รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หารือเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเสนอให้ประชุมชะลอเวลาหนึ่ง เพื่อนำเสนอวิธีแก้ไขปัญหาตามพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา และเสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และการปรับปรุงโครงสร้างของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอกราบรบกวนเวลาที่ประชุม อันสำคัญแห่งนี้สักนิดหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ก็ดี หลาย ๆ ท่านก็ดีที่ได้กรุณาแสดงความเห็นก็ล้วนแต่เป็นความเห็น ที่เป็นประโยชน์ กระผมโดยส่วนหนึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็คงจะได้มอบให้ผมไปดูแล ศอ.บต. แทน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผมสำนึกดีว่าปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เมื่อมีการสูญเสียทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นชีวิตหรือทรัพย์สิน ผมคิดโดยตลอดในสมัยที่รับราชการ ก็คิดว่าส่วนหนึ่งผมต้องรับบาปนั้นว่าในฐานะที่เราเป็นฝ่ายปกครองและเป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ ของบ้านเมืองโดยเฉพาะสังกัดกระทรวงมหาดไทยนั้น เมื่อมีการเสียชีวิต เมื่อมีการเสีย ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะยิ่งเป็นพระสงฆ์องค์เจ้าหรือจะเป็นคนธรรมดา ก็แล้วแต่ก็เป็นสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่เราละเลยไม่ได้ ก็อยากกราบเรียนว่าไม่มีผู้ใด เขาอยากจะให้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รุนแรงและลุกลามมากมาถึงขนาดนี้ การแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นเรื่องยากแล้วก็ต้องทำให้ถูกทาง มีแนวทางที่ถูกอยู่แล้วก็คือพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องของการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา รัฐบาลชุดนี้ก็คงจะนำ ๓ พระบรมราโชวาท ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง ๓ คำนี้เป็นต้นแบบของการแก้ไขปัญหา ผมอยากจะชี้แจงรายละเอียด เพียงสั้น ๆ อยู่ ๒-๓ ประการ

ประการแรกก็คือรูปแบบของการปกครองท้องถิ่น ที่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ได้กรุณาถามว่าความชัดเจนคืออะไร ความชัดเจนก็คือ ๑. นครปัตตานีไม่ทำแน่นอน เพราะว่าไม่ใช่นโยบายของพรรคและไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล เป็นความคิดของท่าน ท่านหนึ่งจริง ๆ

ประการที่ ๒ รูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งรัฐบาลได้เขียนเป็นนโยบายนั้น ก็กราบเรียนในภาพกว้าง ๆ ได้ ณ ขณะนี้นะครับว่าก็เป็นการกระจายอำนาจที่เหมาะสม ถูกต้องกับพื้นที่ ท่านผู้แทนราษฎรสักครู่นี้ที่ท่านได้พูดถึงเป็นคำพูดที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า การหาผู้นำไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งเรื่องหนึ่ง ผมจำคำพูด ของตวนกูอับดุล ยะลา นาแซร์ ได้ครับ เขาลี้ภัยไปอยู่มาเลเซีย เขาพูดประโยคหนึ่งว่า ขอให้เขาได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เขาจะแก้ปัญหาทุกอย่างของจังหวัดปัตตานีได้ ผมเองโดยส่วนตัวก็มีความรู้สึกคล้อยตามไปกับตวนกูอับดุล ยะลา นาแซร์ แต่ปัญหา ข้อจำกัดของประเทศไทยและของสังคมไทยนั้นมีปัญหาในเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ จังหวัดกรุงเทพมหานครไม่มีลักษณะแตกต่างแต่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ เป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางราชการ เป็นสถานที่สำคัญหลายอย่าง ก็มีการปกครองในลักษณะพิเศษ มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เช่นเดียวกันไม่ได้มีลักษณะแตกต่าง แต่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ ถ้าผมจะเสนอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มันก็อาจจะเป็นความเห็นส่วนตัวและเป็นการก้าวกระโดด จนเกินไป แต่ผมก็ยังคิดโดยส่วนตัวของผมนะครับว่าปัญหานี้เราจะตรงกับปัญหา ที่ท่านผู้แทนราษฎรได้พูดไปสักครู่นี้ว่าเราจะเลือกผู้นำไปที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ ได้อย่างไร ซึ่งตรงนี้มันยากเป็นโจทย์ที่ยาก แต่ก็พยายามทำในระดับนั้นนะครับ ส่วนการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบที่เหมาะสมจริง ๆ ผมคิดว่าตัวผมเอง มหาวิทยาลัย ปัตตานีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันพระปกเกล้า ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้แทนใน พื้นที่ก็จะระดมความคิดกันครับว่าจะมีรูปแบบการปกครองใดที่เหมาะสมกับพื้นที่ดังกล่าว แล้วก็จะนำมากราบเรียนขอความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่ง ก็คือ ศอ.บต. ศอ.บต. นั้นตั้งขึ้นมาผมคิดว่าโครงสร้างของ ศอ.บต. เป็นประโยชน์ของภาครัฐ มากกว่าประโยชน์ของภาคประชาชน เพราะเหตุว่าอย่างน้อยที่สุดผู้อำนวยการ ศอ.บต. ก็ได้รับระดับ ๑๑ งบประมาณของภาครัฐมีข้าราชการที่รับราชการอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ก็จะได้ทวีคูณ รับราชการ ๑ ปีก็จะเท่ากับ ๒ ปี รับราชการ ๓ ปีก็เท่ากับ ๖ ปี แต่ประชาชนได้รับประโยชน์อะไรที่เป็นรูปธรรมชัดเจนอย่างนั้นบ้างไหมครับ มีไหมครับที่เขาจะได้ทวีคูณ มีไหมครับจะได้งบประมาณ มีไหมครับที่เขาได้รับเลื่อนระดับ คือรูปแบบก็ใช้ได้ แต่ผมอยากจะปรับเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือ ศอ.บต. ที่ในภาคของ ราชการนะครับก็ทำไป แต่ผมอยากจะเพิ่มความสำคัญของภาคเอกชนใน ศอ.บต. นี่ครับว่า ไม่ใช่เป็นเฉพาะที่ปรึกษา ไม่ใช่เป็นเฉพาะรูปแบบ แต่ขอให้การตัดสินใจของภาคประชาชน ใน ศอ.บต. นี่ครับได้นำไปสู่การปฏิบัติจริง ๆ กำลังหารูปแบบที่เหมาะสมอยู่ แล้วก็จะไม่ทำ โดยพลการนะครับ ก็จะปรึกษาท่านทั้งหลายที่เคารพที่ทราบเรื่องดังกล่าวเหล่านี้ดี เพราะว่า อย่างที่ ฯพณฯ ชวนบอกนะครับว่าเรื่องนี้มันทดลองไม่ได้ มันต้องทำจริง ๆ การเลือกคน ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีปัญหามาก เพราะว่าเขาไม่ทราบประเพณี เอาอย่างง่าย ๆ ผมยกตัวอย่างว่าในพิธีการ แห่งหนึ่งของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไปเป็นประธานเปิดงาน เจ้าหน้าที่ก็ให้ทุกคนยืนขึ้น เพื่อแสดงความเคารพต่อพระพุทธรูป ผมเห็นแล้วว่าประชากรที่นั่นมีไทยพุทธอยู่เพียง ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ที่มาร่วมงานทั้งหมดเป็นชาวไทยมุสลิม ผมก็ต้องบอกพิธีกรว่าให้งดพิธีการ อันนี้อย่างนี้เป็นต้น อันนี้เรื่องง่าย ๆ ครับ เรื่องง่ายนิดเดียว แต่ว่าจากเรื่องง่ายนี่ ที่สั่งสมมาแล้วก็เกิดปัญหากับความรู้สึกของพี่น้องชาวไทยมุสลิมครับ อย่างน้อยที่สุด ในระดับหนึ่งผมก็กราบเรียนได้นะครับว่า ด้วยตัวผมเองที่ผูกพันรับราชการอยู่ในภาคใต้ แทบจะตลอดชีวิตของการรับราชการและอยู่ที่จังหวัดชายแดนด้วยก็มีความเข้าใจ ในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ดี ก็อยากจะร่วมมือร่วมใจร่วมความคิดเห็นกับท่านทั้งหลายเพื่อนำไปสู่ ความสงบสุขของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงทำไม่สำเร็จแต่ผมเชื่อมั่นว่าก็คงจะดีขึ้น ในระดับหนึ่งครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ