สิงห์ชัย ทุ่งทอง พูดถึงความสำคัญของระบอบประชาธิปไตยและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคิดเป้าหมายและทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องนโยบายไอซีทีและการท่องเที่ยว พร้อมเรียกร้องให้มีการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังพูดถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางรายได้และความปรองดองในประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหานี้เพื่อส่งเสริมความยุติธรรมและความสามัคคี
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ พี่และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม ส.ว. จากจังหวัดอุทัยธานี สิงห์ชัย ทุ่งทอง ก่อนอื่นวันนี้ผมดีใจ มีความสุขตั้งแต่เมื่อวาน ในเบื้องต้นผมจะขอขอบพระคุณ พ่อแม่ พี่น้อง ประชาชนทุกคนว่าวันนี้สิ่งที่ท่านกำลังดูอยู่นี้คือการดำเนินการการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย ทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่คือผลงานของประชาชนทุกคน ถึงวันนี้ในโลกใบนี้ น่าจะเป็นที่ยอมรับว่าคงไม่มีการปกครองใดที่จะให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน เท่าระบอบประชาธิปไตยอันมีประชาชนเป็นใหญ่ ก่อนอื่นผมในฐานะตัวแทนของ คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม มีเวลาได้พูดประมาณ ๑๐ นาที ตั้งใจว่าวันนี้จะพูดในนโยบายของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ด้วย เวลาขนาดนี้คงไม่สามารถจะพูดได้ทุกเรื่องแต่จะเอาเป็นบางประเด็น เช่นเดียวกันรัฐบาล ชุดใหม่ก็ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ การเขียนนโยบายนั้นมันก็เป็นเพียงทฤษฎี เป้าหมายหรือ แนวคิด แน่นอนที่สุดไม่สามารถจะเขียนได้ รายละเอียดจับตรงไหนจะพูดดีก็ได้ พูดร้ายก็ได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้ผมอยากจะพูดขอบพระคุณอดีตท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อย่างน้อยที่สุด ๒ ปีที่ผ่านมาท่านได้ดูแลบ้านเมืองดีชั่วประการใดคงไม่ต้องพูด ประชาชน เท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสิน แต่สิ่งสำคัญผมอยากจะให้กำลังใจ และเมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมได้เห็นมีการร่วมการประชุมของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วร้องเพลง อย่ายอมแพ้ ท่านอย่าคิดอย่างนั้นครับ กฎกติกาของระบอบประชาธิปไตยประชาชน เสียงส่วนใหญ่เขาไม่ได้ให้ท่านพ่ายแพ้นะครับ แต่มันมีกฎกติกาไว้ว่าผู้ที่ได้รับเสียงข้างมาก จะมอบอำนาจให้ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร และประชาชนเห็นว่าวันนี้ท่านน่าที่จะเหมาะสม มานั่งเป็นฝ่ายค้าน ทุกคนชนะครับไม่แพ้ ถ้าแพ้ท่านจะไม่ได้มานั่งในรัฐสภาแห่งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านยังอายุน้อย วันนี้ท่านนั่งข้างล่าง ผมเชื่อว่าอีกไม่นานท่าน ก็จะต้องไปนั่งข้างบน ๓ ปีที่ผ่านมาในการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาได้เห็น การเปลี่ยนแปลง เห็นไหมครับนี่คือสัจธรรม แต่สิ่งสำคัญที่สุดพวกเราจะต้องคิดเป้าหมาย ข้างหน้าว่าทุกวันนี้เราทำเพื่อใคร ทุกคนอ้างทั้งสิ้น ประชาชน ประเทศชาติ ประชาชน กลุ่มไหนครับ มันมีกติกาครับ ประชาชนส่วนใหญ่วัดจากไหนครับ ก็นี่อย่างไรครับ การเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นอย่าท้อแท้ เรามีเส้นทางที่น่าจะเหมาะสมถูกต้องที่สุดในขณะนี้
ขอพูดในนโยบายไอซีที (ICT) กับการท่องเที่ยวเพราะผมก็เป็นรองประธาน คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน ขณะนี้ไม่ว่าวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการท่องเที่ยวเรามีแต่คิดในเชิงพัฒนาเดินไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่เราไม่เคยมอง ย้อนกลับไปว่าสิ่งที่เราคิดทำ ทำ ทำแล้วมันมีอุจจาระตามมาหรือเปล่า ยกตัวอย่างง่าย ๆ เรื่องไอซีที ขณะนี้มีการโฆษณากันเต็มบ้านเต็มเมือง ๓ จี (3G) พรีเพด (Pre-paid) ไฮซิม (HISIM) ผมถามว่าสิ่งเหล่านี้ใครเสียประโยชน์ แล้วล่าสุดเรื่องดาวเทียมไทยคม ถึงที่สุดแล้ว เราเป็นฝ่ายบริหารมาแล้วก็ไป ๆ แต่ผลกระทบที่มันจะกลับมาประชาชนอีกแล้ว ด้วยเวลาเพียงแค่นี้คงพูดรายละเอียดน้อย ขอทิ้งเป็นปุจฉาแล้ววันข้างหน้าค่อยมาคุยกัน เฉกเช่นเดียวกับการท่องเที่ยว นโยบายสวยหรู พัฒนาการท่องเที่ยวตลอด แต่มองย้อนกลับ ไปบ้างว่าเราได้ทำลายสิ่งที่บรรพบุรุษได้สร้างมา ธรรมชาติได้มีให้ไว้ได้มองกันบ้างไหม ไม่มีเลย มีแต่พัฒนากันอย่างเดียว มีเหมือนกันแต่มันแตกย่อยรายละเอียดไม่เคย มีการบูรณาการ ขอทิ้งเป็นปุจฉาไว้เช่นเดียวกัน เพราะว่ามีเวลาแค่ ๑๐ นาที
อีกนิดหนึ่งจะเป็นจะตายกันค่าแรง ๓๐๐ บาท เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ทำไมครับ นี่คือสิ่งที่ประชาชนระดับที่เราบอกว่าด้อยโอกาส ประชาชนคนไทยมีเกือบ ๗๐ ล้านคน แต่เชื่อไหมครับผมฟังนักวิชาการล่าสุดนี่นะครับ มีเลขบัญชีที่มีเงินเป็นจำนวนมาก มีแค่ ๗๐,๐๐๐ บัญชีเท่านั้นเอง แล้วตลอดช่วงที่ผมเกิดและจำความได้จนถึงวันนี้ผมยัง ไม่เห็นเลยว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นคนด้อยโอกาสของประเทศนี่ทำให้ประเทศชาติ มีปัญหา อย่างเก่งคนมีรายได้ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเสียหายก็เสียหายแค่ ๙๐,๐๐๐ บาท หรือ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ที่ผ่านมาเห็นไหมครับ ปี ๒๕๔๐ คนเดียวนี่ครับทำสูญเสียเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับแค่เงิน ๓๐๐ บาท เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ๓๐๐ บาทพวกเรากิน ข้าว ๒ มื้อ มื้อละ ๓,๐๐๐ บาท จบแล้วครับ ไม่เป็นไรครับ ถ้าเราจะโทษกันว่า ๓๐๐ บาท สร้างอะไรต่ออะไรนะครับเป็นหน้าที่ของท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้ มันคนละประเด็นกัน แต่ขณะนี้ คนไทยดีใจ คนที่ดีใจก็คือคนที่มีรายได้น้อย และคนที่เราดูถูกดูแคลนกันเสมอว่าคนส่วนใหญ่ ของประเทศ ครับขอพูดไว้เพียงเท่านี้
ผมขอประเด็นสำคัญที่อยากจะพูดก็คือว่านโยบายเรื่องปรองดอง ผู้บริหาร ถ้าหากว่าไม่มีเวลาบริหารแล้วไม่ต้องคิดครับ จะคิดเชิงครีเอทีฟ ธิงกิง (Creative thinking) ขนาดไหนก็แล้วแต่ไม่มีทาง เพราะท่านยังมัวขัดแย้งกัน ทะเลาะกัน ความปรองดอง นโยบายหนึ่งของท่านนายกรัฐมนตรีที่พูดแก้ไขไม่แก้แค้น ท่านต้องทำให้ เป็นที่ประจักษ์ และสิ่งที่ท่านจะต้องทำอันดับแรกนะครับ ข้าราชการประจำครับ ท่านรู้ไหมครับ นายของข้าราชการประจำคือฝ่ายบริหาร ถ้าไม่จำเป็นระดับหัวท่านอย่าเพิ่งไปโยกย้าย เขาต้องเชื่อท่านอยู่แล้วในการทำงาน และอยากจะพูดอีกนิดหนึ่ง เมื่อวานนี้ผมก็พูดแล้วใจ มันเหลือศูนย์ เราพูดกันมามากเหลือเกินเกี่ยวกับสถาบันของเรา หยุดเสียทีได้ไหมครับ สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นถือว่าเป็นจิตวิญญาณของคนไทยแล้ว เราอย่าได้มาพูดกล่าวอ้าง ว่าใครรักไม่รัก ขอเถอะครับยุติได้แล้ว วัฒนธรรมของชาติสิ่งหนึ่งที่เรามีเหนือกว่าชาติอื่น และยังคงอยู่ขณะนี้คือสถาบันพระมหากษัตริย์ เปรียบเสมือนชีวิตจิตวิญญาณของคนไทย อย่าได้กล่าวอ้าง อย่าได้ใช้สิ่งนี้มาทำลายกันในทางการเมืองเลย พวกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่วันหนึ่ง ก็กลายเป็นพวกเดียวกัน วันหนึ่งก็ออกตรงกันข้ามกันสลับสับเปลี่ยนกันไปมา ขอร้องเถอะครับ และสุดท้ายนะครับ ผมอยากจะมีคำกลอนไว้บทหนึ่งให้ท่านได้คิด คนเกิดก่อนสีเสื้อ เชื่อหรือไม่ แล้วทำไมต้องแบ่งแยกแตกเป็นสี สุดอนาถชาติบอบช้ำยับย่ำยี พอกันทีได้ไหม ไทยด้วยกัน ขอบคุณครับ