รัชดา ธนาดิเรก หารือเรื่องนโยบายการต่างประเทศของรัฐบาล โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีพิจารณาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนจริง และเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินการ โดยเฉพาะเรื่องการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งภายในและภายนอกภูมิภาค และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันจะขอ อภิปรายในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการต่างประเทศค่ะ ภายหลังของการแถลงนโยบายในวันนี้ พรุ่งนี้ก็จะเป็นการเริ่มต้นของคณะรัฐบาลที่จะได้บริหารประเทศอย่างเต็มที่ ดังนั้น หากจะให้มาตัดสินว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้จะมีความสามารถในการนำนโยบายไปปฏิบัติตามที่ ได้แถลงไว้นั้นก็คงจะเร็วเกินไป เพราะดิฉันเชื่อว่าการบริหารประเทศต้องใช้เวลาค่ะ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถและความจริงใจของรัฐบาลชุดนี้ ดิฉันก็เป็นผู้หนึ่ง ที่พร้อมที่จะให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานเพื่อพิสูจน์ความสามารถค่ะ แต่อย่างไรก็ตามดิฉัน ก็ขอทำหน้าที่ผู้แทนของปวงชนชาวไทย นำเรียนท่านประธานถึงข้อสังเกตกังวลใจ ของพี่น้องประชาชนเพื่อผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องของการนำ นโยบายการต่างประเทศไปปฏิบัติ เพราะ ณ เวลานี้มีพี่น้องประชาชนจำนวนมาก เกิดความไม่สบายใจว่านโยบายที่ได้แถลงไปแล้วนั้นหากผลักดันนำสู่การปฏิบัติ จะเกิดผลประโยชน์อย่างสูงสุดของประเทศชาติจริงหรือเปล่า การต่างประเทศของรัฐบาลชุดนี้ จะเป็นการต่างประเทศเพื่อประเทศชาติและเพื่อประชาชนจริงหรือไม่ ข้อกังวลของดิฉัน ก็มี ๒-๓ ประการด้วยกันค่ะ
ในประเด็นที่ ๑ สืบเนื่องมาจากทันทีที่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าที่จะมีการแถลงนโยบายครั้งนี้ถึง ๗ วันด้วยกัน พี่น้องคนไทยก็ได้ทราบข่าว จากการแถลงของโฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นว่า รัฐบาลไทยได้ร้องขอให้ทางการญี่ปุ่นออกวีซ่าให้แก่ อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา ศาลตัดสินจำคุก ๒ ปี ดิฉันจึงอยากถาม ท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีแทนพี่น้องประชาชนว่าการร้องขอให้ ทางการประเทศญี่ปุ่นนั้นออกวีซ่าให้กับผู้ต้องหาหลบหนีคดีในครั้งนี้เป็นความประสงค์ ของคณะรัฐมนตรีหรือเป็นความคิดของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่เพียงผู้เดียว หากท่านนายกรัฐมนตรีจะให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ว่าที่ไปที่มา มันเป็นอย่างไร และเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัว ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนจะได้ไม่ต้องคอยระแวงค่ะ ว่าการบริหารประเทศ นโยบายการต่างประเทศจะเป็นไปเพื่อคนบางคน หากความคลุมเครือ ยังอยู่คณะรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงได้ ดิฉันก็เกรงว่าพี่น้องประชาชนก็ยังคงจะต้องสงสัยว่า รัฐบาลชุดนี้จะเป็นรัฐบาลที่เป็นนิติธรรมจะมีธรรมาภิบาลหรือเปล่า พี่น้องประชาชน ก็คงจะต้องรู้สึกว่ารัฐบาลชุดนี้กำลังปกป้องผู้กระทำผิด รัฐบาลชุดนี้ไม่เคารพกระบวนการ ยุติธรรม หากเป็นเช่นนี้จริง ๆ แล้วความเชื่อมั่นของประเทศไทยจะอยู่ที่ไหน ใครจะกล้ามา ลงทุนกับประเทศไทย ในเมื่อกฎหมายก็ไม่เป็นกฎหมาย รัฐบาลก็ไม่เคารพกฎหมาย ดิฉันก็อยากให้คณะรัฐมนตรีช่วยชี้แจงในประเด็นนี้ด้วย แต่ถ้าหากว่าการร้องขอให้รัฐบาล ญี่ปุ่นออกวีซ่าให้กับผู้ต้องหาหลบหนีคดีในครั้งนี้เป็นเพียงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นการกระทำที่ทำโดยพลการของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดิฉันก็อยากเรียนท่านประธานเพื่อผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยชี้แนะบทบาท ที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้กับท่านรัฐมนตรี ด้วยค่ะ เพราะดิฉันเกรงว่าหากยังปฏิบัติหน้าที่ด้วยท่าทีที่ไม่เหมาะสมแบบนี้ พี่น้องประชาชนก็คงจะมองว่าท่านทำงานเสมือนเจ้าหน้าที่บริษัททัวร์คอยออกวีซ่า และดำเนินการเรื่องขอพาสปอร์ตให้กับใครคนใดคนหนึ่ง
ประเด็นต่อมาข้อสงสัยที่ดิฉันอยากจะได้ความกระจ่างก็คือเป็นเรื่องของ นโยบายค่ะ นโยบายที่รัฐบาลเขียนไว้ในข้อ ๑.๖ เร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนา ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ ในเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายเร่งด่วน รัฐบาลบอกว่าจะผลักดันให้เกิดขึ้นภายใน ๑ ปีแรก วัตถุประสงค์ของนโยบายข้อ ๑.๖ นี้ ก็คือเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค เร่งดำเนินการตามข้อผูกพัน ในการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนและเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งภายใน และภายนอกอนุภูมิภาค
คำถามก็คือว่า ท่านจะเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับ ประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไรคะ จริง ๆ แล้วประเทศไทยไม่ได้มีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน แต่อย่างใดนะคะ เราเป็นผู้ให้ ทั้งลาว ทั้งเวียดนาม ทั้งพม่า รวมถึงกัมพูชาด้วย จะมีก็ในเรื่อง ของเขตแดน ถ้าท่านเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ความสัมพันธ์มันเร่งได้หรือคะ ดิฉันคิดว่ามันต้องค่อย ๆ ดูใจกันไป ดูความจริงใจ ถ้าเขาจริงใจมา เราก็จริงใจไป แต่ประสบการณ์ในหลาย ๆ ครั้งก็สอนให้ว่าเราต้องคิดทบทวนให้ดี เพราะฉะนั้นที่ท่านบอก ว่าเร่งนี่ พฤติกรรมที่จะเป็นรูปธรรม โครงการต่าง ๆ มันคืออะไรคะ ก็อยากให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยชี้แจงด้วย
ในส่วนของเรื่องการเร่งดำเนินการตามข้อผูกพันในการรวมตัวเป็นประชาคม อาเซียน ท่านประธานคะ การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนแม้ว่าเราจะมีเป้าหมายให้เป็น ประชาคมเดียวกันภายในปี ๒๕๕๘ แต่ถ้าท่านเขียนว่าเร่งดำเนินการ ดิฉันกลัวว่า การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนเมื่อถึงปี ๒๕๕๘ นั้นจะเป็นการรวมตัวเพียงแค่ เศษกระดาษเท่านั้น ถ้าเราไม่มีการวางรากฐานเตรียมความพร้อมที่ดีในวันนี้ มีการบูรณาการ การทำงานระหว่างกระทรวงให้ดีแล้ว ประชาคมอาเซียนก็เป็นเพียงแค่คำกล่าวโดยทั่วไป เพราะฉะนั้นดิฉันอยากให้คณะรัฐบาลพิจารณาให้ดีค่ะว่าการที่ท่านจะไปเร่งดำเนินการ ตามข้อผูกพัน ขอให้ดำเนินการศึกษาให้รอบคอบ เพราะบางเรื่องอาจจะมีผลกระทบ มีความเสียหายในระยะยาวได้
อีกเรื่องหนึ่งนะคะที่อยากจะเห็นความชัดเจน ท่านบอกว่าจะเชื่อมโยง เส้นทางคมนาคมขนส่งภายในและภายนอกภูมิภาค แผนการคืออะไรคะ ดิฉันอยากเห็นภาพค่ะ ท่านบอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนจะต้องผลักดันให้เกิดขึ้นในปีแรก ดังนั้นคงไม่ใช่เรื่องยากนะคะ ที่ท่านจะบอกให้สมาชิกรัฐสภาและพี่น้องประชาชนแห่งนี้ว่า เรื่องเร่ง ๆ ต่าง ๆ ที่อยู่ ในนโยบาย ๑.๖ ท่านจะทำอะไร โดยเฉพาะในเรื่องของเส้นทางคมนาคมขนส่งภายใน ท่านไม่ได้เขียนเลยค่ะว่าท่านจะเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมตรงไหน ดิฉันจึงขออนุมานว่า ภายใน ๑ ปีแรกท่านก็คงจะสานต่อสิ่งดี ๆ ที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ดำเนินการไป ดำเนินการ ผลักดันในเรื่องของการเชื่อมโยงเส้นทางจากคุนหมิงมาลาว ลาวมากรุงเทพฯ กรุงเทพฯ ไปยังกาญจนบุรี แล้วต่อไปยังท่าเรือน้ำลึกทวาย หรือเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ถ้าท่านคิดไม่ออก ใช้นโยบายของเก่าที่ดี ๆ ไว้ก็ได้นะคะ อย่าเร่ง ๆ คิดอะไรใหม่แล้วมันก็เกิดความเสียหาย ดิฉันคิดว่ามันคงจะไม่เกิดประโยชน์ แต่อย่างใด
ประเด็นที่ ๓ ค่ะ มีการพูดกันมากว่ารัฐบาลชุดนี้จะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว มาเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน ในมิติหนึ่ง ความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านการใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวนั้นมันก็ทำให้เกิด การพูดคุยกันง่ายขึ้น จะบินไปบินมาไปเข้าบ้านโน้นออกบ้านนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่มันก็อาจจะไม่ดีเสมอไปก็ได้นะคะ ถ้าเราพิจารณาประวัติศาสตร์ในยุคสงครามโลกครั้งที่ ๑ ผู้ปกครองประเทศก็เป็นญาติ ๆ กันทั้งนั้น สุดท้ายก็จบลงที่สงคราม และในอีกด้านหนึ่ง หากความสัมพันธ์ส่วนบุคคลที่แน่นแฟ้นนั้นท่านไม่รักษาระยะให้ดีก็อาจจะนำไปสู่คำถามที่ว่า มันจะนำไปสู่ความขัดแย้ง เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนกันหรือเปล่า คณะรัฐมนตรีก็อย่าเพิ่ง หงุดหงิดกับความช่างสงสัยของสังคมนะคะ ด้วยท่านมีนโยบายที่จะเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับ ประเทศเพื่อนบ้าน ท่านมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน มันก็นำมาสู่คำถามว่า แล้วเรื่องการจัดสรรผลประโยชน์ทางทะเลนี้มันจะนำไปสู่ผลประโยชน์ที่ดีอย่างแท้จริงกับ ประเทศหรือเปล่า ดิฉันก็อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่าคณะรัฐมนตรีช่วยชี้แจงให้เกิด ความกระจ่างกับสมาชิกในที่นี้นะคะ ทั้งหลายทั้งปวงที่พูดไปนั้นก็เป็นความปรารถนาดีค่ะ ดิฉันอยากเห็นคณะรัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศ ใช้การต่างประเทศเป็นเครื่องมือ ในการพัฒนาให้ประเทศก้าวหน้า มีศักดิ์ศรี ได้รับความเชื่อมั่นจากประเทศเพื่อนบ้าน ดิฉันไม่อยากให้พี่น้องประชาชนคิดว่าสุดท้ายแล้วรัฐบาลชุดนี้ก็ใช้การต่างประเทศ เป็นเครื่องมือรับใช้คนบางคน ขอบคุณค่ะ