อภิชาต การิกาญจน์ หารือเรื่องนโยบายด้านการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูประบบความรู้ของสังคมไทย และการเตรียมการรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงหลักสูตรให้เน้นการพัฒนาความสามารถพื้นฐานของนักเรียน เช่น อ่าน เขียน คิดเลข สังคม ศิลปะ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสังคมแห่งการเรียนรู้
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม อภิชาต การิกาญจน์ พรรคประชาธิปัตย์จาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายในนโยบายด้านการศึกษาของ รัฐบาลนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ในเรื่อง ๔.๑.๑ การปฏิรูประบบความรู้ของสังคมไทยภายใต้ โครงการที่เรียกว่า โครงการตำราแห่งชาติ ผมคิดว่าการพูดถึงเรื่องการสร้างโครงการตำรา แห่งชาติอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะสามารถปฏิรูประบบความรู้ของสังคมไทยได้ สิ่งหนึ่ง ที่รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องทำก็คือการสานต่อในนโยบายที่เรียกว่ากำหนดให้ การอ่านเป็นวาระแห่งชาติตามนโยบายของรัฐบาลที่แล้ว เหตุผลที่ต้องให้การอ่านเป็นวาระ แห่งชาติ มันมีตัวอย่างกรณีของประเทศเกาหลีนะครับ ประเทศเกาหลีใต้กับประเทศไทย เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วเราอยู่ในฐานะประเทศกำลังพัฒนาใกล้เคียงกัน ผ่านมา ๓๐ ปีจนถึงเวลานี้ ประเทศเกาหลีสามารถพัฒนาการเรียนรู้ การอ่านออก การเขียนได้จากร้อยละ ๒๐ ของประชากรของประเทศเขยิบขึ้นมาเป็น ๙๓.๕ ของประชากร การสามารถสร้างสังคม แห่งการอ่าน เราเชื่อว่าทำให้ประเทศของเขาโดดเด่นก้าวหน้าในทุกด้าน เป็นประเทศ อุตสาหกรรมมั่งคั่ง มั่นคงแล้วก็ก้าวหน้าไปได้ เราเชื่อว่าความก้าวหน้าเหล่านั้นเกิดขึ้นจาก พื้นฐานของการสร้างการเรียนรู้ในหมู่ประชากรของประเทศเกาหลี ประเทศไทยเช่นเดียวกันครับ ถ้าเราปฏิรูปเฉพาะโครงการตำราแห่งชาติแล้วเราไม่สร้างนิสัยรักการอ่าน ไม่กำหนดให้ การอ่านเป็นนโยบายแห่งชาติ เราไม่มีทางที่จะสร้างความจำเริญในเรื่องความรู้ขึ้นมาได้ อย่างแท้จริง
ประเด็นที่ ๒ ข้อ ๔.๑.๓ ในการปฏิรูปครู หลักสูตรและการสอน ผมคิดว่า ภายใต้การปฏิรูปในทศวรรษที่ผ่านมา ครูและบุคลากรทางการศึกษาของเราค่อนข้าง จะพร้อมนะครับ ในเรื่องวิทยฐานะ ในเรื่องเงินค่าตอบแทน เงินค่าตำแหน่ง ในเรื่อง ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการ ทางด้านวิชาการ แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถจะทำให้เราเดิน ไปได้ข้างหน้าอย่างมั่นคงและจำเป็นต้องการสานต่อจากรัฐบาลใหม่ก็คือ เราจะทำอย่างไรให้ครูและบุคลากรทั้งหมดได้ทุ่มเทจิตใจในเรื่องการเรียนการสอน ในเรื่อง การจัดการศึกษา สิ่งหนึ่งที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เดินทางไปได้ ผมเชื่อว่าขึ้นอยู่กับการสร้าง ศรัทธาให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ภาระในการสร้างศรัทธาของครูทั้ง ๔๐๐,๐๐๐ คน ในประเทศนี้ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยทั้ง ๒ ท่านมีแนวคิดในเรื่องการสร้างศรัทธา ของครูเช่นไร ถ้าท่านทั้งสามสามารถสร้างศรัทธาให้ครูทั้งประเทศนี้มีความเชื่อมั่นศรัทธาว่า เราสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความสำเร็จในเรื่องคุณภาพของนักเรียน ในเรื่องคุณภาพ ของคนได้นี่ ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่เราทำได้
ประเด็นที่ ๓ ในเรื่อง ๔.๑.๗ การเตรียมการรองรับการเปิดเสรีประชาคม อาเซียนอีก ๔ ปีข้างหน้าเราจะเปิดการรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนเรื่องนี้ ต้องกำหนดเป็นนโยบายมีตัวอย่างเช่นเดียวกันครับว่าวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศจะเป็น คนกำหนดได้ว่าเราจะนำพาประเทศชาติไปทางไหน ผมนำคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎรไปภูฏานนะครับ เราได้รู้ว่าเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้ว คิง (King) องค์ที่ ๔ ได้กำหนดให้ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการเรียนการสอนในทุกระดับ เมื่อถึงคิงองค์ที่ ๕ เขาโดดเด่น ในเรื่องการใช้ดัชนีชี้วัดความสุข ไม่ไหลตามกระแสของประเทศส่วนใหญ่ในโลก ที่พูดถึง เรื่องความจำเริญทางด้านเศรษฐกิจ คนทั่วโลกเดินทางมาดูว่าประเทศที่ใช้ดัชนีชี้วัดความสุข เป็นเช่นไร วันที่เขาเปิดประเทศค่อย ๆ เปิด คนของเขาสามารถใช้ภาษาอังกฤษ ในการต้อนรับแขกที่มาเยือนประเทศได้ ผมพูดถึงเรื่องนี้เพราะเห็นว่าการประกาศให้ชัดเจว่า ภาษาที่ ๒ เราจะเอาอย่างไร ในชีวิตคนยุคพวกเรานะครับ เรียนภาษาอังกฤษมา ๙ ปี ๑๐ ปี เห็นว่าเราใช้การไม่ได้ เด็กรุ่นใหม่จะต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร ที่เมื่อใช้เวลาใน การเรียนการสอนแล้วสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้อง กำหนดให้ชัดเจน ผมไม่เห็นว่านโยบายของรัฐบาลสามารถกำหนดทิศทางการศึกษาไทยได้ อย่างแท้จริง ถ้ามองว่าการศึกษาไม่ได้เกี่ยวเนื่องเฉพาะคุณภาพผู้เรียนนะครับ แต่มัน เชื่อมโยงไปถึงคุณภาพของผู้คนในสังคม ภายใต้สภาพของหลาย ๆ ประเทศที่เราเรียกว่า สังคมป่วย สังคมพิการ สิ่งเหล่านี้การศึกษาจะเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหา ถ้าเรา ย้อนกลับไปว่าปัญหาคุณภาพของคนในสังคมนี้เรามีปัญหาเรื่องใดบ้าง ผมพอสรุปได้คร่าว ๆ ในเวลากระชับว่า
๑. เรื่องความมีวินัยในตนเอง
๒. เรื่องการขาดระบบคิด
๓. เรื่องความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
๔. เรื่องการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและมีเป้าหมาย
๕. การไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา
นโยบายรัฐบาลในเรื่องการศึกษานี่จะต้องกำหนดให้เห็นทิศทางชัดเจนว่า สังคมการศึกษาของประเทศไทยในวันข้างหน้าต้องสามารถแก้ปัญหาเรื่องคุณภาพคน เหล่านี้ได้ เราไม่มีทางที่จะก้าวไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ได้ถ้าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลักสูตร ทำไมนักเรียนระดับ ป.๑-ป.๓ ต้องเรียน ๘ สาระวิชา ทำไมเราไม่เน้นว่า เด็กในช่วงชั้นนี้ควรจะเรียนเฉพาะให้อ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น เรียนสังคม เรียนศิลปะ เพื่อกล่อมเกลาจิตใจ ไม่จำเป็นต้องเรียน ๘ สาระวิชานะครับ ผมพูดเรื่องนี้มาตลอดเพราะว่า การเรียนให้ครบตาม ๘ สาระวิชาไม่สามารถทำให้เด็กทุกคนอ่านออกเขียนได้ แล้ววันนี้เรายัง มีปัญหาว่าเด็กจำนวนไม่น้อยอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จนเรียนมัธยม จบปริญญาตรี ในบางหลักสูตรเขียนหนังสือ จับความไม่ได้ ถ้าเราสามารถจัดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องบางเรื่อง ในแต่ระดับที่เป็นปัญหาผมเชื่อว่า เราสามารถนำพาคุณภาพการศึกษาและทิศทางการศึกษาไทยไปได้ครับ ขอบคุณครับ