รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

สุรพงษ์ ตันธนศรีกุล หารือเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีแถลง และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการประสานงานในระบบราชการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการทุจริตและยาเสพติด รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และระบุว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ ต้องใช้ความอดทนในการตัดสินใจ

นายสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล สมาชิกวุฒิสภา กาญจนบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรพงษ์ ตันธนศรีกุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัด กาญจนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อที่รัฐสภาแห่งนี้ ที่จะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์ จะบริหาร ราชการแผ่นดินด้วยความสุจริต จะสร้างความปรองดองแห่งชาติ และจะนำประเทศ สู่ความเจริญรุ่งเรืองนั้น ถือว่ารัฐบาลนี้ได้ให้คำมั่นสัญญาต่อรัฐสภาแห่งนี้ และเป็นการให้ คำมั่นสัญญาต่อปวงชนชาวไทยทั้งปวง ซึ่งก็ขอให้รัฐบาลได้ทำตามคำมั่นสัญญานั้น ให้สัมฤทธิผลและฟังดูแล้วก็น่าชื่นใจนะครับ เหมือนท่านกำลังวาดภาพสวย ๆ ว่าจะวาดภาพ สวย ๆ ให้เราดู เหมือนท่านกำลังให้ความหวัง เหมือนกับให้ความฝัน แต่ว่าความหวังและ ความฝันนั้นจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อคณะของท่านทั้งหลายคือคณะรัฐมนตรีได้ใช้ความสามารถ แล้วก็ทำให้มันปรากฏต่อสาธารณชนทั่วไปว่านโยบายที่ท่านกำหนดไว้ได้กระทำและ สัมฤทธิผล ซึ่งก็จะเป็นเรื่องที่ท่านจะเรียกศรัทธาจากประชาชนได้ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่คณะรัฐบาลจะทำตามนโยบายที่ท่านได้แถลงไว้นั้น สิ่งสำคัญประการหนึ่งก็คือว่า ในส่วนราชการทั้งหลายที่เป็นมือแขนของท่านนั้นล้วนเต็มไปด้วยคนดี เต็มไปด้วยคนเก่ง มีความสามารถ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ท่านต้องพึงสังวรไว้ก็คือว่าข้าราชการนั้นไม่ว่ากรม กองใด ก็ตาม มีคนมีความสามารถจริงแต่ว่าขาดซึ่งการประสานงาน แม้แต่ในกอง ในกรมก็ตาม จะไม่ค่อยประสานงานกัน นี่คือข้อด้อยของระบบราชการไทย ฉะนั้นรัฐบาลจะต้องแก้ไข ตรงจุดนี้ให้ได้นะครับ ซึ่งการทำงานร่วมกันนั้นเหมือนดนตรีครับ กรม กองต่าง ๆ ก็เหมือน เครื่องดนตรี แต่ไม่ค่อยเล่นพร้อมกันมันก็ไม่เป็นวง เพลงที่ออกมามันก็ไม่ไพเราะ ฉะนั้นสิ่งนี้ รัฐบาลต้องพึงระวัง และนโยบายที่ท่านได้แถลงไว้นั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเร่งด่วน ๑๖ ข้อ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งกับบ้านเมืองเราในขณะนี้

ข้อที่ ๑ นั้นท่านได้พูดถึงเรื่องการปรองดอง ซึ่งต้องขอบคุณครับว่าท่านกำลัง ได้ดำเนินการปัญหาที่เร่งด่วนจริง ๆ เรื่องการปรองดอง การปรองดองนั้นอยากจะเรียนว่า มีโจทย์ข้อนี้มีเรื่องที่จะต้องพึงระลึกถึงก็คือว่าการให้อภัย ถ้าการปรองดองแล้วโจทย์ข้อนี้ ท่านไม่มีคำว่าให้อภัย ท่านก็คงจะสำเร็จยาก วันนี้สีต่าง ๆ ควรจะหยุดได้แล้วครับ ท่านทั้งหลายปล่อยกระบวนท่ากันมาหมดแล้ว หลาย ๆ ปีที่ผ่านมานี่ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ไม่ว่าชีวิต ไม่ว่าทรัพย์สิน ไม่ว่าบาดแผลที่บาดลึกในหัวใจ มันเต็มไปหมดแล้วครับ ฉะนั้นวันนี้ ประเทศไทยจะปรองดองได้นั้นท่านจะต้องลืมเรื่องเมื่อวาน จะต้องมีวันนี้และพรุ่งนี้เท่านั้น ผมพูดอย่างนี้หลายคนคงยังไม่เห็นด้วย เพราะท่านยังไม่มีคำว่าให้อภัย การให้อภัยนั้น พุทธศาสนาบอกว่าเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ ฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีคำหนึ่งคือการให้อภัย อยู่ในเรื่องนั้น ๆ นะครับ

และในข้อที่ ๒ ท่านพูดถึงเรื่องยาเสพติดเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะทำในปีแรก ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นปัญหาใหญ่ของบ้านเมืองเรา เป็นปัญหาใหญ่มาก เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ก็เหมือนโรคร้ายครับ ท่านต้องใช้ยาแรง ยาแรงในที่นี้พรรคไทยรักไทยในอดีต รัฐบาล เคยทำก็เอาข้อผิดพลาดในอดีตนั้นมาเป็นบทเรียนแล้วก็แก้ไข ซึ่งวันนี้ในคุกในตะราง ในเรือนจำทั้งหลายกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้ต้องขังเป็นเรื่องคดียาเสพติด ห้องบางห้อง นอนกันแค่ ๒๐-๓๐ คน ก็นอนกันเข้าไป ๗๐-๘๐ คนวันนี้คือลุกไปแล้วก็กลับมาไม่มีที่นอน ข่าวว่าอย่างนั้น ก็ขอให้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญเรื่องยาเสพติดแล้วก็โดยเฉพาะผู้ผลิต และผู้ค้าต้องใช้ความเด็ดขาดนะครับ

ในข้อที่ ๕ นโยบายเร่งด่วน ๑๖ ข้อของท่าน ท่านพูดถึงความสงบสุข ความสันติสุขของชายแดนภาคใต้ ปัญหานี้ก็นมนานเหลือเกิน ถึงเวลาแล้วครับที่จะต้องสรุป เสียทีว่าเรื่องราวมันอย่างไรกันแน่ แล้วแก้มันให้ถูกจุด

ข้อที่ ๖ ใน ๑๖ ของท่านท่านพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็เป็น เรื่องสำคัญ เรามีเพื่อนบ้านอยู่ไม่กี่คน ทะเลาะเขาหมดเลยวันนี้ เราต้องอยู่กันอย่างญาติ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลพึงแก้ไขเรื่องนี้นะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ นายกรัฐมนตรีนั้นถูกสื่อแล้วก็หลาย ๆ กลุ่ม เขาบอกว่าเป็นนายกรัฐมนตรีป้ายแดง เป็นนายกรัฐมนตรีมือใหม่หัดขับ ผมก็คิดอย่างนั้น ใช่ครับ เพราะท่านไม่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน และท่านก็ไม่ใช่นักการเมืองมาก่อน วันนี้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ผมคิดว่าต้องให้โอกาส ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านไม่รู้ไปทุกเรื่อง ผมก็ว่าใช่ครับ เพราะนักปราชญ์ก็ยังรู้ไม่ทุกเรื่อง แต่การที่ท่านไม่รู้ ทุกเรื่องนั้น แต่ท่านต้องตัดสินใจได้ทุกเรื่อง นั่นคือความสำคัญ แล้วภายใต้ข้อมูลและ การตัดสินใจทุกเรื่องนั้นจะต้องถูกต้องด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านว่านายกรัฐมนตรีนั้นวันนี้ประเทศไทยจะปฏิเสธนายกรัฐมนตรี ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้แล้ว อย่างไรก็ต้องเฝ้ารอกันให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ หนทางพิสูจน์ม้าครับ ให้เวลา เป็นเครื่องพิสูจน์ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ บนเส้นทางเดินของท่านนั้นจากนี้นับจากวันนี้ก็คง จะมีอุปสรรคก็ขอให้ท่านได้ใช้ความอดทนกับความหนักแน่น ฟันฝ่าก้าวข้ามอุปสรรคนั้น ให้ได้ครับ และอยากจะฝากคำท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า คนที่ทนในสิ่งที่คนอื่น ทนไม่ได้ จึงจะถือได้ว่าเป็นยอดคน ก็หวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีของผมคนนี้จะเป็นยอดคนครับ ขอบคุณครับ