ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ โดยเสนอให้มีการปรับเบี้ยยังชีพให้เหมาะสมกว่า และจัดให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคนพิการในสถานที่ต่างๆ นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดในการจัดตั้งศูนย์กีฬาและนันทนาการสำหรับผู้พิการแห่งชาติ และการส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำในธุรกิจการท่องเที่ยว
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอเสนอข้อคิดเห็นที่มีต่อนโยบายรัฐบาล ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ในนโยบายเร่งด่วนข้อ ๑.๘.๓ จัดให้มีเบี้ยยังชีพ รายเดือนแบบขั้นบันไดสำหรับผู้สูงอายุตั้งแต่ ๖๐๐ บาท ถึง ๑,๐๐๐ บาท ซึ่งก็ถือว่า มีความเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่เบี้ยความพิการนั้นในปัจจุบันผู้พิการได้รับ เพียง ๕๐๐ บาทต่อเดือน นั่นหมายรวมถึงมีการเสนอให้มีการได้รับแบบขั้นบันไดเช่นกัน แต่ว่าไม่ให้อ้างอิงจากอายุ ให้อ้างอิงจากความรุนแรงของความพิการ แต่ตรงนี้นั้นอาจจะหา ข้อยุติไม่ได้ ผมก็ขอเสนอว่าถ้าในโอกาสหน้านะครับในปีต่อ ๆ ไปของการบริหารรัฐบาลนั้น จะดำเนินการให้ใช้ขั้นบันไดสูงสุดนั่นคือจาก ๕๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาทนั้น ก็จะมีความเหมาะสม เนื่องจากว่าต้นทุนและอุปสรรคในการดำรงชีวิตของผู้พิการนั้น มีสูงกว่าคนปกติ และในนโยบายต่อไปคือนโยบายปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ข้อ ๓.๓.๓ ภาคการท่องเที่ยว การบริการ และการกีฬาซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่ดีและเอื้อต่อคนพิการ แล้วนะครับ แต่ว่านโยบายที่ดีนั้นควรนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจึงขอเสนอแนะ ในบางประการ
ประการที่ ๑ นั้นคือต้องมีการจัดสภาพแวดล้อม สถานที่ท่องเที่ยว สนามกีฬา สวนสาธารณะให้เอื้อต่อคนพิการ จะต้องจัดทำให้ถูกต้องครบถ้วนมีมาตรฐาน ซึ่งตรงนี้นั้นถ้าเป็นพื้นที่ที่จะต้องก่อสร้างใหม่นั้นก็คงนับรวมถึงถึงการมีอารยะสถาปัตย์ หรือยูนิเวอร์แซล ดีไซน์ (Universal design) นะครับ
ในประการที่ ๒ นั้นจัดให้มีการพัฒนาฐานข้อมูลสถานที่พร้อมให้บริการ กลุ่มคนพิการและจัดกิจกรรมเพื่อการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว กลุ่มคนพิการ ผู้สูงอายุ และครอบครัว ซึ่งตรงนี้นั้นจะใช้งบประมาณเพียงไม่มากนะครับ เพียงแค่ขอความร่วมมือ ในการรวบรวมข้อมูลจากสถานประกอบการต่าง ๆ ในการให้ข้อมูลว่าสถานที่แห่งใดนั้นให้ สิทธิในการอำนวยความสะดวกกับพี่น้องผู้พิการได้บ้างนะครับ ตรงนี้จะทำให้ผู้พิการทั้งชาว ไทยทั้งชาวต่างประเทศ จะได้รับการอำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้นนะครับ เพราะต้องรู้ว่า การที่ผู้พิการจะเดินทางออกจากบ้านนั้นเขาคิดนะครับว่าจะต้องเป็นภาระของใคร หรือเปล่า หากเพียงเรานั้นได้อำนวยความสะดวกในฐานข้อมูลตรงนี้ก็จะทำให้การเดินทางนั้น มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น
และในประการที่ ๓ ต้องส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำในธุรกิจการท่องเที่ยว ภาคบริการ และการกีฬา เพราะตรงนี้นั้นจะเน้นให้กลุ่มเป้าหมายเฉพาะเนื่องจากว่าจะรับรู้ และมีความลึกซึ้งถึงงานที่ตัวเองทำนะครับ ยกตัวอย่างเช่นให้ผู้ที่มีความพิการทางการได้ยิน บกพร่องทางการได้ยินตรงนั้นได้เป็นมัคคุเทศก์ให้กับนักท่องเที่ยวคนพิการทางการรับฟัง เช่นกันนะครับ
และในประการสุดท้ายของนโยบายนี้นั้นก็คือการจัดตั้งศูนย์กีฬาและ นันทนาการสำหรับผู้พิการแห่งชาติ ซึ่งตรงนี้นั้นทางนโยบายของรัฐบาลก็ได้กล่าวถึงว่าให้มี การจัดหาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการกีฬาให้เพียงพอ จะเป็นการให้มีนักกีฬา ทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศได้เข้ามาฝึกซ้อมในประเทศไทย เรามีพื้นที่ที่เหมาะสม หลายพื้นที่นะครับ ยกตัวอย่างเช่นในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรีก็มีพื้นที่ที่เป็นศูนย์กีฬาในร่ม ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกแล้วก็สามารถเดินทางมาใกล้ จากสุวรรณภูมิก็ใช้เวลาเพียงชั่วโมง เศษ ๆ และในนโยบายของรัฐบาลชุดนี้นั้นก็จัดให้มีการพัฒนาให้มีการศึกษาระบบแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ที่จะมาจากสุวรรณภูมิมาที่พัทยาด้วยนะครับ และในโอกาสนี้นั้นนักกีฬาที่เป็นนักกีฬา ของจังหวัดชลบุรีที่เป็นผู้พิการนั้นก็ได้ชนะเลิศในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติถึง ๑๒ ปีติดต่อกัน
ในส่วนของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและวัฒนธรรม นโยบายนี้นั้น เป็นนโยบายที่ได้ครอบคลุมเกือบทุกประเด็นอยู่แล้วนะครับ แต่ผมอยากจะเสริมว่าควรจะมี การจัดให้มีมหกรรมในการแสดงศักยภาพของคนพิการในด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อจะส่งเสริมให้ผู้พิการเหล่านี้นั้นได้แสดงศักยภาพของตัวเองสร้างความภาคภูมิใจให้กับ ตัวเองแล้วก็ยังนำผลงานสู่สายตาของประชาชนโดยทั่วไป ดังนั้นกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งก็มี ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยที่มีเนื้อที่กว่า ๕๘ ไร่ แล้วก็เป็นพื้นที่ที่ได้มีการอำนวย ความสะดวกครบครันกับพี่น้องผู้พิการอยู่แล้วนะครับก็ควรจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อาจจะเป็นปีละ ๔ ครั้งก็ได้นะครับ ก็เป็นเพียงข้อมูลพอสังเขปที่จะเสริมให้นโยบายรัฐบาลนั้น มีความเหมาะสมครอบคลุมถึงผู้พิการมากยิ่งขึ้น ขอบคุณครับ