงที่เรียกว่าภาพเซอร์เรียลิสม์ (Surrealism) ดิฉันจะชี้ให้เห็นต่อไปนะคะ

อีกประการหนึ่ง นโยบายส่วนใหญ่เป็นนโยบายเชิงรับไม่ใช่นโยบายเชิงรุก เป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้น ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่มีเป้าหมายสำหรับอนาคต หรือการแก้ปัญหาระยะยาว ตัวอย่าง เช่น การแก้ปัญหาน้ำท่วม ฝนแล้ง ทำอย่างไร น้ำจะไม่ท่วม หรือน้ำท่วมก็อยู่กันได้ไม่ใช่ว่าท่วมทีก็แก้กันที จะต้องมีการวางแผนไว้ อย่างไรนะคะ การสร้างความเจริญให้กับชนบท ด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการ จะทำ อย่างไร คนจะได้ไม่อพยพเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ดิฉันจะขอพูดในรายละเอียดบางข้อ ที่ดิฉันคิดว่าเหมือนกับภาพเกินจริง ยกตัวอย่าง นโยบายข้อ ๑.๑ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้กับคนในชาติและฟื้นฟูระบบ ประชาธิปไตย เสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันของประชาชน เยียวยาและฟื้นฟู สนับสนุนให้ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ดิฉันขอให้ ความเห็นว่า นโยบายนี้ทำให้รัฐต้องเสียเงินทองในการตั้งคณะกรรมการหรือ คอป. เพื่อมา ค้นหาความจริง ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็ทราบกันดีว่าความจริงที่เกิดขึ้นในครั้งที่ผ่าน ๆ มานั้น ภาพที่เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ทางโทรทัศน์สามารถประมวลความจริงได้โดยไม่ต้องไป ค้นหาให้เสียเวลาและงบประมาณ และดิฉันขอเตือนว่าการปรองดองต้องเริ่มจากรัฐบาล ถ้าท่านไม่รอบคอบหรือระมัดระวังจะเป็นชนวนสร้างความแตกแยกมากกว่าความปรองดอง ขอให้ท่านดูบทเรียนที่ผ่านมา ดิฉันขออ้างคำสอนของพระพรหมคุณาภรณ์ หรือท่านประยุทธ์ ปยุตโต เท่าที่จำได้นะคะว่า บุคคลจะรักใคร่ปรองดองกันได้นั้นจะต้องมีความเสมอกัน ๔ ประการคือ สมศีลา บุคคลนั้นจะต้องมีศีลมีธรรมเสมอกัน สมศรัทธา บุคคลนั้นจะต้องมี ความพอใจ ความชอบในสิ่งต่าง ๆ เช่นเดียวกัน สมปัญญา บุคคลนั้นจะต้องมีสติปัญญา เท่าเทียมกันจึงจะพูดกันรู้เรื่อง สมจาคา บุคคลนั้นจะต้องมีจิตใจที่เสียสละ สามารถบริจาคได้ เท่าเทียมกัน ถ้าคนหนึ่งใจบุญ อีกคนหนึ่งใจแคบไม่ยอมจ่ายเงิน แม้จะเป็นหน้าที่ก็อยู่ด้วยกัน ไม่ได้

ข้อ ๒ นโยบายความมั่นคงแห่งรัฐ ในคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๔๘ มีข้อความว่ารัฐบาลจะเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ แห่งพระมหากษัตริย์ มิให้ผู้ใดล่วงละเมิดได้ แต่ในนโยบายของคณะรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีข้อความในบรรทัดแรกตรงกัน เพราะท่านลอกมานะคะ แต่ท่านตัดข้อความที่มีความสำคัญ ออกไปคือคำว่า มิให้ผู้ใดล่วงละเมิดได้ ดิฉันอยากขอกราบเรียนให้ท่านนายกรัฐมนตรี ช่วยตอบด้วยว่าเหตุใดไม่มีข้อความนี้ มิให้ผู้ใดล่วงละเมิดได้ นะคะ

ข้อ ๑.๓ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ อย่างจริงจัง ในตอนท้ายของข้อกล่าวว่า เสริมสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และ ธรรมาภิบาลของบุคลากรภาครัฐ ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกและค่านิยมของสังคมให้ยึดมั่น ในความซื่อสัตย์ สุจริต และถูกต้องชอบธรรม

ท่านประธานที่เคารพคะ รัฐบาลมีนโยบายที่จะเสริมสร้างมาตรฐาน ด้านคุณธรรมจริยธรรมแก่บุคลากรภาครัฐ แต่พอถึงความซื่อสัตย์กลับโยนไปให้ปลูกฝัง จิตสำนึกและค่านิยมของสังคม แล้วภาครัฐไม่ต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์หรือคะ

ข้อ ๑.๔ ให้มีมาตรการภาษีเพื่อลดภาระการลงทุนสำหรับสิ่งจำเป็นในชีวิต ของประชาชนทั่วไปได้แก่บ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรก ดิฉันเห็นด้วยกับนโยบาย บ้านหลังแรก แต่ไม่เห็นด้วยกับการลดภาษีรถยนต์คันแรก เพราะคนที่มีรถอยู่แล้วก็อาจจะ ใช้ชื่อผู้อื่นซื้ออีก ทำให้เพิ่มจำนวนรถยนต์ขึ้นมามากขึ้น การจราจรติดขัด เพิ่มมลภาวะ ที่จอดรถไม่เพียงพอก็จะจอดกันเกะกะตามซอกตามซอย ต่างประเทศมีแต่จะควบคุมจำนวน รถยนต์ส่วนตัวด้วยมาตรการภาษีและค่าจอดรถที่สูงลิบ บางประเทศก็มีการควบคุมเพิ่ม โดยวิธีให้แสดงผังที่จอดรถถ้าใครไม่มีที่จอดรถถาวรก็ไม่สามารถซื้อรถได้

ข้อ ๑.๑๐.๑ เพิ่มกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอีกแห่งละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ข้อนี้ถ้ารัฐบาลอยากจะเพิ่มกองทุนสำหรับหมู่บ้านดิฉันก็พอจะยอมรับได้ แต่การเพิ่มกองทุน ให้กับชุมชนเมืองดิฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะประชาชนในชนบทก็จะย้ายเข้ามาอยู่ ในเมืองมากขึ้น ละทิ้งหมู่บ้านและอาชีพเกษตรกรรมเข้ามาเป็นคนเมือง เพิ่มจำนวน ประชากรของคนเมืองอันจะสร้างปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น ปัญหาที่อยู่อาศัย ปัญหา การจราจร ปัญหาความหนาแน่นของประชากร และปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น

นโยบายข้อ ๓.๔.๕ เร่งรัดโครงการรถไฟฟ้า ๑๐ สายทางในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล และเก็บค่าบริการ ๒๐ บาทตลอดสายทั้งระบบ ดิฉันมีความเห็นว่าโครงการ รถไฟฟ้าจะต้องขาดทุนแน่นอน อย่างน้อยควรจะแบ่งเขตใน กทม. ราคาหนึ่ง นอกเขตที่อยู่ ห่างไกลก็เพิ่มเป็นอีกราคาหนึ่งก็พอจะสมเหตุสมผลนะคะ ในข้อเดียวกันนี้มีว่า การพัฒนา ที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยมีโอกาสได้ที่อยู่อาศัยในราคาและค่าเช่าถูกตามบริเวณใกล้ สถานีรถไฟฟ้า ดิฉันนึกไม่ออกว่าท่านจะทำได้อย่างไรในเมื่อที่ดินตามบริเวณใกล้สถานี รถไฟฟ้ามีราคาสูงมาก ก็อยากจะขอให้ผู้ร่างนโยบายนี้ช่วยตอบให้กระจ่างด้วย จะขอขอบพระคุณยิ่งนะคะ

อนึ่ง การทำรถไฟฟ้าเฉพาะในกรุงเทพฯ ทำให้ผู้อยู่ในกรุงเทพฯ สะดวกสบาย เป็นการเพิ่มประชากรให้คนชนบทเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ มากขึ้น สร้างความแออัดยัดเยียด ควรนำเงินไปพัฒนาหัวเมืองสำคัญ ๆ ให้เจริญทัดเทียมหรือใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ ด้วยนะคะ แล้วก็ปรับปรุงระบบรางให้ทันสมัยเพื่อสร้างงานให้กับพวกต่างจังหวัดไม่ต้องหลั่งไหลเข้ามา ในกรุงเทพฯ

ข้อ ๔.๔.๓ อนุรักษ์ ทำนุบำรุง และบูรณปฏิสังขรณ์แหล่งศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่เป็นเอกลักษณ์และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ในข้อนี้ขอให้ท่านดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะต้องใช้งบประมาณมาก ทั้งอัตรากำลังและ เงินทอง ขอให้มุ่งเน้นส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์และบริหารจัดการศิลปะและวัฒนธรรม ในทุกระดับทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้มากกว่าการคำนึงถึงเพียงการจะได้เป็นมรดก ของชาติหรือมรดกโลกที่สร้างประโยชน์เชิงรายได้หรือเศรษฐกิจเท่านั้น ถ้าท่านทำได้ขอท่าน อย่าลืมเรื่องเร่งด่วน