มาโนช ไกรวงศ์ เสนอแนะนโยบายและกฎหมายที่รัฐบาลเขียนขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามนโยบายที่เสนอ โดยเฉพาะการปฏิรูปกระบวนการบังคับใช้กฎหมายให้มีความยุติธรรม ความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับปรุงการช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความเป็นธรรมได้ง่าย รวดเร็ว ถูกต้อง และการพัฒนาทางเลือกของกระบวนการยุติธรรม รวมถึงประสิทธิภาพของพนักงานสอบสวน โดยเรียกร้องให้มีการพัฒนากระบวนการสอบสวน การเพิ่มอัตราการเลื่อนตำแหน่ง และการปรับปรุงความรู้ ความสามารถ และทักษะของพนักงานสอบสวน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท มาโนช ไกรวงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัด สุราษฎร์ธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการ การยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา ได้นำเสนอในเรื่องนโยบาย กฎหมาย และการยุติธรรม ของรัฐบาลก็เป็นที่น่ายินดีนะครับว่า รัฐบาลได้เขียนนโยบายในเรื่องกฎหมายและ การยุติธรรมค่อนข้างที่จะครอบคลุมในทุกกระบวนการของยุติธรรม ทั้งการปฏิรูป ทั้งการพัฒนาในหลาย ๆ ระบบด้วยกัน ในหลาย ๆ มิติด้วย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่ายินดีด้วยนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนะครับใน ๒-๓ ปีที่ผ่านมาทางวุฒิสภาเองก็ได้มีการศึกษาติดตาม ในกระบวนการยุติธรรมมาหลายครั้งหลายหน แล้วก็ได้นำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ในการปฏิรูป และการพัฒนากระบวนการยุติธรรมทั้งระบบไปยังรัฐบาลที่แล้ว ๆ มานะครับ บางเรื่อง ก็ได้รับการสนองตอบและได้มีการปฏิบัติกันไปแล้ว บางเรื่องก็ยังคาอยู่ในสำนักงานตำรวจ แห่งชาติก็มี ในกระบวนการยุติธรรมอื่นก็มี ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ตามนโยบายข้อ ๘.๒ ข้อ ๘.๒.๑ ข้อ ๘.๒.๒ และข้อ ๘.๒.๓ และข้อ ๘.๒.๔ นี่ครับ ซึ่งกระผมได้กราบเรียนแต่ต้นแล้วว่าค่อนข้างจะครอบคลุมในทุกระบบและทุกมิติ ของกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว
ในเรื่องสำคัญในเรื่องของการปฏิรูปกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่จะต้องให้ความยุติธรรม ความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ ผมอยากจะกราบเรียนฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งได้รับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาตินะครับ ซึ่งผม ทราบดีว่าท่านนั้นได้คลุกคลีและรู้ถึงเหตุผล รู้ถึงปัญหาข้อขัดข้อง และอุปสรรคในการทำงาน ของตำรวจเป็นอย่างดี จะกล่าวเฉพาะในเรื่องของกระบวนการพัฒนาและในเรื่องของกระบวนการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง และปฏิรูป โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งถือว่าเป็นต้นธารของ กระบวนการยุติธรรม วันนี้สังคมค่อนข้างที่จะสับสนในเรื่องของความยุติธรรมเบื้องต้น ในเรื่องของการป้องกันและการปราบปรามอาชญากรรม เราจะเห็นว่าประชาชนนั้นหวั่นไหว ต่ออาชญากรรมที่เกิดขึ้นเกือบทุกวัน ทุกพื้นที่ ในตรอก ในซอก ในซอย คนดี ๆ ก็ไม่กล้า ที่จะเดินคนเดียวไม่กล้าที่จะไปไหนมาไหนโดยลำพัง สิ่งเหล่านี้เป็นความหวาดหวั่นของ พี่น้องประชาชนในภาพรวม เพราะฉะนั้นผมดีใจว่าถ้าหากว่ารัฐบาลได้ตั้งใจที่จะปฏิรูป ที่จะพัฒนาตรงนี้ มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นอานิสงส์ต่อพี่น้องประชาชนในภาพรวม ในเรื่อง ของตำรวจ โดยเฉพาะในกระบวนการของตำรวจแล้วนี่หลายปีที่ผ่านมาท่านก็คงจะทราบ จากสื่อและจากการวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมนี่ว่าการเมืองเข้ามาครอบงำ เข้ามา ก้าวก่ายการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนกระทั่งว่าตำรวจนั้นวันนี้ไม่รู้จะหันหน้า ไปทางไหน ส่วนหนึ่งซึ่งเรามีหน้าที่โดยตรงต่อการที่จะนำไปดูการดูแลพี่น้องทุกข์สุข ของประชาชนนี่ส่วนหนึ่งก็เหลียวหลังดูว่าการเมืองเขาจะเอาอย่างไร ไปไม่ถูกนะครับ เมื่อปีที่แล้วผมได้มีการกราบเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรีไปครั้งหนึ่งว่าวันนี้ตำรวจสับสนมาก ตั้งแต่เราไม่สามารถตั้งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ ไม่มีเหตุผลที่จะแสดง ไม่มีเหตุผลที่จะบอกกับสังคมได้เลยว่าทำไม สิ่งเหล่านั้นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้กระบวนการ บังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นนั้นหวั่นไหว แต่วันนี้ผมเห็นนโยบายแล้ว ค่อนข้างจะดีใจก็ฝากท่านในส่วนนี้นะครับ ในเรื่องของกระบวนการของตำรวจ โดยเฉพาะ ในเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งมีข้อครหาค่อนข้างมากมายต่อการก้าวก่ายและ การครอบงำของทางการเมือง เราจะเห็นว่าเรามีคณะกรรมการต่าง ๆ มากมายในสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติตามกฎหมายตำรวจ พระราชบัญญัติตำรวจนั้น พ.ศ. ๒๕๔๗ มีคณะกรรมการ กตช. ซึ่งแน่นอนละครับตรงนี้เป็นคณะกรรมการนโยบาย รัฐบาลนั้น จะต้องเข้าไปนั่งแน่นอนจะต้องรู้ว่าตำรวจนั้นจะต้องดำเนินการตามนโยบายที่รัฐบาล ได้กำหนดไว้ ตรงนี้ไม่ติดใจละครับ ถ้าจะมีนักการเมืองสักกี่คนหรือสักคณะก็ไม่มีใครว่ากัน แต่ในกรณีที่เป็นคณะกรรมการตำรวจหรือ ก.ตร. นะครับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธาน และท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติท่านคงเข้าใจ วันนี้เรามี นายกรัฐมนตรีไปนั่งเป็นประธานก็จริง แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะมอบหมายให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นไปดำเนินการ โดยโครงสร้าง ออกมาดูเหมือนดีนะครับ แต่ที่แล้วมาท่านก็คงจะได้ทราบข้อครหานะครับว่า สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติไม่สามารถที่จะดูแลในการบริหารงานบุคคลและการพัฒนาองค์กรตำรวจ ได้อย่างแท้จริง เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วนี่การแต่งตั้ง การโยกย้าย ก็เป็นไปตามความต้องการ ของนักการเมืองที่นั่งชี้นิ้วอยู่ข้างบน สิ่งเหล่านี้ผมหวังอย่างยิ่งว่าในรัฐบาลของท่านนั้น ท่านคงจะต้องปลดปล่อยสิ่งเหล่านี้ออกมาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เป็นอิสระ โดยเฉพาะในเรื่องของการบริหารงานบุคคลและการพัฒนาข้าราชการตำรวจ ผมหวังอย่างนี้ และทุกคนก็มีความหวังในฐานะที่ท่านเป็นผู้ที่อยู่ในแวดวงของข้าราชการตำรวจมานาน และเข้าใจปัญหาตรงนี้ดี เราได้มีการวิจัย เราได้มีการสัมมนาและทำเรื่องราวเสนอไปยัง รัฐบาลมาแล้ว เข้าใจว่าคงจะอยู่ในขั้นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการพิจารณากันอยู่ สิ่งเหล่านี้อยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรี ฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้ดูแลสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติในส่วนนี้ด้วยนะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือประเด็นในข้อ ๘.๒.๒ ในเรื่องการปรับปรุงการช่วยเหลือ ประชาชนให้ได้เข้าถึงความเป็นธรรมได้ง่าย รวดเร็ว ถูกต้องนะครับ และการพัฒนาทางเลือก ของกระบวนการยุติธรรม ใน ๒ ปีที่ผ่านมาวุฒิสภาได้ศึกษาในส่วนนี้ก็คือกระบวนการ ทางเลือกทางยุติธรรมนะครับ คือในเรื่องของความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์วันนี้พูดกันมาก แล้วเราก็ได้นำเสนอในเรื่องของการไกล่เกลี่ยคดีในชั้นสอบสวน ทราบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็ได้เคยนำเสนอต่อรัฐบาล เมื่อสมัย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ว่ากฎหมายไม่ได้ผ่าน วาระของรัฐบาลก็หมดลงไป วันนี้ก็ยังค้างกันอยู่ในการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี อยากจะกราบเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือท่านผู้ที่รับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าเราทราบดีว่าในชั้นสอบสวนมีคดีหลาย ๆ คดีที่เราไกล่เกลี่ยกันชั้นพนักงานสอบสวน โดยที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย วันนี้การไกล่เกลี่ยคดีในชั้นอัยการ ในชั้นศาลได้เริ่ม ดำเนินการกันไปบ้างแล้วนะครับ แต่ในชั้นพนักงานสอบสวน ในชั้นสอบสวนไม่มี การดำเนินการ เนื่องจากว่าเราไม่มีกฎหมายรองรับตรงนี้ และได้นำเสนอร่างกฎหมาย ซึ่งได้ศึกษาไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาในส่วนนี้ ก็อยากจะฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้โปรดกรุณาหยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาช่วยพิจารณาให้ด้วยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องประสิทธิภาพของพนักงานสอบสวนตามข้อ ๘.๒.๓ วันนี้พูดกันมากในเรื่องของพนักงานสอบสวนซึ่งขาดทั้งทักษะ ขาดทั้งความรู้ แล้วก็พนักงาน สอบสวนส่วนใหญ่ก็พยายามที่จะหนีออกจากงานสอบสวน เนื่องจากว่าไม่มีความก้าวหน้า ในการรับราชการของตนเอง ศาลปกครองได้มีคำพิพากษาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ได้ดำเนินการในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมคิดว่านอกจากที่เราจะพัฒนาในเรื่องของ กระบวนการสอบสวน การเพิ่มอัตราก็ดี การเลื่อนย้าย การเลื่อนตำแหน่งก็ดี สิ่งหนึ่ง ที่อยากจะฝากท่านไปก็คือว่าความรู้ความสามารถและทักษะของพนักงานสอบสวนอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ และงบประมาณที่ใช้ในการสืบสวน ความร่วมมือในภาคส่วนของสังคม จรรยาบรรณของพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นเรื่องที่เราควรจะพูดกันมาก เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นอยู่ในกระบวนการของการพัฒนา ระบบการสืบสวนและ การสอบสวนของกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น ผมมีเวลาไม่มากนักนะครับ มีเวลา อีกนิดเดียว เพราะฉะนั้นในอีกเรื่องหนึ่งก็อยากจะฝากท่านไว้ก็คือในเรื่องของการป้องกัน และการปราบปรามอาชญากรรมเชิงรุกโดยมีประชาชนเป็นส่วนร่วม สิ่งเหล่านี้สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติได้ทำมาหลายปีแล้ว แต่ไม่มีระเบียบ ไม่มีกฎหมาย ไม่มีข้อบังคับ ที่เป็นกิจจะลักษณะ ประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมก็มีความมั่นใจในการที่จะเข้ามาทำงาน ในด้านการป้องกันและการปราบปรามอาชญากรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พยายาม ยกร่างกฎหมาย แต่วันนี้ก็ไม่แน่ใจว่าอยู่ที่ไหน ก็อยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กรุณารื้อฟื้นในเรื่องของประชาชน ที่เข้ามามีส่วนร่วมต่อการป้องกันและการปราบปรามอาชญากรรมอย่างเป็นระบบ ผมมีเรื่องราวที่จะฝากท่านนายกรัฐมนตรีคร่าว ๆ อย่างนี้ไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ไปยังผู้ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กรุณานำเสนอและได้กรุณาหยิบยกสิ่งเหล่านี้ มาพิจารณาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในภาพรวมด้วย ขอบคุณครับ