อรรถพร พลบุตร หารือเรื่องการถมทะเลและโครงการเมืองใหม่ รวมทั้งการลงทุนกว่า ๑ ล้านล้านบาท และวิพากษ์วิจารณ์โครงการนี้ว่าไม่มีความเข้าใจในเรื่องท้องทะเลและอาจจะทำลายชีวิตของท้องทะเลและคน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายนโยบายในข้อ ๕ นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในประเด็นที่ ๕.๗ ที่มีข้อความระบุไว้ว่า สร้างภูมิคุ้มกัน และเตรียมความพร้อมในการรองรับและปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของ สภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติธรรมชาติ ที่หน้า ๓๖ ซึ่งมีข้อความ ๒-๓ ประโยคได้ระบุเอาไว้ ว่า จะมีการศึกษาอย่างรอบคอบในเรื่องความจำเป็นของการพัฒนาเขื่อนและเกาะ เพื่อป้องกันกรุงเทพฯ และภาคกลางให้ปลอดภัยจากการเพิ่มขึ้นของน้ำทะเลและการละลาย ของขั้วน้ำแข็งตามสภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้น เป็นประโยค ๒-๓ ประโยคที่เรียบ ๆ ดูดีนะครับ แล้วก็แสดงถึงวิสัยทัศน์ที่มองไกลไปถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระยะ ๕๐ ปี ๑๐๐ ปีข้างหน้า แต่ประโยคเรียบ ๆ ๒-๓ ประโยคนี้ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้เกิดการคัดค้านอย่างกว้างขวาง ในช่วงเดือน ๒ เดือนที่ผ่านมา เพราะเป็นประโยคที่ไปเชื่อมโยงกับการปราศรัยในช่วง การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศชัดเจนประกาศที่สนามราชมังคลากีฬาสถานบอกว่าถมทะเล ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ดีไหมคะ ขณะเดียวกันก็ได้ประกาศทั้งผ่านสื่อโฆษณาและการปราศรัยหาเสียงในพื้นที่ที่จะ ถมทะเล ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ในพื้นที่สมุทรปราการ กรุงเทพฯ และสมุทรสาครหรือมหาชัย ผมไม่ได้อยู่ที่สนามกีฬาแห่งนั้นครับ วันนั้นอยู่เพชรบุรี ถ้าผมอยู่ด้วยผมจะบอกว่าไม่เอาค่ะ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์หรือคนที่คิดเรื่องนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือนอกประเทศไม่มีความเข้าใจท้องทะเล โดยเฉพาะทะเลของ อ่าวไทยอย่างเพียงพอ ทะเลของอ่าวไทยไม่เหมือนทะเลที่ดูไบ ไม่เหมือนทะเล ที่เนเธอร์แลนด์ ไม่เหมือนทะเลที่กัมพูชา ทะเลอ่าวไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เรียกว่าก้นอ่าวไทย หรืออ่าวไทยตอนบน ซึ่งเริ่มจากจุด ๑๒ องศา ๓๐ ฟิลิปดาเหนือ มาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงนี้มีสถานะสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบวงจรชีวิตและนิเวศวิทยาทางทะเลของอ่าวไทย ทั้งอ่าวทั้งตอนบนและตอนล่าง พื้นที่ ๓-๔ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นแม่กลองของ ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี มหาชัยของ ส.ส. นิติรัฐ สุนทรวร นั่งอยู่ตรงนี้ครับ ส.ส. ครรชิต ทับสุวรรณ ทำหน้าที่ ๒ อย่างที่สำคัญในระบบนิเวศวิทยาของทะเลไทยที่อ่าวไทย ๑. แม่น้ำ ๕ สายครับ แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำมหาชัย แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง นำตะกอน นำธาตุอาหารลงมาผ่านการสังเคราะห์ของป่าชายเลนในบริเวณ ๓-๔ จังหวัดทางนี้ และกลายเป็นแหล่งผลิตอาหารสำหรับแพลงตอน (Plankton) พืช แพลงตอนสัตว์ เป็นจุดเริ่มต้น ของห่วงโซ่อาหารเบื้องต้นก่อนจะพัฒนาไปสู่สัตว์น้ำในขนาดต่าง ๆ กัน และในที่สุด ก็กลายเป็นพลวัตทางเศรษฐกิจของพี่น้องชาวประมงนับล้านชีวิตในท้องทะเลอ่าวไทย ยังมีฐานะเป็นสถานผดุงครรภ์สำหรับสัตว์น้ำวัยอ่อนไม่ว่าจะปลาทูหรือปลาเศรษฐกิจ เกือบทุกชนิดที่จะมาเติบโตวางไข่บริเวณนี้ครับ และกระจายออกไปหมุนเวียนเป็นพลัง ทางเศรษฐกิจหล่อเลี้ยงชีวิตของคนทะเลทั้งทะเลอยู่ตรงนี้ เราทำลายทะเลตรงนี้ ก็คือการทำลายชีวิตทั้งอ่าวไทยและคน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าทะเลไทยวันนี้เหมือนคนที่สิ้นเรี่ยวสิ้นแรงครับ ถูกใช้งานหนัก มาทั้งชีวิต เราทำการประมง เราตักตวงประโยชน์จากท้องทะเลไม่ว่าจะอ่าวไทยหรืออันดามัน จนสุดที่ท้องทะเลจะผลิตผลผลิตออกมารองรับได้ วันนี้เราจึงต้องมุ่งเข้าไปเยียวยาฟื้นฟูชีวิต ของท้องทะเล จึงเป็นที่มาที่ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ฝั่งทะเลทั้งหมดร่วมกันเสนอกฎหมาย แก้ไข พ.ร.บ. การประมง เพื่อเพิ่มโทษการลักลอบทำการประมงที่มีการทำลายล้างรุนแรง รวมทั้งขอขยายเขตอนุรักษ์จาก ๓ กิโลเมตรเป็น ๕ กิโลเมตร เพื่อรักษาท้องทะเลเอาไว้ ความคิดที่จะไปกระหน่ำซ้ำเติมให้ชีวิตในอ่าวไทยคือชีวิตของท้องทะเลไทยล้มหายตายจาก ลงไปเป็นความคิดที่วิบัติครับ สิ่งหนึ่งที่เกิดการต่อต้านมากไปกว่านี้ก็คือความหวาดระแวง เขาหวาดระแวงเนื่องจากนอกจากการถมทะเลแล้ว ยังมีโครงการต่อเนื่องที่มีการประกาศไว้ คือการสร้างเมืองใหม่ครับ แล้วจะต้องใช้เงินลงทุนตรงนั้นมากกว่า ๑ ล้านล้านบาท เขาหวาดระแวง เขากลัวว่าเมื่อเป็นโครงการขนาดใหญ่ มีการลงทุนเป็นล้านล้านบาท มีการจัดสรรเป็นเมือง เป็นย่านธุรกิจ มันจะไปเหมือนเมืองใหม่นครนายก ที่ได้ประกาศสร้าง เมืองใหม่ที่นครนายกแล้วก็มีการจัดสรรค้าขายที่ดิน มีบริษัทอย่างน้อย ๔๑ บริษัทที่ร่ำรวย จากนโยบายตรงนี้ แล้ววันนี้คนนครนายกเขาถามหาว่าเมืองใหม่มันอยู่ตรงไหน เมืองใหม่ นครนายกกลายเป็นเมืองลับแลที่มีแต่ในตำนานและหาเมืองไม่เจอจนถึงทุกวันนี้ เขากลัวจะ เหมือนอีลิท การ์ด (Elite card) ที่ประกาศนโยบายไปทั้งโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยวขายบัตร อีลิท การ์ด ๑,๐๐๐,๐๐๐ ใบจะทำเงินเข้าประเทศ ๑ ล้านล้านบาท วันนี้สิ่งที่เหลืออยู่คือ หนี้สินมากกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ขายบัตรได้ ๑,๐๐๐ กว่าใบครับ ซีเอ็นเอ็น (CNN) ต้องมา ประกาศทวงหนี้รัฐบาลไทยในยุคนั้น ๑๔๖ ล้านบาท อายขายหน้าไปทั้งประเทศ เขาหวาดระแวงว่าใครเป็นคนคิดโครงการนี้ พอมาปี ๒๕๕๑ ในรัฐบาลของ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ผู้ล่วงลับ มีอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งครับ เชิญประธานกลุ่มทุนดูไบ เวิลด์ (Dubai world) มาแสดงวิสัยทัศน์ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ต่อหน้านักลงทุนประเทศไทย จำนวนนับร้อยนับพัน แสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การสร้างท่าเรือ การสร้างเกาะแก่งกลางทะเล และประโยคสุดท้ายที่ประธานดูไบ เวิลด์ซึ่งขณะนี้เกาะของท่าน ล่มสลายไปหมดแล้วครับ จมทะเลไปจนหมดแล้วครับ ขาดทุนย่อยยับเป็นเรื่องที่โด่งดังไป ทั้งโลก ประโยคสุดท้ายที่ประธานกลุ่มดูไบ เวิลด์ได้กล่าวเอาไว้เขาบอกว่าเราจะนำ ประสบการณ์ของเรามาถ่ายทอดให้เป็นประโยชน์กับประเทศไทย เขาก็เลยห่วงกันว่าเรื่องนี้ เกาะที่จะถมทะเล ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ดูไบคิด เพื่อไทยทำ คนทะเลรับกรรมหรือไม่ ฝากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีไปพิจารณาทบทวน อย่าเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป เพราะถ้าท่านเดินหน้า โครงการนี้ต่อไปท่านจะรู้ว่าพลังของคนทะเลที่เขาต่อสู้รักษาปากท้องหม้อข้าวของเขานี่ มันรุนแรงยิ่งกว่าพลังของคนที่สวมเสื้อทุกสีครับ กราบขอบพระคุณท่านประธาน