กรวีร์ ปริศนานันทกุล หารือเรื่องกลุ่มชมรมเสียงสตรีที่อ้างตัวเองว่าเป็นกลุ่มสตรีเสื้อแดง และกล่าวหาว่ากลุ่มนี้มีเจตนารมณ์ที่แอบแฝงทางด้านการเมือง โดยอ้างว่ากลุ่มนี้พยายามแบ่งแยกประชาชนและสร้างความแตกแยกในสังคม
มีกลุ่ม เคลื่อนไหวทางการเมืองบางกลุ่มพร้อมกับบุคคลที่ให้การสนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรค ได้ไปสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นกับกลุ่มองค์กรสตรีที่ขึ้นทะเบียนไว้อย่างถูกต้องกับหน่วยงาน ของรัฐอยู่แล้ว กลุ่มนี้อ้างตัวเองว่าเป็นกลุ่มชมรมเสียงสตรี ซึ่งมีแนวจุดยืนของชมรมของตัวเองชัดเจน ทั้งหมด ๘ ข้อครับ ผมคงไม่รบกวนเวลาสภาแห่งนี้ด้วยการอ่านจุดยืนทั้ง ๘ ข้อของชมรม เสียงสตรี เพียงแต่อยากจะหยิบยกมาบางข้อนะครับ ผมยกตัวอย่าง เช่น ข้อ ๕ ให้มี รัฐบาลพรรคเดียวเท่านั้น ให้รัฐบาลมีเอกภาพเพื่อประสิทธิภาพในการบริหาร สามารถ ดำเนินนโยบายพัฒนาประเทศชาติได้สำเร็จ ข้อ ๖ ครับ ไม่มีการธุรกิจคอร์รัปชัน เพราะการมี พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคคือความอ่อนแอทางการเมือง ความอ่อนแอของรัฐบาล และเป็นต้นเหตุของการทุจริตคอร์รัปชัน นอกเหนือไปจากจุดยืนทั้ง ๘ ข้อนี้แล้วยังมีใบสมัครครับ ยังมีใบสมัครสมาชิกชมรมเสียงสตรี ซึ่งเดี๋ยวผมก็จะส่งให้กับท่านประธานอีกเช่นเดียวกัน ก็บอกครับ มีระบุชื่อ นามสกุล ประวัติการศึกษา ที่อยู่ แต่สิ่งที่ผมประหลาดใจเป็นสิ่งที่ผมนั้น อดที่จะเคลือบแคลงและสงสัยในเจตนารมณ์ที่แท้จริงของกลุ่มนี้ไม่ได้ นั่นก็คือมีให้ระบุลงไป ด้วยนะครับว่าประสบการณ์ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้นมีอะไรบ้าง และกลุ่มนี้ ได้นำเอาเอกสารเหล่านี้นั้นไปบอกกับกลุ่มสตรีอาสาในบางเขตพื้นที่ และเอาแนวนโยบาย ซึ่งเป็นแนวนโยบายที่มีประโยชน์ เป็นแนวนโยบายที่ดีที่ตั้งใจที่จะส่งเสริมพัฒนากลุ่มสตรี อย่างแท้จริงนั้นไปแอบแฝงโดยไปบอกครับ ไปบอกว่ากลุ่มสตรีทั้งหลายถ้าหากว่าอยากจะ ได้รับผลประโยชน์จากการเข้าร่วมกองทุนของรัฐบาลที่จะตั้งจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาทนั้น จำเป็นที่จะต้องเข้ามาอยู่ในชมรมเสียงสตรี หรืออีกคำหนึ่งที่เขาไปพูดในท้องที่นั้น ก็บอกครับบอกว่าชมรมสตรีคนเสื้อแดงหรือกลุ่มแม่บ้านเสื้อแดง ผมถามกับท่านประธาน ว่าเราสามารถที่จะปล่อยให้บุคคลใดก็ไม่ทราบ ไม่มีสังกัด ไม่มีหน่วยงานที่รองรับ เอานโยบายที่มีประโยชน์ เอานโยบายดี ๆ เช่นนี้ของรัฐบาลไปแสวงหาประโยชน์เพื่อกลุ่ม ของตัวเองแบบนี้ได้ด้วยหรือครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ก็ได้เห็น เพื่อนสมาชิกได้หยิบยกนำเอาประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง ซึ่งผม คงไม่อภิปรายเพิ่มเติม เพราะเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกก็ได้ลุกขึ้นมาชี้แจงแล้วก็ได้ปฏิเสธว่า ข้อมูลเหล่านั้นไม่เป็นความจริง ผมก็ได้แต่ภาวนาครับว่าแนวความคิดจนไปถึงทิศทาง ในการปฏิบัติที่จะนำเอานโยบายต่าง ๆ ไปใช้นั้นเราจะทำด้วยความเสมอภาค เราจะจัดทำ แนวนโยบายและเอาไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และผมก็เชื่อมั่นเหลือเกินนะครับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นปรากฏการณ์ของกลุ่มการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะแบบนี้ เช่นเดียวกับผู้สนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรค ซึ่งผมเองก็คงไม่อาจที่จะไปคิดแทนชมรม เสียงสตรีหรือว่าชมรมสตรีเสื้อแดงนะครับว่ามีเจตนาที่แท้จริงแอบแฝงทางด้านการเมือง หรือไม่ อย่างไร แต่สิ่งที่เกิดแน่ ๆ นั่นก็คือความแตกแยกและความร้าวฉานที่จะเกิดขึ้น ในสังคมของพวกเราด้วยการพยายามที่จะไปแบ่งแยกให้คนแบ่งเป็นสีนั้นให้เป็นสีนั้นสีนี้ ให้เป็นฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ และผมก็แปลกใจครับ แปลกใจที่หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาล เพิ่งได้แถลงกับรัฐสภาแห่งนี้ไปก็คือการสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์ของคน ในชาติ ผมถามว่าด้วยวิธีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งคนให้เป็นสีนั้นสีนี้แบบนี้นะหรือครับ ที่เราสามารถที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นด้วยวิธีการแบบนี้นะหรือครับ ผมคิดว่าไม่ใช่ และผมก็เชื่อมั่นนะครับ พอดีท่านนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ด้วย ผมก็เชื่อมั่นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเองพร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีคงจะไม่มีแนวทางในการปฏิบัติ ด้วยการแบ่งแยกคนให้เป็นกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ แบ่งคนให้เป็นสีนั้นสีนี้ เป็นวิธีการในการสร้าง ความปรองดองให้เกิดขึ้นในประเทศของเราใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นชมรมเสียงสตรีก็ดี ชมรมกลุ่มสตรีเสื้อแดงก็ดี ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีเอง คณะรัฐมนตรีเองอาจจะ ไม่ทราบครับ เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องช่วยกันห้ามปรามและไปหยุดพฤติกรรม ในการสร้างความแตกแยกที่จะเกิดขึ้นและมาร่วมกันจับมือสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น ในประเทศของพวกเราจะดีกว่านะครับ ทั้งหมดทั้งสิ้นที่ผมได้กราบเรียนกับท่านประธาน มานั้นก็ด้วยความเป็นห่วงครับ เป็นห่วงว่ากลุ่มบางกลุ่ม หรือว่านักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่สนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรคนั้นจะหยิบนำเอาแนวทางความคิดและนโยบายที่รัฐบาล กำลังจะทำให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนั้นเอาไปทำให้เกิดความสับสนและไปกล่าวอ้าง เพื่อประโยชน์ของกลุ่มตัวเอง แล้วก็เป็นห่วงครับ เป็นห่วงว่าถ้าหากว่าเราปล่อยให้มีการปฏิบัติ แบบนี้ก็จะเท่ากับว่าเป็นการสร้างความแตกแยก สร้างความร้าวฉานให้เกิดขึ้นในสังคมของ พวกเรามากยิ่งไปกว่านี้ และที่สำคัญผมก็เป็นห่วงครับ เป็นห่วงว่าแนวทางนโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้แถลงกับรัฐสภาแห่งนี้ไปนั้นจะถูกบิดเบือนและถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อที่จะใช้เป็น เครื่องมือสำหรับกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม โดยใช้นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลนั้นเป็นเครื่องมือ และกลุ่มสตรีอาสาพี่น้องกลุ่มสตรีนั้นเป็นเพียงแค่เหยื่อทางการเมือง เพราะฉะนั้น ในท้ายที่สุดผมก็ต้องกราบเรียนย้ำกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าผมเห็นด้วยครับ เห็นด้วย กับการจัดตั้งนโยบายในการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาบทบาทสตรีให้จังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท เป็นนโยบายที่ดีมากและควรค่าแก่การสนับสนุน ถ้าหากว่าการจัดสรรงบประมาณนั้น เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ โดยจัดงบประมาณผ่านหน่วยงานของรัฐบาลที่มีหน่วยงานรองรับ อย่างชัดเจน และผมจะไม่เห็นด้วยเลยนะครับถ้าหากว่าเราปล่อยให้กลุ่มการเมืองใด การเมืองหนึ่งหรือว่ากลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งหยิบนำเอานโยบายเหล่านี้ของรัฐบาลนั้น ไปกล่าวอ้างเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แล้วหยิบยกเอาไปแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งคนออกให้เป็น สีนั้นสีนี้ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการทำร้ายประเทศของพวกเรา แล้วผมมั่นใจครับว่าไม่ใช่ เฉพาะผมคนเดียวที่รับไม่ได้ พี่น้องกลุ่มสตรีอาสาทั่วทั้งประเทศและพี่น้องประชาชนคนไทย ก็คงจะรับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้เช่นเดียวกัน ต้องกราบขอบพระคุณครับ