สุกิจ อัถโถปกรณ์ แสดงความขอบคุณและหารือเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจและเคารพในความหลากหลายของวัฒนธรรมและศาสนาในพื้นที่นั้น และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง
ท่านต้องเด็ดขาดนะครับ ขอบคุณครับ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร : ผมเชื่อว่า ท่านประธานก็จะเข้าใจนะครับว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรานั้นมีลักษณะพิเศษ ในบางอย่าง เช่น ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม ด้วยคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้การปกครองพื้นที่นั้นต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ โชคดีที่ด้วยเพราะวิสัยทัศน์ อันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ออกรัฐประศาสโนบายไว้ ๖ ข้อ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ในการบริหาร ซึ่งผมเชื่อว่าท่านรองนายกมนตรีหรือท่านผู้เคยบริหารงาน จะเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดี ประเทศไทยให้โอกาสมากกับพี่น้องมุสลิม มีกฎหมายพิเศษสำหรับ พิจารณาคดีที่พี่น้องมุสลิมในพื้นที่มีคดีทางมรดก มุสลิมเคยพูดว่าประเทศไทยให้โอกาสกับ พี่น้องมุสลิมมากกว่าประเทศอื่น อันนี้คือคุณสมบัติที่ได้รับการชื่นชมยกย่อง เพราะฉะนั้น ปัญหาในพื้นที่อันเกิดจากความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งต้นเรื่องก็มาจากความเข้าใจผิดว่า ไม่มีคนคิดแบ่งแยกดินแดน มองว่าเป็นเรื่องโจรกระจอก ก็คิดว่าถ้าจัดการฆ่าให้หมดปัญหาก็จบ แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดว่าเป็นอย่างนั้น ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าต้องยกย่องคนที่เขา เคยทำงานมา แม้กระทั่งปัจจุบัน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมชื่นชมยกย่องข้าราชการ พี่น้องประชาชน ทั้งพุทธ มุสลิม คริสต์ ทุกศาสนา ทุกอาชีพ ที่เขายืนหยัดอยู่ในพื้นที่ ผมเคยตั้งกระทู้ถามเมื่อรัฐบาลสมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนนี่นะครับ ผมเคยตั้งกระทู้ถามในสมัยนั้นว่ามีคนไทยพุทธอพยพออกมากน้อยเพียงไร รัฐบาลสมัยนั้น ตอบว่ามีน้อยครับ แต่บัดนี้ท่านประธานครับ คนไทยพุทธย้ายออกมาก น่าเป็นห่วงครับ อันนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานไว้ว่ารัฐบาลต้องรับข้อเท็จจริงเหล่านี้ เพื่อทำอย่างไร ให้พี่น้องในพื้นที่นั้นอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบ เราเคยเป็นประเทศที่เพื่อนบ้านยกเป็นตัวอย่างนะครับ นานาชาติเขาเคยยกเป็นตัวอย่างว่าประเทศไทยคือตัวอย่างของประเทศที่มีความหลากหลาย ต่างวัฒนธรรมอยู่กันได้อย่างสงบเรียบร้อย ผมกราบเรียนท่านประธานเรื่องนี้เป็นความจริง ตลอดมา แต่ทำไมวันนี้จึงเป็นอย่างนี้ ทำไมเหตุร้ายที่เกิดขึ้นปีละ ๑๑-๑๒ ครั้ง กลายเป็น ปีหนึ่งเกือบ ๒,๐๐๐ ครั้ง อันนี้คือสิ่งที่เราต้องทบทวน อย่าไปลืมครับท่านรองนายกรัฐมนตรี ครับ อย่าไปบอกว่าแล้วก็แล้ว ลืมไป ไม่ได้ครับ แต่เราจำไว้เพื่อว่าอะไรที่เป็นข้อผิดพลาด เราจะไม่ทำซ้ำ อะไรที่เป็นข้อที่ดีแล้วเราก็ต้องยืนยันต่อไป มันไม่ใช่เป็นการไปกลัวว่าจะไป ลอกนโยบายของรัฐบาลก่อนหรือรัฐบาลอื่น อะไรที่เป็นสิ่งถูกต้องมันก็ต้องทำไป เพราะว่า เหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มันสงบลงมาได้ในระยะหนึ่งนั้นต้องยอมรับว่าคือ ความต่อเนื่อง กราบเรียนท่านประธานว่า ขออนุญาตว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านเสด็จอย่างนี้ครับ เดือนสิงหาคม กันยายนนี่ทุกปี พี่น้องพุทธ มุสลิมมารับเสด็จ เหตุการณ์สงบลง ๆ โดยลำดับ เกือบจะพูดได้ว่าปัญหาควรจะหมดแล้ว แต่ในที่สุด ด้วยการประเมินเหตุการณ์ผิดว่ามันเป็นเรื่องโจรกระจอกก็เลยทำให้ปัญหาบานปลายมา ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าความคิดแบ่งแยกดินแดนที่เกิดขึ้นอันเป็นสาเหตุที่ทำให้ ต้องมีลักษณะพิเศษนั้นมันไม่ใช่ของแปลกหรอกครับ ถ้าไม่คิดก็แปลกเพราะเขาเคยรุ่งเรือง มาอย่างที่ผมกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะรู้ดีนะครับ ท่านอยู่ใน กระทรวง ท่านจะเห็นว่าปืนพญาตานีกระบอกใหญ่ที่สุด ตลอดสมัยกรุงศรีอยุธยาไม่เคยทำได้ ปัตตานีทำได้ เพราะฉะนั้นเมืองเขาเคยรุ่งเรือง เมื่อวันหนึ่งเขาสูญเสียอำนาจไป เขาไม่พอใจ แต่ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย เราก็ยอมไม่ได้ เราจะยอมให้เขาแบ่งแยกประเทศก็ต้องทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น ก็ต้องดำเนินการ อันนี้เป็นสิ่งที่ให้เข้าใจว่ามันมาอย่างไร ด้วยแนวทางการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานกับผู้บริหารทุกระดับจึงทำให้ สถานการณ์ดีขึ้น แต่ในที่สุดเมื่อเรายกเลิกหน่วยงานที่เป็นประโยชน์ เช่น ศอ.บต. หน่วยพลเรือน ตำรวจ ทหาร พตท. ๔๓ เราก็ขาดกำลังเจ้าหน้าที่หูตาไป ซ้ำร้ายพวกเรา คงนึกไม่ออกนะครับ สมัยก่อนเขามีสำนักงานศึกษาธิการเขต ๒ อยู่ที่จังหวัดยะลา สามารถตรวจสอบได้ โรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนไหน โรงเรียนอิสลามสอนอะไร แต่เมื่อปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานนี้หมดสิ้นไป สภาพตอนนั้นประเทศไทย จึงเหมือนกับตาบอดมองไม่เห็น เพราะฉะนั้นกลุ่มจรยุทธ์ที่เกิดขึ้นในตอนหลังจึงสามารถ ก่อตัวและฝึกฝนจนมีความสามารถในการก่อเหตุร้ายเหี้ยมโหดทารุณ วันนี้เราสูญเสียคนไป ๔,๗๐๐ กว่าคน ท่านประธานครับ ทุกอาชีพที่ผมกราบเรียนยกย่องคนที่อยู่ในที่นั่น เพราะว่าเขาไม่ออก ยังยืนหยัดนับตั้งแต่พระคุณเจ้า พระสงฆ์องค์เจ้าไปถึงข้าราชการทุกระดับ ซึ่งก็ไม่รู้ครับว่าพรุ่งนี้อะไรสูญเสียอีก สูญเสียทุกอาชีพนับตั้งแต่ผู้พิพากษาไปถึงครู อันนี้ คือความจริงที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่เราให้ ความสำคัญเป็นพิเศษ เราอยากให้รัฐบาลประสบความสำเร็จ ถ้ารัฐบาลทำงาน ประสบความสำเร็จ เท่ากับว่าเราลดความรุนแรงลงมา แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า นโยบายความมั่งคงของประเทศไม่ใช่นโยบายเหมือนกับเรื่องอื่น ท่านอาจจะทดลองนโยบาย บางเรื่องได้ ผิดพลาดขาดทุนเสียหาย ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ ล้านบาท เอาเงินไปชดเชย ไม่มีใครตาย แต่นโยบายความมั่นคงของชาติถ้าท่านทดลองแล้วผิดเห็นไหมครับ วันนี้ ๔,๗๐๐ กว่าคน ประเมินค่าได้ไหมครับ ประเมินค่าไม่ได้ ใครชดเชยได้ไหม ชดเชยไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราผิดพลาดถึงขั้นทำให้คนสูญเสีย ประเทศชาติเสียหายอย่างนี้ อย่าทดลอง ถ้าไม่แน่ใจ กราบเรียนท่านประธานไว้ว่าท่านมีสิทธิที่จะออกนโยบาย เพราะท่านเป็นรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องมายึดเหนี่ยวนโยบายของรัฐบาลอื่น แต่ขอท่านกรุณาถ้าไม่แน่ใจ อย่าเอา ความมั่นคงชาติมาทดลอง มิฉะนั้นมันจะไม่สูญเสียเฉพาะคนนะครับ แผ่นดินจะมีปัญหา ก็ต้องกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายกระผมขอกราบเรียนว่า โดยความคิดของรัฐบาลจากนโยบายที่แถลง