พิชัย สุนทรสัจบูลย์ พูดถึงนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ปัญหายาเสพติด โดยเน้นประสบการณ์ของเขาในฐานะสมาชิกวุฒิสภา และเสนอแนวทางป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พิชัย สุนทรสัจบูลย์ หารือเรื่องป้องกันและบำบัดผู้ติดยาเสพติด และการปราบปรามยาเสพติด โดยเรียกร้องให้รัฐบาลนำมาตรการป้องกันและบำบัดที่มีประสิทธิภาพมาใช้ และขอให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการรับมือกับปัญหานี้
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท พิชัย สุนทรสัจบูลย์ สมาชิกวุฒิสภาจาก จังหวัดอุดรธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้ขออภิปรายเรื่องนโยบาย เร่งด่วนของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดใน ๑.๒ นะครับ ท่านประธานครับ ผมดีใจที่ได้เห็นด้วยในปัญหาเรื่องนี้ที่รัฐบาลได้ขานรับปัญหาต่าง ๆ นำเป็นวาระแห่งชาติ ที่เกี่ยวกับปัญหายาเสพติด พิษภัยของยาเสพติดขณะนี้ท่านทั้งหลายก็ทราบดีอยู่แล้วว่า มีความรุนแรงอย่างไรก็คงไม่ต้องไปพูดให้เสียเวลานะครับ ผมขอพูดเนื้อ ๆ เน้น ๆ ในประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตรับราชการโดยตลอด ก็คิดว่าท่านประธานก็เคยอยู่ทาง ภาคอีสานก็คงจะเคยได้ยินประวัติและการทำงานในเรื่องการปราบปรามยาเสพติดของผม มาบ้างพอสมควร ที่ท่านพูดกันวันนี้ส่วนใหญ่ท่านก็จะพูดในลักษณะผมคิดว่าเป็นรูปธรรม มากกว่านะครับ เป็นแผนงานเป็นนโยบายอะไรไป ผมคิดว่าคงจะเสร็จได้แค่ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์นี้ย่อมนำไปปฏิบัติให้บังเกิดผลอย่างแท้จริงนะครับ ผมขอเรียนนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องวิธีการที่จะไปป้องกันและปราบปรามเกี่ยวกับยาเสพติด ดังนี้นะครับ
เรื่องที่ ๑ นั้นจะต้องใช้ไพรออริตี้ (Priority) อันแรกก็คือมาตรการในการป้องกัน คนไม่ติดอย่าให้ติดอีก ขณะนี้จากตัวเลขที่มีการประเมินโดยทั่วไปบอกว่ามีพี่น้องประชาชน เกี่ยวข้องกับยาเสพติดประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็หมายความว่าใน ๑๐๐ คนจะมีคน ไปเกี่ยวข้องสัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทำอย่างไรรัฐบาล ผมทราบว่าท่านก็คงจะมอบให้ท่าน ร้อยตำรวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บำรุง ก็ถือว่าเป็นมวยถูกคู่นะครับ เพราะท่านเป็นคน มีประสบการณ์และทางนี้ท่านมีอำนาจด้วยที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ สิ่งที่ผ่านมา คนที่มีอำนาจแต่ไม่มีประสบการณ์ แต่คนมีประสบการณ์ไม่มีอำนาจ ขณะนี้ท่านเฉลิม ได้มารับผิดชอบเรื่องนี้ ผมคิดว่าเรื่องแรกนะครับท่านต้องไปดำเนินการเรื่องป้องกันคนไม่ติด อย่าให้ติด ท่านไปใช้กระบวนการ ใช้กลไกของรัฐทั้งหลายทั้งปวงที่มีร่วมกับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ ในชุมชน ในหมู่บ้านทั้งหลายนี่ครับ ตั้งให้เขาเป็นบุคคลสำคัญมีส่วนร่วม เป็นพลังแผ่นดินขึ้นมา ป้องกันคนไม่ติดอย่าให้ติดอีก แต่วิธีการดำเนินการอย่างไรนั้น ท่านไปปรับวิสัยทัศน์ ปรับยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ไปดำเนินการใหม่เพราะมีเวลาน้อย ไม่สามารถอธิบายได้
อันดับที่ ๒ ท่านต้องนำไปบำบัดก็คงมอบให้กระทรวงสาธารณสุขไปดำเนินการ จากการติดน้อย พอเราบำบัดได้ก็ไปบำบัด ถ้าคนติดมากไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ บำบัด ไม่ได้ท่านก็ไปหาวิธีการที่ควบคุมไม่ให้ออกมาทำร้ายสังคมได้ เพราะทราบกันดีอยู่ว่า ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้นจะไปก่ออาชญากรรมต่อเนื่องอีกนะครับ ไปลัก วิ่ง ชิง ปล้น ไปก่ออาชญากรรมทั้งหลายจะทำได้ เพราะฉะนั้นมาตรการอันที่ ๒ ที่จะไปบำบัดรวมทั้ง การที่จะควบคุมกำกับดูแลพฤติกรรมพวกนี้ไม่ให้ไปก่อเหตุอีก
สุดท้ายประการที่ ๓ จึงจะปราบปราม การปราบปรามนี่นะครับก็ต้องเริ่ม ตั้งแต่ต้องทราบขบวนการค้ายาเสพติดเสียก่อนว่าตั้งแต่เริ่มผลิต ขนลำเลียง พักยา การค้าปลีก ค้าย่อย ค้าส่ง ไปจนถึงผู้เสพ เสพแล้วกลับมาค้า ค้าแล้วก็เสพอีก พวกนี้จะต้องมี กระบวนการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการ ป.ป.ส. มีเทคโนโลยี มีกำลัง งบประมาณ มีกำลังคนไปดำเนินการ เพราะฉะนั้นกลุ่มผลิต กลุ่มค้า กลุ่มขบวนการใหญ่นี้ ต้องมอบให้ ป.ป.ส. ไปดำเนินการ ส่วนในขั้นพวกขนพวกลำเลียงก็มอบหมายให้ทาง กองบัญชาการแต่ละภาค จังหวัดก็เพิ่มไปถึงผู้บังคับการหรือผู้กำกับสถานีตำรวจ ไปดำเนินการในขบวนการค้ายาเสพติด ปราบปรามให้สิ้นซากไป ที่ผมเรียนว่าผู้เกี่ยวข้อง ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่านไปบำบัดในระดับที่ ๒ หายไปสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คงจะ เหลือกลุ่มนี้ไปปราบปรามได้อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเริ่มดำเนินการตั้งแต่ป้องกันไว้ก่อนแล้วก็ไปบำบัด แล้วก็ไปปราบปราม ดำเนินการตามนี้ โดยท่านมีแผนการปฏิบัติที่มีวิธีการมีอะไรที่ถูกต้องแล้วครอบคลุม ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะได้ผลเป็นอย่างยิ่ง แล้วที่ต้องฝากเป็นพิเศษนะครับก็คือพวกนี้ จะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั่นก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจนะครับ นี่อีกไม่นานก็จะมีการแต่งตั้ง โยกย้ายท่านจะต้องพยายามคัดเลือกตัวบุคคลที่เขามีศักยภาพ มีภาวะผู้นำ มีจิตใจรุกรบ ในการทำงาน มีความจริงใจ ท่านต้องคัดคนอย่างนี้ให้ผู้บังคับบัญชาเขามีโอกาสได้เลือก บุคคลไปทำงาน ขณะนี้สังคมเรียกร้องว่าปัญหาอาชญากรรมก็รุนแรง ยาเสพติดก็มาก แต่พี่น้องข้าราชการตำรวจนั้นมีความพร้อมหรือเปล่าอยู่ที่ผู้นำเป็นหลัก เพราะฉะนั้นขอฝากไว้ คนที่เกี่ยวข้องในการที่จะไปพิจารณาแต่งตั้งตำรวจ ท่านต้องแต่งตั้งคนที่เขามีฝีไม้ลายมือ จริง ๆ แต่ภาษาของหนังกำลังภายในเขาบอกท่านระดับจอมยุทธ์หน่อย ท่านอย่าเอาแต่ เสี่ยวเอ้อไปนะครับเที่ยวเดินตามพวกนี้ก็คงจะรับมือกับยาเสพติดไม่ไหวนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ขอให้ท่านได้ไปพิจารณาตรงนี้ให้ชัดเจน
และอีกอันหนึ่งสุดท้ายที่ข้าราชการตำรวจที่จะถูกกล่าวขวัญ ถูกกล่าวหา ถูกนินทาว่าร้าย วิพากษ์วิจารณ์ไปเกี่ยวพันกับยาเสพติด เพราะผู้บังคับบัญชาไปตั้งกฎเกณฑ์ ตั้งเป้าให้ข้าราชการตำรวจจับเพื่อมาแถลงเป็นผลงาน ท่านทราบไหมครับว่าผู้บังคับบัญชา ระดับสูงนี่ท่านก็มีแต่สั่ง มีแต่บอก แต่ท่านไม่เคยลงไปทำเอง เพราะฉะนั้นตำรวจชั้นผู้น้อย เขาไปสืบสวนปราบปรามจับกุมเขาต้องใช้สาย ต้องใช้สตางค์ ต้องใช้ทุนลงแรงไปดำเนินการ เพราะฉะนั้นกว่าจะจับกุมมาได้นี่ก็อาจจะต้องใช้กำลัง ใช้เงิน ใช้แรง ใช้เสียสละเท่าไร เพราะฉะนั้นเมื่อถูกผู้บังคับบัญชากดดันกำชับให้ว่าทำเป้า เดือนนี้ต้องจับให้ได้อย่างน้อย ๓๐ ราย ข้าราชการตำรวจที่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติก็ไปเอาขี้ยาทั้งหลายนี่ที่เกี่ยวพันกับยาเสพติด เป็นลูกน้อง ก็เอามาเป็นลูกน้องตำรวจ ตำรวจไม่มีสตางค์ให้ก็ต้องกั๊กยาไว้บ้างเอายาไปให้ พวกนี้สูบ กินบ้าง เอาไปขายบ้าง มันก็เป็นขี้ปากพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นการที่ท่าน จะเคี่ยวเข็ญเร่งรัดให้ข้าราชการตำรวจในระดับปฏิบัติไปจับมาเพื่อเป็นผลงานนั้นขอให้ ทบทวนดูให้ดีนะครับว่าเขาไปจริงหรือเปล่า แล้วไปจับมาได้อย่างไร ที่ผู้บังคับบัญชามาแถลง ขอให้ดูเบื้องหลังด้วยว่าที่ตำรวจไปจับกุมมานั้นได้อย่างไร ถ้ามิฉะนั้นประเด็นนี้จะเป็นผล ย้อนกลับมาว่าพี่น้องประชาชนทั้งหลายไม่เชื่อมั่น ขณะนี้ท่านไปฟังดูสิครับเขาบอกว่าปัญหา ยาเสพติดนี่เพราะข้าราชการนั่นแหละไปมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังทั้งนั้น นี่ครับผมใน ฐานะเป็นข้าราชการตำรวจเก่าก็ฟังด้วยความปวดร้าวหัวใจมากในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น วันนี้ท่านรัฐบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ขอให้ท่านได้ไปทบทวนว่ามาตรการ ในการปราบปรามนั้นควรจะเอาไว้ข้างหลัง โดยสรุปก็คือท่านจะต้องไปใช้มาตรการ ในการป้องกัน บำบัด แล้วก็ไปปราบปราม แล้วขยายผลให้ถึงที่สุดนะครับ งานนี้เป็น งานหินนะครับไม่ใช่สำเร็จง่าย ๆ ก็ขอให้ท่านได้ดำเนินการต่อไป ผมคิดว่า ๑ ปีนี่อาจจะยัง ไม่พร้อมต้องทำต่อ ๆ ไปไม่มีหยุดยั้งนะครับ ขอบคุณมากครับ