ปลอดประสพ สุรัสวดี แถลงว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนักวิชาการของพรรคเพื่อไทย เขาขออนุญาตใช้เวลาในการอธิบายเรื่องนี้ และกล่าวถึงเหตุผล ๒ ประการ ที่ทำให้เขาต้องอธิบายเรื่องนี้ โดยอ้างถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่บอกว่าประเทศไทยจะถูกท่วมไปประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ และอาจถึงขั้นหายไปครึ่งหนึ่งหากปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า นอกจากนี้ เขายังหารือเรื่องการจ้างงานที่เหมาะสม ให้จ้างคนไทยและผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย และสนับสนุนให้นักวิทยาศาสตร์คิดเพื่อป้องกันประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพอย่างสูงครับ กระผม นายปลอดประสพ สุรัสวดี ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนะครับ เหตุที่ผมจำเป็นจะต้องขออนุญาตใช้เวลา ให้รายละเอียดเรื่องนี้สักนิดหนึ่งนะครับ ก็ด้วยเหตุผล ๒ อย่าง
อย่างที่ ๑ ในนามของพรรค ในฐานะที่ผมเป็นนักวิชาการของพรรค ทางด้านสิ่งแวดล้อมและทางด้านทะเล ก็ได้เป็นคนเขียนและอธิบายเรื่องนี้ในระดับหนึ่ง
ข้อที่ ๒ ก็คือว่า ๒ วันมานี้นะครับ มีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดถึงเรื่องนี้ หลายท่าน อย่างน้อยมี ๒ ท่านที่พูดค่อนข้างละเอียด กราบเรียนว่าที่ท่านกังวลและพูดมานั้น ผมไม่เถียงเลย แต่ที่ท่านพูดมากับที่เราคิดมันคนละเรื่องกันครับ ถามว่ามันคนละเรื่องกัน อย่างไร ผมอยากจะขึ้นต้นอย่างนี้ว่าทั้งหลายแหล่ในเรื่องนี้มันเกิดขึ้นจากความวิตกกังวลของ ท่านนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย และปัจจุบันของรัฐบาลนะครับ ที่เป็นห่วงว่าประเทศ ไทย ผมย้ำนะครับประเทศไทยจะเสียหายจากการที่น้ำท่วมโลก น้ำท่วมโลกนะครับผม อยากจะย้ำอย่างนี้ อยากขอเรียนว่าตั้งแต่โลกเราเกิดมา ๔,๐๐๐ ล้านปีนี่ โดยประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านปี ตัวเลขเยอะนะครับ โลกและประเทศไทยถูกน้ำท่วมมาตลอด เพราะโลก ของเรานี้ร้อนบ้าง หนาวบ้าง เป็นธรรมดาตามประสาโลก เอาช่วงสั้น ๆ นะครับ ใน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ปีที่ผ่านมานี้เฉพาะประเทศไทย แน่นอนครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ปีมามันยัง ไม่ใช่ประเทศไทย เพราะเป็นประเทศไทยมาแค่ ๑,๐๐๐ ปี เอาว่าแผ่นดินตรงนี้ก็แล้วกัน ใน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ปีท่วมมาแล้ว ๔ ครั้ง ครั้งสุดท้ายท่วมมาเมื่อ ๘,๐๐๐ ปีที่แล้ว ถ้าผมพูด ตัวเลข ๑,๐๐๐,๐๐๐ ปีก็แปลว่า ๒๕๐,๐๐๐ ล้านปีเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง เกิดครั้งสุดท้าย เมื่อ ๘,๐๐๐ ปีที่แล้วก็แปลว่าถ้าปฏิทินเป็นอย่างนี้ ก็รอไปอีกสัก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าปีจะท่วม แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ ผมอยากเรียนนิดหนึ่งนะครับ ท่านก็อาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ เวลามันท่วม มันท่วมแค่ไหน จากข้อมูลทางด้านธรณีวิทยา ไม่ใช่ผมโม้ส่งเดชนะครับ เพราะเขาขุดดินดูชั้นดินแล้วก็ไปตรวจคาร์บอนฟูลธิน กรุงเทพฯ นี่แหละครับ บริเวณกรุงเทพฯ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้เรียกว่ากรุงเทพฯ นะครับ เมื่อ ๘,๐๐๐ ปีที่แล้ว ก็ไม่เรียกว่ากรุงเทพฯ จะท่วมประมาณ ๗ เมตร ถามว่า ๗ เมตรแค่ไหน ก็ยอดเสาธงละครับ ถามว่า ๗ เมตรนี่ท่วมแค่ไหนในภาคกลาง ทางเหนือก็ลพบุรีครับ ตะวันตกก็สุพรรณบุรี ตะวันออกก็กบินทร์บุรี หรืออีกนัยหนึ่งก็คือว่าประเทศไทยจะถูกท่วมไปประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และเป็นจุดอู่ข้าวอู่น้ำ ตอนนี้เราเผชิญปัญหาโลกร้อน โลกร้อนเมื่อกี้ผมเรียน ท่านตั้งแต่ต้นแล้วว่า ร้อน ๆ หนาว ๆ เป็นธรรมดาของโลกเกิดมาเสมอ แต่คราวนี้ เขาเรียกเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เราพัฒนาทางอุตสาหกรรมมาก ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ไปในบรรยากาศเยอะแยะไปหมด ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ก็เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ อย่างน้อย ๒ เท่าในขณะนี้ โมเดลของฝรั่งก็บอกว่า ที่ว่า ๒๕๐,๐๐๐ ปีเกิดขึ้นครั้ง มันไม่ใช่นะครับ มันจะเร็วกว่านั้นเยอะแยะ อเมริกันบอกว่าน่าจะเริ่มสัมผัสน้ำท่วมในอีก ๒๐๐ ปีข้างหน้า นักวิทยาศาสตร์อเมริกันนะครับ เชื่อไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่ แต่นักวิทยาศาสตร์ออสเตรเลีย เนื่องจากประเทศเขาเป็นเกาะ บอกว่าไม่เชื่อ เราน่าจะสัมผัสน้ำท่วมได้ภายในอีก ๒๐ ปี ถามว่าเวลาสัมผัสนี่สัมผัสได้แค่ไหน โดยประมาณก็จะขึ้นปีละประมาณ ๕ มิลลิเมตร ๕ มิลลิเมตรก็แปลว่า ๑๐ ปีก็ ๕ เซนติเมตร ๑๐๐ ปีก็ ๕๐ เซนติเมตร ผมอยากเรียนว่า ขณะนี้กรุงเทพฯ เป็นประเทศไทยแล้วนะครับตอนนี้ ทรุดลงไปนี่ ๑ เมตรโดยเฉลี่ย สมมุติว่า ในหน้าน้ำ น้ำขึ้นสูงสุด สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง ๒ เมตร ก็แปลว่าท่วมเพียง เซนติเมตร ๒ เซนติเมตรก็ท่วมแล้วครับ คือท่วมไปตรงที่มันเป็นหลุม แต่เอาเถอะยังมีข้อมูล อีกนะครับ มีนักวิทยาศาสตร์บางคนซึ่งผมว่าถึงไม่เชื่อก็ต้องฟังเขา เขาก็บอกว่าถ้าเราคุมปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ได้ ถ้าปล่อยให้คาร์บอนไดออกไซด์ มีเพิ่มขึ้นถึง ๔ เท่า ซึ่งผมก็ไม่อยากเชื่อว่าเราจะคุมไม่ได้ แล้วจะเกิด ๔ เท่า เพราะถ้า ๔ เท่า ปริมาณน้ำแข็งที่ละลายจะทำให้น้ำท่วมมากกว่าที่ผมพูดเมื่อกี้ ๑๐ เท่า เมื่อกี้ผมได้เรียนต่อ ที่ประชุมว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯ ๗ เมตร ๗ เมตรนี้เคยท่วมครั้งสุดท้ายเมื่อ ๘,๐๐๐ ปีที่แล้ว ก็แปลว่าจะท่วม ๗๐ เมตร ถามว่า ๗๐ เมตรแค่ไหนครับ ยอดภูเขาทองครับ เมื่อท่วม ๗ เมตรนะครับ เมื่อกี้ผมเล่าว่าท่วมถึงลพบุรี ท่วมถึงกบินทร์บุรีถึงสุพรรณบุรี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศ แต่ถ้าท่วม ๗๐ เมตร ประเทศไทยหายไปครึ่งหนึ่งครับที่ไปจับกันแถว ๆ ปากช่อง โคราชนะครับ ที่ชอบไปอยู่แถวนั้นเพราะกลัวน้ำท่วม ไม่ต้องห่วงครับถึงไปอยู่ตรงนั้นน้ำก็ท่วม แน่นอนครับ เพราะมันท่วม ๗๐ เมตร ตอนนี้ต้องถามว่าทำอย่างไรนะครับ เราเชื่อข้อมูล วิทยาศาสตร์นี้ไหม เขาเชื่อกันทั้งโลกครับ หลายประเทศโดยเฉพาะประเทศที่อยู่ในที่ต่ำ ประเทศที่เป็นเกาะเขาก็ไปศึกษานะครับ แล้วก็หาทางป้องกันว่าจะทำอย่างไร เราก็มีหน้าที่ จะต้องวิตก เชื่อในวิทยาศาสตร์ ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พยายามจะให้คนไทยเชื่อในทางวิทยาศาสตร์นะครับ ไม่ใช่ไปนับกล้วย แล้วก็ไปซื้อลอตเตอรี่ แต่โชคร้ายครับ เบอร์รถของท่านนายกรัฐมนตรีผมดันถูกลอตเตอรี่ทำให้คำอธิบายผมเป็น ปัญหาขึ้นมาทันที ผมพูดให้มันสนุกเล่น ท่านประธานครับ มันยังไม่ท่วมใช่ไหม ใช่ มีแนวโน้ม จะท่วมใช่ไหม ท่วมแน่ เพราะโดยธรรมชาติมันก็ท่วมอยู่แล้วด้วยปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ผมบอกแล้วว่ามันมีมากขึ้น มันมาแน่และมาเร็ว รัฐบาลนี้ต่อให้อยู่อีก ๑๐ สมัย ๔๐ ปี ไม่ต้องทำอะไรก็ได้แต่มันสมควรไหมครับ เราคิดว่าในเมื่อเหตุมันจะเกิดแน่นอน แล้วมันเป็น เหตุเภทภัยที่อันตรายเหลือเกิน ก็ต้องศึกษาเตรียมพร้อมว่าจะป้องกันประเทศไทยอย่างไร ทั้งที่ท่วมน้อยที่สุดจนท่วมสูงสุด คราวนี้ป้องกันย่างไรครับถามว่าป้องกันอย่างไร เวลานี้ น้ำท่วมภาคกลางหรือกรุงเทพฯ เป็นการท่วมจากน้ำฝนมาเป็นน้ำท่า แล้วก็ไหลมาตามแม่น้ำ เจ้าพระยา แล้วก็มาเจอน้ำทะเลสูงในช่วงเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม สิ่งที่ทำกันอยู่ในขณะนี้ก็คือสูบน้ำออกในพื้นที่ลุ่มกับ ๒. ก็คือว่าทำเขื่อนกั้นริมแม่น้ำ เจ้าพระยา เขื่อนกั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยาหรือแม่น้ำใด ๆ ก็ตามในกรุงเทพฯ สร้างอย่างไร ก็สูงไม่เกิน ๓ เมตร เพราะถ้าสูงเกิน ๓ เมตร คนกรุงเทพฯคนธนบุรีก็จะต้องอยู่ใต้เขื่อนหมด เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หนทางเดียวที่จะป้องกันน้ำท่วมจากน้ำทะเล ผมขอย้ำ ไม่ใช่จากน้ำ จากฟ้าตกไปทางเหนือไหลมาจากน้ำทะเลนะครับก็ต้องกั้นไม่ให้น้ำทะเลท่วมประเทศไทย และกรุงเทพฯ ถามว่าทำอย่างไร ทำได้ ๒ ทางครับอันที่ ๑ สร้างที่ริมฝั่งเลย ตลอดแนวตั้งแต่ หัวหินแล้วอ้อมมานะครับ ไปถึงพัทยา แต่คงจะลำบาก สร้างง่ายครับ แต่ประชาชนลำบาก แน่นอน เพราะอยู่อาศัยเต็มไปหมดต้องย้ายคนไม่รู้สักกี่ล้านคน แต่ยิ่งกว่านั้นในทาง วิศวกรรม การสร้างประตูน้ำขนาดใหญ่ที่ปากแม่น้ำ ตั้งแต่ท่าจีน แม่กลอง เจ้าพระยา บางปะกงเป็นเรื่องยากมาก ขณะนี้มีเขื่อนที่ปากแม่น้ำอยู่แห่งหนึ่งหมดไป ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบดี ใช้ไม่ได้ เพราะมันอยู่ใกล้ปากแม่น้ำ เกินไป เขาเรียก เรโซแนนซ์ (Resonance) เวลาน้ำขึ้น เกิดพายุมันพ้นตลิ่งท่วมหมดสร้าง ไม่ได้ สร้างลึกไปในทะเลนิดเดียว นิดเดียวนะครับ ก็คงจะไม่ดี เพราะคนอยู่ริมฝั่ง มองไม่ต้อง เห็นทะเลเห็นแต่เขื่อนแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องทางวิศวกรรม เพราะบริเวณริมทะเล เฉพาะโคลน อย่างเดียวลึกเฉลี่ย ๒๐-๒๕ เมตร ตอกเข็มด้วยนะครับ ตัวเข็มก็ต้องลึก ๒๕ เมตร แล้วก็ผสม ด้วยน้ำท่วมอีกตกลงก็ไม่ต้องทำอะไร ถามว่าทำอย่างไร ก็ต้องมองลึกลงไปในทะเล ลึกลงไป ลึกแค่ไหนลึกไปเท่าที่สันทรายมันมี สันทรายมันอยู่ที่ไหน สันทรายมันอยู่ห่างจากฝั่ง ประมาณ ๑๕-๓๐ กิโลเมตร นั่นคือที่มาของตัวเลข ๑๕-๓๐ กิโลเมตร สันทรายตรงนี้พาด จากไหนครับพาดโดยประมาณจากเพชรบุรีไปถึงชลบุรี เพราะฉะนั้นในทางวิศวกรรม แบบฝัน ๆ เขาบอกโอเคที่ที่จะสร้างดีที่สุดก็ต้องสร้างบนสันทรายเพราะมันแข็ง จากไหน ก็จากประมาณเพชรบุรีนั่นละครับ ข้ามไปชลบุรี ถามว่าคราวนี้สร้างอย่างไร จะสร้างอย่างไร จะสร้างเขื่อนถมเป็นเขื่อนตันนะครับ น้ำไหลไม่ได้ กระแสน้ำไม่มี ผู้คนเดือดร้อน อย่างนั้นไหม ไม่มีครับ ใครคิดอย่างนั้นก็ถือว่าแย่นะครับ เอาความรู้ ป. ๔ มาคิด ก็จะสร้างเป็นคล้าย ๆ กับถนน ถ้าสร้างวันหน้าวันไหนไม่รู้ เท่าที่คิดได้วันนี้นะครับ เป็นแค่ถนน ๔ เลนก็ได้ ๖ เลนก็ได้นะครับ แล้วก็มีช่องขนาดใหญ่มากเลย แล้วก็มีประตูน้ำ อยู่ข้างใต้ประตูน้ำสมัยนี้สร้างได้ ๒ อย่างครับ อยู่ใต้น้ำก็ได้พออัดลมก็กระดกขึ้นไป หรือเป็นเรือก็ได้ยาวเป็นร้อย ๆ เมตรเลย มาถึงก็จอดปั๊บเอาน้ำเข้าล็อกอิน (Log in) เลย ฝรั่งเขาทำเรียบร้อยแล้ว ในชั้นนี้ถ้าจะสร้างแล้วน้ำมันยังไม่ท่วมก็ทำถนนอย่างเดียว ข้อดีของถนนเป็นอย่างไรครับ ก็ข้ามไปเลยถูกไหมครับ ข้ามไป ประชาชนก็ได้ใช้ บนถนนทำที่ไฟฟ้า คลื่นก็เอามาทำไฟฟ้า แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แปลว่าจะทำครับ เปล่าเลย จะศึกษาว่าจะป้องกันประเทศ จากกรุงเทพมหานครให้พ้นจากน้ำท่วมจากทะเลได้อย่างไร มันมีกี่หนทางนะครับ ทีนี้ถามว่าแล้วถมทะเลมันมาอย่างไร คือทำถนน ต่อไปนี้ผมจะเรียกว่า ถนนนะครับ ถนนที่ว่านี้ซึ่งออกแบบเป็นเขื่อนได้ด้วยในยามจำเป็น ตรงขอบมัน ๒ ข้าง อย่างไรก็ต้องเป็นเขื่อนครับ มันก็อาจจะเป็นเขื่อนดิน เขื่อนทราย ตอนริมของทั้ง ๒ ฝั่ง หรือในบางพื้นที่ถ้าเห็นว่าจำเป็นและเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและไม่มีผลกระทบ ทางสิ่งแวดล้อม จะทำก็ได้เป็นเกาะใหญ่ ๆ สักเกาะหนึ่งเพราะมันอยู่ห่างไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นเรื่องของการศึกษานะครับ จะใช้เงินเท่าไรสำหรับผมนะครับก็ต้องยอม เพราะนี่เราจะ เซฟ (Safe) ประเทศไทย เซฟกรุงเทพมหานคร ให้ลูกหลานเราข้างหน้าอยู่ จะมาหวงทำไมครับ
ทีนี้ถามว่าถ้าจ้างจะต้องจ้างใคร ก็ต้องจ้างคนไทยแล้วก็จ้างฝรั่งนะครับ ให้มหาวิทยาลัย ให้ผู้เชี่ยวชาญ เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ นะครับในโลกนี้ ขอกราบเรียนโดยสรุปนะครับ ผมพูดมายาวเพราะคิดว่าเป็นความรู้ แล้วก็จะได้ไม่ทำให้ถูกว่านะครับ ทั้ง ๆ ที่เราตั้งใจดีและตั้งใจจะทำล่วงหน้า เพื่อใครก็ไม่รู้ ข้างหน้าเพราะมันเป็นเรื่องยาว แต่ท่านอย่าห้ามเราคิด ท่านอย่าห้ามนักวิทยาศาสตร์คิด ท่านอย่าห้ามเราหวังดี ท่านต้องสนับสนุนเรา คิดป้องกันประเทศของท่าน ทำไม่ทำค่อยว่ากัน อีกทีหนึ่งนะครับ และเอาความรู้ที่ดีที่สุดมาทำ ไม่มีเจตนาร้ายกับผู้ใด โดยเฉพาะตัวผม ผมเป็นอธิบดีกรมประมง ผมเป็นอธิบดีกรมป่าไม้มา ที่พูด ๆ กันทั้งหมดนี้ข้อมูลผมรู้ดีกว่า ด้วยซ้ำไปครับ แต่ผมเคารพความรู้ของท่าน และดีใจที่ท่านก็อุตส่าห์รู้มาขนาดนี้ และจะเอาความรู้ของท่านไปให้เกิดประโยชน์
สุดท้ายครับ เป็นความหวังดีของเรา ขอความกรุณาอย่าตกอกตกใจ อย่าคิดไปในทางที่ไม่ดี สนับสนุนพวกเราทำการศึกษาแล้วหาลู่ทางที่ดีที่สุดแล้วก็ทำ เมื่อถึงเวลาที่ควรจะทำครับ